mythology

Exodus: God in (the) King

Screen Shot 2557-12-10 at 15.54.53

Spoiler Alert!

ตำนานโมเสส ก็ไม่ต่างจากตำนานเจ้าชายสิทธัตถะ และตำนานพระเยซู บางส่วนมีเค้าโครงทางประวัติศาสตร์บางส่วนอาจต้องมองเชิงอุปมาอุปไมย หรือเป็นสัญลักษณ์

ขึ้นเรื่องมา โมเสสในฐานะเจ้าชายแห่งอียิปต์ ออกตัวชัดเจนมากว่าไม่เชื่อศาสนาและไสยศาสตร์ แต่เชื่อในเหตุผล การที่กษัตริย์อียิปต์ใช้อำนาจเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ กดขี่ผู้คนให้เป็นทาส ทำงานหนัก ไร้อิสระ สุดท้ายก็มาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทนจนนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ถ้าจะมองในแง่ของจิตใจ ถ้ามนุษย์คนหนึ่งใช้ชีวิตแบบเผด็จการสุดโต่ง บ้าอำนาจ และไม่แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น หรือแม้แต่เสียงความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตมันเทเอียงไปด้านเดียว ด้านอื่นๆ ในจิตใจที่ต้องการมีสิทธิ์มีเสียง ก็ต้องประท้วงประทุขึ้นมาสักวัน

โมเสสที่ตระหนักรู้แล้วว่าตนเองเป็นใคร ไม่ใช่หนึ่งในเจ้าที่บ้าอำนาจ การเผชิญหน้ากับความจริงมักจะยากลำบากในตอนต้นๆ ตกอับ ร่อนเร่ไปตามทะเลทรายแห้งแล้ง พบกับ หญิงสาว มีความรัก แต่งงาน มนุษย์เหตุผลได้พบกับด้านสวยงามของความไร้เหตุผล…ความรัก, femininity เขาไม่หนักเอียงไปด้านเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เด็กชายที่มาคุยกับโมเสส จะว่าเป็นภาพหลอน ถึงความต้องการที่แท้จริงในใจเขาที่อยากจะปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ หรือจะเป็นพระเจ้าจริงๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าข้างในจิต หรือพระเจ้าข้างนอก พระเจ้าก็คือพระเจ้า พระเจ้าอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ขึ้นอยู่กับจะมองจะตีความอย่างไร และขึ้นอยู่กับความเชื่อ แต่ที่แน่ๆ ในจิตใจมนุษย์ มีตัวตนอันสูงสุด สถิตอยู่ ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาแบบ Jungian เรียก the Self

ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มจากน้ำ ถ้าน้ำคือห้วงแห่งจิตไร้สำนึก การที่เกิดพิโรธมีจรเข้ดุร้ายไล่กัดคน ตามมาด้วยปลาซึ่งเป็นอาหารอันทรงคุณค่ากลับตายเกลี้ยง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ภายในกำลังปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด จรเข้อันเปรียบได้กับสัญชาติญาณสัตว์ที่ทรงพลังมาก ปลา..แหล่งสารอาหาร และด้านดีๆ ภายใน อืดตาย และตามมาด้วย สิ่งเลวร้ายอื่นๆ นำพาโรคและโชคร้ายมาสู่ผู้คน ถ้าดำรงชีวิตแบบสุดโต่งหนักเอียง ถึงจุดอิ่มตัวก็จะเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในจิตใจ ไม่ว่าจะโลกข้างนอก หรือโลกข้างใน ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่สมดุลก็จะเกิดเหตุอาเภทขึ้น ไม่ต่างจากปรากฎการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน กายกับจิตไม่อาจแยกจากกัน มนุษย์และสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน

การทาประตูด้วยเลือดแกะ/แพะ เป็นเสมือนการบูชายันต์ สละชีวิตบริสุทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการยอมเคารพนพนอบ และเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่เหนือกว่าเหตุผลของมนุษย์ หรือก็คือการเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าองค์ที่ยังไม่ได้รับการเคารพจากฝั่งอียิปต์ที่ลำพอง ดังนั้น เด็กในบ้านทาสที่ทาประตูด้วยเลือดสัตว์จึงไม่ตาย  เด็ก คือความหวัง อนาคตและความเป็นไปได้ต่างๆ เด็กที่อยู่ในบ้านของเผด็จการบ้าอำนาจ และคิดแบบสุดโต่ง ก็ต้องตายไป เพราะจิตมันคับแคบเสียจนไม่เหลือช่องว่างให้ความสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ จึงสิ้นอนาคต ในขณะที่เด็กในบ้านของผู้ที่มีความรัก ความเชื่อ และอ่อนน้อมถ่อมตน, อ่อนน้อมถ่อมตนให้กับ the Unknown สิ่งที่เรายังไม่รู้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่ถูกเรียกว่าพระเจ้า จึงรอดตาย

