เหตุผล

KUBO กับตาซ้ายที่หายไป

SPOILER ALERT! มีเนื้อหาของเรื่อง Kubo and the Two Strings!!!

kubo-pc-feature

แอนิเมชันและภาพยนตร์ที่เล่นกับสัญลักษณ์ ซ้าย-ขวา หัวใจ-เหตุผล ผลิตออกมาเป็นระยะๆ เป็นประเด็นสำคัญของยุค ธีมนี้มีมานานแล้ว แต่ทศวรรษนี้..มาถี่ ถ้าไม่มีอะไร คนก็คงไม่อินพอจะเขียนเรื่องหรือกำกับออกมา ผิวของตัวเอกหลากเฉดสี แต่พอมองลงไปที่สัญลักษณ์ มันก็คล้ายๆ กัน ดูคูโบแล้วนึกถึง Song of the Sea, Alice through, The Matrix แต่เรื่องนี้ธีมหัวใจ-เหตุผลนั้นซ่อนอยู่ใต้ประเด็นที่ใหญ่กว่านั่นคือ “การเห็น” แล้วมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร? (เพิ่มเติม…)

Insurgent

Screen Shot 2558-11-04 at 09.53.49

Spoiler Alert!

Divergent ภาคสอง หรือ Insurgent ทำให้เข้าใจการแบ่งคนออกเป็นกลุ่มย่อยทั้ง 5 ชัดเจนขึ้น การแบ่งแยก Factions ให้คนเป็นได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดภาวะ one-sided คือบุคลิกสุดโต่งไปข้างเดียว สะท้อนกับวิถีชีวิตนับแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ที่แต่ละคนแทนฟันเฟืองแต่ละตัว มีหน้าที่ประจำคนละอย่างในโรงงาน ในบริษัท คุณอาจมีความถนัดมากในบางด้าน (expertise) แต่ก็เป็นอัมพาตในด้านอื่นๆ อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างเน้นในเรื่องการไม่เป็นแค่อย่างใดอย่างหนึ่งแต่เป็นได้ทุกอย่าง ภาคสองนี้ เน้นมากในคอนเซ็ปต์เรื่องการเอาชนะด้านตรงข้าม (shadow) ดูภาพประกอบ (เพิ่มเติม…)

Interstellar: Logos vs Eros

Screen Shot 2557-11-11 at 9.37.46

Spoiler Alert!

โดยส่วนตัวไม่ประทับใจหนังเรื่องนี้ รู้สึกเฉยๆ ง่วงๆ แต่ก็มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ประเด็นที่สอง Nolan อยากนำเสนอ ก็ไม่พ้น ความขัดแย้งระหว่าง ความคิดกับความรู้สึก เหตุผลกับหัวใจ ฝั่งเหตุผลนั้นนำทีมโดยนักวิทยาศาสตร์ NASA Professor Brand (พ่อ), พระเอก Cooper และตัวร้าย Dr. Mann ฝั่งความรู้สึก/ความรัก นำโดย Dr. Amelia Brand (ลูกสาว) ซึ่งตอนแรกๆ ก็ยังถูกเหตุผลครอบงำอยู่

ด้วยตรรกะ จึงนำให้นักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะ เหล่านั้น คิดจะทิ้งผู้คนบนโลกให้ล้มตาย แล้วไปสร้าง Colony ใหม่ ที่ดาวดวงอื่น คนที่มีหัวใจคงไม่ทำอย่างนั้น การที่ Cooper เลือกฟังเหตุผล เขาจึงจากครอบครัวไปสำรวจหาดาวดวงใหม่

