W.W.II

Darkest Hour ชั่วโมงพลิกโลก มารู้จักกับหมาบูลด็อก!

Darkest-Hour.jpg

Spoiler Alert!

Darkest Hour ให้ความเข้มข้นทางอารมณ์แบบที่ไม่ได้รับจากหนังเรื่องอื่น ให้ความสมจริงในความเป็นมนุษย์ของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ปัดฝุ่นจิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย และอีกมายมายที่ไม่รู้ว่าคืออะไรแต่ชั่วโมงนี้ Darkest Hour ได้กลายเป็นหนังสงครามที่เราชอบที่สุดไปแล้ว โพสท์นี้จะพูดถึง หมา, 3 ประเด็นที่น่าสนใจ และไทม์ไลน์หนังสงครามที่เกี่ยวเนื่องกัน
(เพิ่มเติม…)

The Railway Man: คลายปมแค้น

Screen shot 2014-05-07 at 10.46.27 AM

Spoiler Alert! 
เป็นหนังดรามาที่เงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลายของคนนั่งข้างๆ เลยทีเดียว  รู้สึกประทับใจกับทั้งเนื้อหาและการแสดงในหนัง ความอึดของพระเอก ทำให้นึกถึง บท William Wallace ตัวเอกในหนังเรื่อง Braveheart ที่นำแสดงโดย Mel Gibson คนสก็อตขึ้นชื่อเรื่องใจเด็ดจริงๆ ในโพสท์นี้อยากนำเสนอ 2 ประเด็น คือ ปมด้อย และการเผชิญหน้ากับปัญหา

สงครามนั้นทำให้เห็นปรากฎการณ์อย่างหนึ่ง คือการที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง โดยไม่ต้องคิดเอง ไม่ต้องมีความรู้สึก ไม่ต้องเห็นใจ ทำให้ทหารสามารถกระทำต่อ มนุษย์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามได้อย่างทารุณ  “ทำตามคำสั่งเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ต้องรู้สึกผิดที่จะทำไม่ดี” การที่เห็นว่า “เขาไม่เท่าเทียมกับเรา” (discrimination) เราเหนือกว่า ยิ่งใหญ่กว่า เห็นฝ่ายศัตรูเป็นชนชาติที่ต่ำต้อยไร้ศักดิ์ศรี บวกกับความโกรธที่ฝ่ายศัตรูทำให้เพื่อนพ้องตัวเองต้องตายจากการต่อสู้ ก็ยิ่งอยากระบาย จึงไม่เห็นเขาเป็นมนุษย์ และปฏิบัติต่อเขาเยี่ยงหมูหมาทำทารุณได้  แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่อยู่ในใจลึกๆ ของผู้ที่กระทำทารุณต่อผู้อื่นนั้น คือ ความกลัว ลึกๆ แล้วญี่ปุ่นกลัวชาวตะวันตก ตัวสูงใหญ่ ผมทอง มีอาวุธทันสมัย และเคยบีบให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ ในยุคล่าอาณานิคม (สมัยโชกุน) ความรู้สึกด้อย ความกลัวที่จะสูญเสีย และความตกใจที่ได้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีชนชาติอื่นๆ ที่มีความเจริญก้าวหน้ากว่าชาติของตนอยู่ ความกลัวนั้นทำให้ชาวญี่ปุ่นทั้งอิจฉาและเกลียดชังชาติตะวันตก และพยายามที่จะพัฒนาตนเอง ต่อสู้ แผ่อำนาจ เพื่อประกาศศักดาว่า ถึงข้าจะเตี้ยกว่าแต่ก็ไม่น้อยหน้านะ! ชาวญี่ปุ่นมีใจสู้ และมี winner attitude แต่ความพยายามลบปมด้อยด้วยความก้าวร้าวและกำลังทหาร พิสูจน์แล้วว่า ไม่เวิร์ค เพราะสุดท้ายก็แพ้สงคราม จำต้องปรับตัวใหม่ หันมาเอาดีด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีแทน

Screen shot 2014-05-07 at 11.10.55 AM
Photo credit: IMDB
ส่วนหนุ่มสก็อต Eric พระเอกของเรานั้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของ ทหารที่ผ่านศึกอันโหดร้ายมา และไม่สามารถที่จะก้าวข้ามอดีตอันเจ็บปวด ฉากที่เขาถูกทรมานอย่างโหดเหี้ยมนั้น เห็นแล้วถึงกับน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าสงสาร กลัว หรืออะไรกันแน่ ถ้าคนที่นอนให้เขาเอาไม้ฟาดๆ เป็นเรา จะเป็นอย่างไร? แล้วถ้าคนที่เอาไม้ฟาดๆ นั้นคือเราจะเป็นอย่างไร? เชื่อว่าลึกๆ แล้ว แม้แต่ในใจของคนตี ต้องเจ็บปวดเช่นกัน ถ้าเขายังเป็นมนุษย์อ่ะนะ

สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในใจของพระเอก น่าจะเป็นความโกรธแค้น ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจ และสถิตอยู่ในทุกอนูร่างกายที่เคยถูกตี ความโกรธที่ไม่มีโอกาสให้ระบายออก มันทำให้คนเป็นโรคจิตได้ อย่างเดินละเมอทำสิ่งต่างๆ หรือทำอะไรๆ ที่เขาไม่รู้ตัว อารมณ์รุนแรงมากถ้าถูกกระตุ้น ถูกข่มขู่ เช่นตอนที่มีคนมาเรียกเก็บภาษี เพราะมันทำให้ระลึกถึงตอนที่ถูกข่มขู่ซักถามและถูกทำร้ายตอนสงคราม สิ่งนี้ทำให้คนเราซึมเศร้าหดหู่และฆ่าตัวตายได้ แต่การที่พระเอกเลือกกลับไปเผชิญหน้ากับล่ามญี่ปุ่น Nagase ที่มาอยู่ที่กาญจนบุรีคนนั้น การที่ได้เห็นว่า Nagase สำนึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ และอุทิศชีวิตที่เหลือเพื่อให้ความรู้เรื่องสงคราม และพยายามสร้างสันติให้เกิดขึ้น มันสลายความโกรธในใจเขาได้ เขาต้องการได้รับ “คำขอโทษจากใจจริง” ส่วน Nagase ก็ถือว่าได้ไถ่บาปเยียวยาตัวเองไปด้วย ถ้า Eric ฆ่า Nagase เพื่อล้างแค้นมันก็ได้แค่ระบายออกทางกายเท่านั้น แต่ปมในใจยังไม่คลี่คลาย ต่อให้ทำไปก็จะไม่หายหดหู่ แต่การที่ได้พูดคุยกันแบบเปิดอก คุยกันในฐานะ มนุษย์ กับ มนุษย์ ทำให้เข้าใจกันมากขึ้น ละความโกรธ และให้อภัยกันได้

แต่บทบาทที่สำคัญที่สุด ที่จะไม่เอ่ยถึงไม่ได้ ก็คือ Patti ภรรยาของ Eric ที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนเขา ถ้าไม่มีเธอ เขาก็อาจไม่เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาฝังลึกนี้ได้ ความรักช่วยเยียวยาจิตใจ กำลังใจจากครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมาก ถึงมากที่สุด

การให้อภัย ก็คือการปล่อยวาง คำว่า “ปล่อยวาง” ไม่ใช่หลับหูหลับตาก็วางได้ ความเข้าใจที่จริงแท้จะนำไปสู่การปล่อยวาง ที่วางได้เพราะเกิด Wisdom หรือ enlighten มีแสงสว่างในจิตใจ จึงให้อภัย

Photo Credit: IMDB

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.