The Lord of the Rings

ตำนานแห่งดาบ King Arthur

King Arthur Poster
Spoiler Alert! มีเนื้อหาของหนังเรื่อง King Arthur 2017

ตำนานคิงอาร์เธอร์จะวนเวียนอยู่กับสัญลักษณ์สำคัญ 2 อย่างด้วยกัน คือ ดาบ และ ถ้วย ในโพสท์นี้จะเขียนเกี่ยวกับดาบเป็นหลัก ดาบ Excalibur ชวนให้นึกถึงดาบในเรื่อง the Lord of the Rings เล่มนั้นแตกแล้วต้องหลอมขึ้นใหม่ ส่วนเอ็กซ์คาลิเบอร์ปักอยู่บนก้อนหิน ราชันย์ที่แท้จริงจึงจะสามารถดึงขึ้นมาได้ ดาบทั้งสองเล่มที่พูดถึงนี้ รอเจอคิงที่ใช่ เป็นอาวุธใช้ขับไล่ข้าศึก รวมประเทศให้เป็นปึกแผ่นและปกครอง ทำไมดาบนี้จึงสำคัญ? (more…)

วิเคราะห์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Screen Shot 2557-12-19 at 20.45.55

วิเคราะห์ Hobbit สงคราม 5 ทับ Spoiler Alert!

18/12/14

The Hobbit ภาคนี้ไม่ผิดหวัง สนุกมากตั้งแต่เปิดเรื่อง ดารามาเยอะแบบจัดเต็มทิ้งทวน และก็รู้สึกใจหาย ว่าปีหน้าจะไม่มีหนังให้ตั้งตารอดูแล้ว Deepfilm จะวิเคราะห์เฉพาะตัวละครและประเด็นที่อยากจะวิเคราะห์ดังนี้ Bard the Dragon slayer, Galadriel, 5 armies, Thranduil, Kili-Tauriel, Thorin, และ Alfrid Lickspittle

Dragon Slayer มนุษย์ผู้ละความโลภได้ ด้วยความแน่วแน่ดุจศรดำของเขา และที่สำคัญคือหัวใจที่มีความรักและความหวัง (ลูกชาย) ทำให้ฆ่ามังกรจอมโลภได้ มังกรสม็อกถูกยิงตกลงไปทับเจ้าเมืองจอมโลภตายพร้อมกันเลย

Galadriel เป็นด้าน  feminine ที่งดงาม มีเมตตา และมีพลังมาก ในยามที่ Gandalf คับขัน เธอมาช่วย พาพวกมาด้วย แต่ด้านสว่างมาอยู่ในถิ่นของด้านมืด จะอ่อนแรง เพราะมันสูบพลังชีวิตของเธอ ถ้าอยู่นานเธออาจจะตาย เธอได้เอ่ยคำพูดตอนขับไล่จอมมารมืด ประมาณว่า “เจ้าปีศาจ ไร้นาม ไร้หน้า ไร้ตัวตน จงกลับไปสู่ความมืดซะ” เธอรู้จักคุณลักษณะของด้านมืดเป็นอย่างดี มันคือความว่างเปล่าที่มืดมน เธอใช้แสงสว่างของน้ำในผลึกแก้วที่เหมือนดวงดาวนำทางในยามราตรี เปรียบดังแสงแห่งจิตสำนึกที่ส่องสกาวในความมืด ช่วยไม่ให้หลงทาง และขับไล่ความมืดและความชั่วร้ายได้

5 armies, 5 symbols: 