Screen Shot 2557-11-11 at 9.38.18

Cooper เชื่อในวิทยาศาสตร์ และตรรกะ ไม่เชื่อสิ่งที่พิสูจน์ จับต้องไม่ได้ ในขณะที่ลูกสาว Murph อยากจะเชื่อเรื่องที่เกินขอบเขตวิทยาศาสตร์ เช่น ผี และสิ่งที่ (ยัง) พิสูจน์ไม่ได้ ชื่อของเธอมาจาก ความคิดที่ว่า ถ้ามันมีโอกาสจะเกิดขึ้น จนแล้วจนรอดมันก็จะเกิดขึ้น ประมาณอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทางหนึ่งก็เหมือนให้ปลงๆ แต่อีกทางก็ออกแนวให้เตรียมพร้อมรับมือกับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ ต้อง safety first ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการออกแบบเครื่องบิน ยานอวกาศ  การที่ต้องเสียแม่ไป การท่ีรถยางแตก การที่พ่อต้องจากไป การที่โลกถึงกาลวินาศ ถ้าจะให้มองแบบ Murphy ก็คือ worst case scenario ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด แล้วมันก็เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่เธอก็ยังไม่เคยสิ้นหวัง และยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าพ่อจะกลับมา และมีทางช่วยมนุษย์โลก เธอคือความเชื่อ ความศรัทธา และความเป็นไปได้

เพราะเหตุผล ที่ Amelia Brand คิดว่าควรต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ คือการไปเก็บกล่องข้อมูลที่อยู่ในน้ำ บนดาวที่มีสึนามิตลอดเวลา โดยไม่ฟังเสียงของสัญชาติญาณว่าให้กลับไปที่ยาน เพราะคลื่นยักษ์กำลังมา เลยพลาดเกือบตาย แล้วยังทำให้เพื่อนร่วมทีมดีๆ อีกคนต้องตายไปด้วย การทำตามความคิด โดยไม่ฟังเสียงความรู้สึก และสัญชาติญาณ มักนำไปสู่โศกนาฎกรรม

Screen Shot 2557-11-10 at 12.49.44

เพราะเหตุผล ที่ Cooper คิดว่า การไปหา Dr. Mann คือทางที่สมเหตุสมผลที่สุด ในขณะที่ Amelia Brand ขอให้ไปหา Edmund แฟนของเธอ เพราะความรัก แต่ Cooper กับเพื่อนร่วมทีมอีกคนไม่ฟัง จึงพลาด  ฉากนี้ชวนให้นึกถึง Batman, The Dark Knight ตอนที่เขาต้องเลือกว่าจะไปช่วยคนรัก Rachel หรือ Harvey Dent แต่โดน Joker ป่วน เพราะต้องการทำลายจิตวิญญาณของ Batman ภาวะที่ต้องเลือกว่าจะทำตามหัวใจหรือเหตุผลความถูกต้อง เหมือนจะเป็นธีมประจำตัวของสอง Nolan เขาล่ะ  สำหรับ Interstellar, Cooper และ Romilly เลือกด้วยเหตุผล จึงพลาด Romilly เลยตายเพราะน้ำมือของ Dr. Mann และ Cooper ก็เกือบตายเช่นกัน ดาวที่ Dr. Mann อยู่มีแต่น้ำแข็ง หนาวจัด เหมือนหัวใจที่เย็นชาของเขานั่นแหละ Dr. Mann เป็นมนุษย์ logic ที่ไร้หัวใจ เขาเชื่อว่าต้องปล่อยให้คนบนโลกตาย เพราะไม่มีความหวังที่จะหาดาวดวงใหม่ และยอมทำทุกอย่างที่เลวร้าย ให้ข้อมูลหลอกลวง เพื่อหลอกทีมสำรวจมาฆ่าปิดปาก เหตุผลที่ไร้หัวใจสร้างปีศาจในร่างมนุษย์ขึ้นมา

Screen Shot 2557-11-10 at 12.50.31

ความเสียสละ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ เป็นคุณสมบัตินี้ที่ทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ Cooper เลือกที่จะช่วย Amelia Brand ให้ได้พบกับความรัก เขายอมเสียสละตัวเอง ตัวเขาเองนั่นแหละที่มีความรัก