การจะหลุดพ้นจากความบ้าอำนาจ โหดร้าย เป็นการเดินทางที่ยากลำบากและอันตราย ไม่ใช่ทางที่เรียบง่าย ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมหาศาลฟันฝ่าไป สุดท้ายมาพบกับมหาสมุทร ซึ่งเสมือนกับทางตัน คือหนทางที่ไม่มีทาง และเป็นไปไม่ได้ โมเสสโยนดาบที่ได้มาจากกษัตริย์อียิปต์ทิ้งลงทะเล  ดาบเป็นเสมือนความคิด เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าชายและความคิดแบบเจ้าชาย ความเชื่อในเหตุผล ความบ้าอำนาจ การควบคุม และความเย็นชา เขาละทิ้งตัวตนเก่าของเขาโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่ใช่พวกนั้นอีกต่อไป เขาเลิกคิด ทะเลจึงเปิดทางให้ เกิดเป็นทางเดินเชื่อมไปยังดินแดนใหม่ egoใหม่ ส่วนความบ้าอำนาจ เผด็จการ เย็นชา โหดร้าย และผยองลำพอง ตามมาไม่ได้แล้ว โมเสสทำสำเร็จ ปลดปล่อยผู้คน หรือด้านต่างๆ ที่เคยถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ และได้พบกับด้าน feminine ภรรยา และลูกอีกครั้ง

การยืดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล จะทำให้เกิดการรวมศูนย์เผด็จการขึ้นครั้งใหม่ เมื่อแตกดับ ก็จะเกิดการสั่นคลอน ดังนั้น โมเสสจึงถ่ายทอดคำสอนบัญญัติ 10 ประการบนแผ่นหินสลัก เพื่อส่งต่อสู่ลูกหลานสืบไป แต่ทว่าการเดินทางยังไม่สิ้นสุด การเดินทางไปสู่ดินแดนแห่งนั้น (กล่าวในประเด็นทางจิตใจ) เป็นการเดินทางชั่วชีวิต และไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้

Photo credit: www.majorcineplex.com/news/exodus-gods-and-kings-news-2

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Dracula Untold: All You Need is Love

119825_gal

Spoiler Alert!

ถ้าดู Dracula เวอร์ชันนี้ แล้วดูเวอร์ชันของ Bram Stoker ที่ Winona Ryder เล่นเป็น Mina แถมยังมี Keanu Reeves ตอนใสๆ ร่วมแสดงด้วย เรื่องราวก็จะวนครบลูปพอดี ดูท่าเรื่องนี้จะมีภาค 2 ต่อ น่าแปลกที่แวมไพร์ มักถูกจับมาเป็นตัวเอกในหนังรักโรแมนติก ไม่ว่าจะ Dracula หรือ Vampire Twilight  ถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า การเป็นแวมไพร์มันต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรัก จะเกี่ยวกันอย่างไร มาดูกัน

การเป็นแวมไพร์คืออะไร แวมไพร์จะมีความสามารถเหนือมนุษย์ แปลงร่างเป็นค้างคาวได้ กลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ดุร้าย พลังมาก ความเป็นมนุษย์และจิตสำนึกแบบมนุษย์ตายไป ความเป็นสัตว์ และความชั่วร้ายเข้ามาแทนที่ (พูดถึงแวมไพร์ทั่วๆ ไป) แต่ Dracula เวอร์ชันนี้ ยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง รู้จักรักลูกรักเมีย

เพราะความดุร้าย และต้องการพลังอำนาจ ต้องการชนะสงคราม จนยอมสูญเสียความเป็นมนุษย์ จึงเป็นเหตุให้ ภรรยาต้องตาย ด้าน masculine แรงเกิน กร้าวเกิน ด้าน feminine ที่เต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน อ่อนพลัง และตาย และดังนั้น เขาจึงต้องกลายเป็นปีศาจ ดื่มกินเลือดมนุษย์ กินเลือดภรรยาตนเอง เขาคือคนที่ฆ่าเธอเอง แลกกับพลังอำนาจ ที่คิดว่าจะใช้เพื่อปกป้อง เพื่อช่วยเด็กคนเดียว เพราะเด็กคนนี้คือ ความหวัง

ทำไมต้องดื่มเลือด เพราะเลือดคือพลังชีวิต แวมไพร์ไร้ความเป็นมนุษย์ เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีแต่ร่างไร้วิญญาณ จะอยู่เป็นอมตะได้จึงต้องดื่มพลังชีวิตจากมนุษย์คนอื่นๆ เหมือนค้างคาวดูดเลือด สัตว์ที่อยู่อาศัยในที่มืด และดูดกินเลือดจากสัตว์อื่นประทังชีวิต ดังนั้นแวมไพร์ ก็อาจเปรียบได้กับ ด้านที่เป็นปีศาจที่ซ่อนแอบอยู่ในมุมมืดของจิตใจมนุษย์ ด้านที่มีพลังมาก แต่ชั่วร้าย ไร้หัวใจ ไร้ปราณี และคอยดูดกินพลังชีวิตด้านบวกจากมนุษย์ หรือจากด้าน positive อื่นๆ ในจิตใจของเรา และมักโผล่มาในฝัน เป็นแวมไพร์หล่อๆ หรือเอ็กซ์ๆ ยั่วยวนน่าหลงไหล มันก็คือส่วนหนึ่งของเราที่ยังไม่ได้รับการเข้าใจมากพอ