คนแคระ: ความโลภ และบ้าคลั่ง

เอลฟ์ป่า: ความหยิ่งยะโส เกียรติยศ ศักดิ์ศรี

มนุษย์: ความอยู่รอด

ปีศาจ: ความชั่วร้าย

พ่อมด: คุณธรรม ปัญญา ความสมดุล ธรรมชาติ

Thranduil กษัตริย์เอฟป่ารูปงามผู้หยิ่งยโส เย็นชา แต่จริงๆ ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เพราะไม่สามารถยอมรับกับความสูญเสียล้มตายได้อีก ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูญเสียราชินีด้วยเพลี่ยงพล้ำให้กับด้านมืด ตัวเขาเองก็เคยโดนไฟแห่งความโลภแผดเผามาก่อน ด้วยความกลัวและความเสียใจ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ออกหน้าสู้กับพวกปีศาจ แต่ที่ประหลาดคือ กลับยกทัพมาสู้กับคนแคระเพื่อทวงเพชรของตระกูลซึ่งเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรี ตัวละครตัวนี้ทำให้นึกถึง เบียคุยะ ใน การ์ตูนญี่ปุ่น Bleach ท่านชายผู้สูงศักดิ์ หล่อ เนี้ยบ หยิ่ง ที่ต้องเสียภรรยาไปเช่นกัน  ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อต่อสู้รักษากียรติยศศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล เพราะคลั่งเกียรติยศศักดิ์ศรีมากเกินไป ด้าน feminine จึงได้ตายจากไป และเพราะด้าน feminine จากไปจึงเหลืออยู่แค่เพียงเกียรติยศให้ยึดถือ

ทำไม Kili ต้องตาย เพราะความรักมันไม่มีเหตุผล และมันก็ไม่สมหวังเสมอไป มันอาจทำให้เรามีความสุข และอาจจะทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ความรัก (Tauriel) จะยังคงอยู่ต่อไป (ลองฟัง Andrew Lloyd Webber’s Love never dies)

Thorin กษัตริย์คนแคระแห่งเทือกเขา เอเรบอร์ ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของความโลภ สิ่งที่ตามมา คือความระแวง และความบ้าคลั่ง มีเพียงมิตรแท้ที่คอยเตือนสติ กับความเข้มแข็งของจิตใจ จึงสามารถต่อสู้กับความโลภได้  ด้วยความละอายใจและอยากจะไถ่โทษกู้เกียรติคืนมา จึงสู้ตายกับความชั่วร้าย Azog คู่ปรับเก่า แต่ว่าด้านชั่วร้ายแข็งแกร่งมาก ความเย็นชาของน้ำแข็งไม่สามารถฆ่าปีศาจไร้หัวใจได้ ทางเดียวที่จะปราบมันได้ คือ ยอมละตัวตน Thorin จึงยอมสละชีวิตตัวเอง เพราะตระกูลของเขาหลงมัวเมาในความโลภ จึงต้องสิ้นวงศ์ สิ้นอนาคต แม้แต่หลานชาย Fili และ Kili ซึ่งก็คือทายาทของเขา ต้องมาตายตามกันไปหมด เหลือแต่คนแคระแก่ๆ และที่น่าสังเกตคือในบรรดาคนแคระ ไม่มีคนแคระผู้หญิงอยู่เลย มีแต่ด้าน masculine ไม่มีด้าน feminine ไม่สมดุล

มีตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวคือ Alfrid Lickspittle ซึ่งอัปลักษณ์ คอยเอาแต่ประจบสอพลอ เอาความดีความชอบ ไม่ทำงาน ขี้ขลาด เจ้านี่คล้ายๆ กับ Grima Wormtongue ที่ปรึกษาของกษัตริย์ Theoden of Rohan ใน Lord of the Rings แคแรกเตอร์มนุษย์แบบนี้ ก็มีผุดมาให้เห็นได้ตลอดในชีวิตจริง คนนึงก็เลียจนน้ำลายหกท่วม อีกคนก็ลิ้นหนอนบ่อนไส้ เป็นพาราไซต์คอยมาเกาะผู้นำหรือคนใหญ่คนโต ให้ระมัดระวังเอาไว้

ตัวละครแต่ละตัว สัญลักษณ์แต่ละด้าน สะท้อนบุคลิกภาพที่อาจพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เราล้วนมีด้านต่างๆ เหล่านี้ในจิตใจ เพียงแต่เป็นด้านไหนที่โดดเด่นและแสดงออกมากกว่ากัน  ส่วนด้านอื่นๆ ที่มีอยู่ รอโอกาสที่จะสำแดงออกมาเมื่อถูกกระตุ้น ทั้งความดี ความชั่ว ความโลภ ความรัก เรามีอย่างเท่าเทียม ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร  ดูอย่าง Bilbo สิ เขารักเพื่อน กล้าหาญ มีน้ำใจ ไม่โลภเพชรทอง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังขโมยแหวนแห่งอำนาจมาจากกอลลัม หรือแม้แต่ Thorin ผู้กล้าหาญ ก็ยังถูกความโลภครอบงำได้ ไม่มีใครที่จะดีสมบูรณ์แบบ แต่อยากจะเป็นคนแบบไหน เรามีอำนาจที่จะเลือกเอง

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Photo credit: http://www.majorcineplex.com/movie/the-hobbit-the-battle-of-the-five-armies/

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

วิเคราะห์ The Hobbit: The Desolation of Smaug

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Image

Spoiler Alert!