ความรัก คือตัวเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่เหนือกาลเวลา ระยะทาง ความรักเป็นตัวเชื่อม Cooper กับ ลูกสาวที่ยังมีความเชื่อ ความศรัทธา และความหวัง และเชื่อในสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล ความพยายามจะเชื่อมโยงสื่อสารกัน ทำให้พบวิธีช่วยมนุษย์โลกได้ จนในที่สุด พ่อ ลูกได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ปรากฎว่าดาวดวงที่ Amelia Brand ไปหาแฟน Edmund นั้น เป็นที่ที่มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แน่นอนว่า ที่ไหนมีความรัก ที่นั่นย่อมมีชีวิต Cooper ที่ตอนนี้ มีทั้งเหตุผล ความเชื่อและความหวัง กำลังจะไปหาเธอ…ความรัก การเดินทางระหว่างดวงดาวกำลังจะสิ้นสุดลง ฉากนี้ ทำให้นึกถึงงานเขียนเก่า เรื่อง Noah

Photo credit

http://www.imdb.com/title/tt0816692/mediaindex?ref_=tt_pv_mi_sm

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Star Trek: 2 ขั้วที่แตกต่าง (อัพเดทชื่อใหม่)

Screen shot 2013-11-27 at 4.53.36 PM

ภาพจาก imdb.com 

Spoiler Alert!

Note: เราวิเคราะห์โดยไม่เน้นการไปเสิร์ชข้อมูลเพิ่มเติม พยายามรู้ให้น้อยที่สุด เพื่อกันการไปหยิบยืมความคิดคนอื่นมาใช้โดยไม่รู้ตัว มีแค่ดูภาพยนตร์ แล้วใช้ใจ ณ เวลานั้น สะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกออกมา นี่เป็นแนวทางของเรา

* งานเขียนนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคลและเป็นงาน original ถ้าสนใจเอาไปแปะที่อื่นกรุณาให้เครดิตด้วยค่ะ
ประเด็นที่น่าสนใจจากเรื่อง Star Trek นั่นคือ characters ของ Spock กับ Captain Kirk ความแตกต่างอย่างสุดขั้วของตัวละครทั้งสองที่เป็นเหมือนสนามพลังดึงดูดผู้ชมให้ติดกับ แกว่งไปขวาทีตามตรรกะอันไร้ที่ติของ Spock แกว่งไปซ้ายทีตามความไร้เหตุผล แต่น่าหลงไหลในแบบของ Kirk ทั้งเรื่องแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำงานบนความแตกต่าง จนกลายเป็นทีมเวิร์คที่สุดยอด

Spock เป็นชาว Vulcan ตามตำนานโรมัน วัลแคนคือเทพแห่งไฟ และภูเขาไฟ (Volcano) ในแง่เปรียบเปรย ไฟให้ทั้งแสงและพลังงาน แต่ก็เผาผลาญทุกสิ่งได้เช่นกัน ถ้าเปรียบไฟคืออารมณ์ การควบคุมอารมณ์ โดยใช้แต่ตรรกะ ก็อาจใกล้เคียงกับที่ Spock และชาววัลแคนปฏิญาณตน ให้ตรรกะอยู่เหนืออารมณ์ อันที่จริงเทพวัลแคนนั้น โรมันไปก๊อปมาจาก เทพ Hephaestus ของกรีก ซึ่งเป็นเทพแห่งศาสตราวุธ เทพแห่งไฟ และการช่าง

การที่ Spock เป็นลูกครึ่ง วัลแคนและมนุษย์ ดังนั้น จึงเป็นคนพิเศษ เพราะตามเนื้อเรื่อง ดูเหมือนว่า มนุษย์จะเป็นพวกที่มีอารมณ์และความรู้สึก และสามารถทำอะไรๆ โดยไม่ follow ตรรกะเสมอไป (ซึ่งวัลแคนมองว่าโง่เขลา) ผสานความแตกต่างของสองเผ่าไว้ในตัว ความพิเศษอันนี้ ก็ปูแคแรกเตอร์ ตามสไตล์ Hero Profile ทั่วไป คือคนที่มีความพิเศษ แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ วัยเด็กถูกแกล้ง โดนดูถูก เป็นพวกมีปมแต่ใฝ่ดี