เวลาโดนแสง แวมไพร์จะไหม้ และตาย เพราะมันกลัวแสงสว่างแห่งจิตใจ หรือจิตสำนึก ที่เจิดจ้าและร้อนแรงดุจแสงตะวัน

Screen Shot 2557-10-29 at 16.30.37

เงิน (silver) เป็นโลหะสูงค่า แต่เงินต่างจากทอง ทองอาจแพงกว่า แต่ว่าจะให้ความรู้สึก ร้อนแรง ในขณะที่เงินนั้นจะให้แสงนวลเย็นกว่า อ่อนโยน subtle กว่า จึงมักเปรียบเงินกับแสงจันทร์ เปรียบกับความอ่อนโยน นุ่มนวล เมตตา หรือเป็นสัญลักษณ์ของ femininity ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี ที่มีได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย การที่พระเอกกลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว เพราะเมียตาย ก็หมายถึงด้าน ที่เป็นตัวแทน femininity ความรัก ความเมตตา ความอ่อนโยน ความรู้สึก ได้ตายจากไป จึงต้องกลายเป็นปีศาจนั่นเอง และเมื่อใดก็ตามที่ถูกอาวุธที่ทำจากเงิน หรือสัมผัสโดนเงิน ก็จะไหม้ เจ็บปวด และตายได้ เพราะเงิน สัญลักษณ์ของ femininity เป็นสิ่งที่แวมไพร์ไม่มี และจริงๆ แล้วโหยหาเป็นอย่างมาก แวมไพร์จึงแพ้เงิน โดนเงินแล้วตายได้ เพราะเงินทำให้ความรู้สึกกลับมาอีกครั้ง มันง่ายกว่ามากที่จะฆ่าคน ทำเรื่องชั่วๆ ถ้าไม่มีความรู้สึก แต่เมื่อใดก็ตามที่ “รู้สึก” ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด ฯลฯ ก็จะประดังเข้ามา และยากที่จะทานทน  การฆ่าแวมไพร์ให้ตายด้วยอาวุธที่ทำจากเงิน หรือการตอกหัวใจ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแวมไพร์ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่จะขจัดด้านชั่วร้ายออกไป แต่มันก็จะมีตัวใหม่ผุดมาเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น ดังนั้นจะดีกว่าหากจะสามารถเรียกคืน femininity กลับเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เรียกคืน ความรู้สึก ความเมตตา ความรัก ความห่วงใย กลับเข้ามา ดังนั้น เขาจึงรอคอยจะพบเธออีกครั้ง ไม่ว่า Vlad ในเรื่อง Dracula หรือ Edward ในเรื่อง Vampire Twilight ต่างก็รอคอย และโหยหาความรัก ความรู้สึก จากมนุษย์ผู้หญิงทั้งคู่

ถ้า Dracula เป็นด้านมืด ในจิตใจของเรา โหด ดุ ต้องการเอาชนะศัตรู at all cost ทำเรื่องไม่ดีได้โดยไม่แคร์ คุณคิดว่า บางครั้งบางคราวในชีวิตของคุณ เคยมี Dracula โผล่ออกมาบ้างหรือเปล่า? จะยอมให้มันดูดพลังชีวิตของคุณต่อไป จะดีเหรอ? แต่จะแกร่งแค่ไหน Dracula ก็พ่ายแพ้ต่อความรักนะ เพราะความรัก รักษาได้ทุกโรค ฉันขอสรุปไว้ตรงนี้เลยว่า ที่คนมันบ้า คนมีปัญหา ที่สังคมวุ่นวาย โลกปั่นป่วน เพราะโลกนี้มีความรักไม่มากพอ มนุษย์ขาดความรัก ความรักจากพ่อแม่ ครอบครัว ความรักจากเพื่อน ความรักจากเพศตรงข้าม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักตัวเองอย่างที่เป็น ถ้าไม่สามารถเรียนรู้ที่จะรักตัวเองได้ คุณก็ได้สร้างปีศาจเอาไว้ในใจ รอจังหวะที่จะโผล่ออกมา และยากที่จะรู้เท่าทันตัวเองด้วย อ่ะนะ..Dracula ทั้งหลาย สิ่งเดียวที่คุณต้องการ คือความรัก All You Need is Love!

Photo credit: http://www.rottentomatoes.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.