ตั้งแต่ดู The Lord of the Rings ก็คิดว่า มันเป็นการผสานอย่างลงตัวของ ประวัติศาสตร์สงครามโลก + mythology + ประวัติส่วนตัว + จิตนาการของ Tolkien ออกมาเป็นงานชิ้นเยี่ยม ที่สนุกมากและลึกซึ้ง ในบทความนี้ จะเน้น สองเรื่อง คือ Arkenstone และ Smaug เราคิดว่า Film series, The Hobbit อาจมีเค้ามาจากปฐมบทของสงครามโลก (W.W. 1) และ The Lord of the Rings จากสงครามโลกครั้งที่สอง (W.W.2) [นกอินทรีย์ ที่ Gandalf เรียกมาช่วยตอนสุดท้ายของ The Lord of the Rings: The Return of the King ทำให้นึกถึง อเมริกาที่เข้ามาช่วยสงครามตอนท้ายๆ และทำให้ได้ชัยชนะ แต่ว่า ชาวยุโรปเขาอยู่ในเกมสงคราม เสียเลือดเนื้อกันมายาวนานแล้ว) ใน The Lord of the Rings เรื่องราวทุกอย่างหมุนวนอยู่รอบๆ ธีม “อำนาจ” ซึ่งแทนด้วย แหวน ซึ่งจะไม่อธิบายรายละเอียด เดี๋ยวยาว ถ้ามีโอกาส และมีแรง ก็อยากจะวิเคราะห์ Lord, Trilogy ในแบบของตัวเองดูซักครั้ง ส่วน The Hobbit ก็หมุนวนอยู่รอบๆ ธีม “ความโลภ” ที่จะครอบครองความมั่งคั่ง (ทอง) และที่สุดแห่งอัญมณี โคตรเพชรอาร์เคนสโตน (Arkenstone) สุดท้ายแล้ว จะอำนาจหรือความมั่งคั่ง มันก็คือสิ่งเดียวกัน กิเลส ด้านมืด (shadow) ของมนุษย์

Why Arkenstone? Arken อาร์เค่น เดาว่า มาจากคำว่า Arch (อาค หรือ อาร์ช) ซึ่งมีกลุ่มความหมายว่า origin, begin, root, the highest class, power. เป็นจุดเร่ิมต้น เป็นราก เป็นที่สุด และดังนั้น จึงมีพลังและอำนาจสูงสุด เราเชื่อว่าอาร์เคนสโตนนี้ คล้ายคลึงกับ … ศิลานักปราชญ์ (Philosopher Stone) ใน European Alchemy, The Self ตัวตนอันสมบูรณ์ ใน Analytical Psychology (Jungian Psychology), พรมหมัน ใน Hinduism และในศาสนาพุทธ การ attain ภาวะนั้นได้ คือ นิพพาน สิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นการเปรียบเปรยเชิงสัญลักษณ์ เป็นประเด็นสากล (Universal motif) ที่พบได้ในหลากหลายวัฒนธรรม ถ้าเพชรเม็ดงาม ที่เป็นที่หมายปองของทุกคนนั้น แท้จริงแล้วเป็นแก่นในจิตใจของคนเรา และเราไม่สามารถได้มันมา หากแต่ต้องผ่านการต่อสู้และผจญภัย รบรากับด้านมืด, Shadow ที่แทนที่ด้วยสัตว์ร้ายในใจตัวเอง เช่น พวกยักษ์ Ogre และสัตว์ประหลาด นอกจากนั้นยังต้องสร้าง connection กับด้านที่ดี หรือค่อนข้างดี ด้วยการผูกมิตรกับตัวต่างๆ (ในใจ) เช่น skinshifter (ครึ่งหมีครึ่งคน, ด้านที่ถูกความเป็นสัตว์ป่าดุร้ายครอบงำบางครั้งมีสติ เป็นมนุษย์ บางครั้งไม่มี เป็นสัตว์) เพื่อหยิบยืมพลังมาช่วย (ได้ม้า อาหาร ทีพัก ฯลฯ), ต้องผ่านป่ามายา ซ่ึงไม่ต่างจากการเดินเข้าไปในเขาวงกตแห่งจิตไร้สำนึกของตนเอง ที่ทำให้มึนงง หลอน และหลงทาง มีแมงมุม เจ้าแห่งการชักใยและมายา ล่อให้เข้าไปติดกับ อย่างที่ Gandalf ย้ำก่อนจะจากไปว่า เมื่อเข้าไปในป่าแล้ว ความมุ่งมั่น และแน่วแน่ไปสู่จุดหมายเท่านั้น ที่จะนำพาให้หลุดออกจากป่านั้นได้ นี่อาจเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตและพัฒนาตนเองที่ แฝงอยู่ ใช่ว่าในป่าแห่งจิตนั้นจะมีแต่สิ่งชั่วร้าย สิ่งดีๆ ก็มีนะ ได้แก่ พวก Elf หากแต่ว่าการจะได้พลังจากด้านนี้ ก็ต้องผ่านการผูกมิตรอีกเช่นกัน เพราะ ตัวต่างๆ ในจิต (เป็น Archetypal symbols) มีพลังมหาศาล และมีความเป็นเอกเทศของตัวเอง (Autonomous) สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป ก็ถูกจับขัง (ถูกครอบงำได้) แต่เพราะการผูกมิตร Kili จีบ Elf, Tauriel connect กับด้านบวกที่เป็น feminine จึงทำให้ได้กำลังหนุนมาต่อสู้กับพวก Ogre (ได้ energy ทางจิตเพิ่ม) แล้วก็เดินทางต่อไป ไปผูกมิตรกับมนุษย์ผู้ชาย Bard (ด้านที่เป็น Animus หรือ masculine) ฯลฯ จนสามารถเดินทางเข้าสู่ไต้ขุนเขาแห่ง Erebor ส่วนลึกของจิตใจ ที่สิงสถิตย์แห่งขุมทรัพย์ และโคตรเพชรอาร์เคนสโตน