ทำไมม้าเต่อ?  เราว่า ทรงผมของ Spock คล้ายๆ ทรงผมของบาทหลวงยุโรปในสมัยก่อน ก็พระนั่นแหละ อาจเป็นทรงผมที่ make sense ที่สุด ไม่ต้องจัดทรง ไม่เกะกะ ไม่แคร์เรื่องความงดงาม แต่ก็ไม่เกรียนจนหนาว (อ่ะนะ คิดเองเออเอง)

Screen shot 2013-11-27 at 4.54.20 PM

ภาพจาก imdb.com
Kirk ก็พิเศษ แต่ไม่เท่า Spock เขาคลอดช่วงคับขันขณะที่อยู่นอกโลก ราวกับว่าชีวิตถูกลิขิตให้ผจญภัยในอวกาศ Kirk ไอคิวสูงมาก มีพ่อเป็นวีรบุรุษเลยต้องกำพร้าพ่อ [ภาคแรก The Future Begins พ่อพระเอก (Thor) ตายเพราะชาว Romulan ชื่อ Nero เพราะสละชีพช่วยคนบนยานให้รอดชีวิต (ตามประวัติศาสตร์ Nero เป็นชื่อเดียวกับกษัตริย์เสียสติคนหนึ่งของอาณาจักรโรมัน จะเห็นว่าตัวละครอ้างอิงประวัติศาสตร์และตำนานโรมัน)]

Kirk น้อยนั้นเกเร บ้าบิ่น ทำอะไรตามใจอยาก improvise ไปตามสถานการณ์ และตัดสินใจด้วยกึ๋นและความรู้สึก เขาเลือกที่จะช่วยเพื่อน ทั้งๆ ที่ตามตรรกะแล้วไม่น่ามีทางรอด แต่ก็รอดมาได้ทุกทีไป Kirk เป็นกบฎตัวพ่อ คาดเดายาก พลิกแพลงไปตามสถานการณ์ จะบอกว่าบุคลิกของ Kirk นั้นไร้ความคิด งั้นหรือ? ก็ไม่ใช่ มันก็คือวิธิคิดแบบหนึ่ง แบบKirk Kirk ซึ่งเราจะเรียกว่า เป็นตรรกะของหัวใจ (คำมันเสี่ยวจริงๆ แต่ตรงประเด็นสุดๆ) ทำตามสัญชาตญาณและความรู้สึก

โลกนี้ไม่ได้มีวิธีคิดแค่เพียง การใช้ ตรรกะ เหตุและผล เหตุและผล เท่านั้น การใช้ความรู้สึกชั่งใจและตัดสิน ก็เป็นตรรกะอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยกว่า logic แต่อย่างใด แต่การที่คนเราจะสุดโต่งไปแค่ทางใดทางหนึ่ง แบบ Spock ไปเลย หรือแบบ Kirk ไปเลย มันก็อาจจะเรือล่มได้ จะเห็นว่าตลอดทั้งเรื่อง (ทั้งสองภาค) ทั้งสองเรียนรู้วิถีที่แตกต่างของกันและกัน และทำงานเป็นทีมกันได้เข้าขามากขึ้น Spock เริ่มแสดงความรู้สึก และ Kirk ก็เรียนรู้วิถีคิดแบบ Spock ความสุดโต่งของแต่ละคนลดลง ยอมรับและเข้าใจขั้วตรงข้ามมากขึ้น และค่อยๆ เป็นผู้ใหญ่ขึ้น การผจญภัยในอวกาศก็ดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาน

หนังของ J.J. Abrams นั้นมักจะวนเวียนอยู่กับการถูกตรึงกางเขน crucified ระหว่างขั้วของความคิดและความรู้สึก นอกเหนือจาก Star Trek แล้ว ใน TV Series เรื่อง Fringe ก็มีธีมนี้ซุกอยู่ จะชัดมากตอนภาคสุดท้าย  คิดว่า J.J. Abrams (และทีมเขียนบท) อาจเป็นคนที่ประสบภาวะ Spock เข้าสิง มนุษย์ที่ทำตามความคิด แต่ไม่ทำตามหัวใจ

ว่าแต่คุณเป็น Spock type หรือ Kirk type ล่ะ?

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.