Smaug มีตำนานเกี่ยวกับมังกรทั่วโลก ในที่นี้เป็นมังกรเฝ้าทรัพย์ ตามตำนานยุโรป ที่ที่มีขุมทรัพย์ จะมีสัตว์ร้าย เช่นมังกร เฝ้าอยู่อย่างหวงแหน ต้องปราบมังกรจึงจะได้ขุมทรัพย์ หรือเจ้าหญิง ถ้าขุมทรัพย์ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นพลังมหาศาลและศักยภาพทางจิตใจล่ะ และไฟอันร้อนรุ่มที่มังกรแผดเผาคนที่ย่างกรายเข้ามา คือความร้อนรุ่มที่เกิดจากความโลภ กิเลส ตัณหาล่ะ เป็นความโลภและความบ้าอำนาจที่ก่อไฟสงคราม ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การปราบมังกร หรือด้านมืดในจิตของมนุษย์ คือการดับกิเลส ตัณหา หรือเปล่า? เจ้า Smaug ที่ดูเหมือนร้ายกาจ ยังพูด(กับ Bilbo) อย่างมีปัญญาว่า ไม่ต้องการให้ Thorin ได้ครอบครอง Arkenstone เพราะในใจมีความละโมบ และสุดท้ายก็จะถูกความโลภครอบงำและเป็นบ้า (เหมือนพ่อของเขา Thrain) จะว่าไปแล้ว มังกรก็มีด้านที่เป็นปัญญาเช่นกัน การพูดคุยระหว่างมังกรกับ Bilbo เป็นการสร้าง connection กับด้านมืด (หรือด้านที่เคยมืด) มังกรสั่ง ให้ “Step into the Light” ราวกับว่า ให้ก้าวเข้ามาสู่แสงสว่าง หรือจงมีสติ (เรื่องความโลภ ฯลฯ) เรื่องราวมันมาหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ในตำนานบางเรื่องต้องปราบมังกร (dragon slayer) แต่บางเรื่องก็ให้ผูกมิตรกับมังกร (dragon master/rider) เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอดูต่อภาค 3 ละกัน

(เขียนเพิ่มทีหลัง) เรารู้สึกว่าได้กลิ่นของ Tchaikovsky ในเพลงประกอบ หรืออาจจะหลอนไปเอง  ไม่แน่ใจว่าเป็นสไตล์ของผู้ประพันธ์เพลง หรือว่าจงใจ เพราะรัสเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ใครมีความเห็น ชี้แนะได้ ถ้าอยากเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า Arch เพิ่ม ลองอ่านข้อมูลแบบ fast food ได้ที่นี่ และ ที่นี่

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

เครดิตภาพ : imdb.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License