วิเคราะห์ภาพยนตร์

The Last: Naruto the Movie 

Screen Shot 2558-02-27 at 22.00.17

Spoiler Alert!

แนวคิดเรื่องเจ้าหญิงเจ้าชายจากดวงจันทร์ในนารูโตะภาคนี้ ชวนให้นึกถึงเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Princess Kaguya ซึ่งก็ไม่น่าแปลกเพราะเป็นธีมที่ฝังลึกในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่ประเด็นสำคัญที่อยากพูดถึง คงเป็นเรื่องการกำราบสัตว์ป่าภายใน สร้างสัมพันธ์อันดี และยืมพลังมาใช้ ซึ่งคล้ายๆ กับการ์ตูนอีกเรื่องที่เคยเขียนวิเคราะห์ไปแล้ว ก็คือ บลีช (Bleach) เนื่องจากได้ดูนารูโตะแบบไม่ต่อเนื่อง และภาคหลังๆ ก็ยังไม่ได้ดู เลยจะเขียนเกี่ยวกับนารูโตะ และฮินาตะ แค่สั้นๆ เท่านั้น (เพิ่มเติม…)

Deep Review: Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง

Screen Shot 2558-01-16 at 12.29.03

Spoiler Alert!

สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อตนเอง เขียนวิเคราะห์ Into the Woods ออกมาจนได้ เรื่องนี้บิดเบือนนิทานต้นฉบับไปมาก ไม่อยากให้อภัยคนแต่งเรื่องเลยทีเดียว ใช้ความคิดมากไป พยายามมากไป แต่พอดูแบบเพลินๆ ก็สนุกดี คนดูก็ท่าทางชอบใจ เพราะดาราเยอะ แฟนตาซี แถมเป็นภาพยนตร์เพลงอีกต่างหาก แต่เนื่องจากนิทานต้นฉบับถูกตัดและถูกจับมาขยำขยุ้มอยู่ในเรื่องเดียว เหมือนว่ามีหลายประเด็นยำๆ กันอยู่เยอะจัด ซึ่งไม่ดีนัก แต่ธีมหลักที่สำคัญของเรื่องชัด ไม่หลุด จึงจัดว่าพอใช้ จะวิเคราะห์เท่าที่เห็นว่าน่าสนใจ ย้ำว่าอาจแตกต่างจากความหมายของนิทานออริจินอล (เพิ่มเติม…)

DeepFilm Analysis: The Seventh Son ทำไมต้อง 7

Screen Shot 2558-01-13 at 13.29.24

Spoiler Alert!

ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีอีกเรื่องที่ หยิบมาวิเคราะห์ ธีมก็ไม่ต่างจากเรื่องก่อนๆ ที่ DeepFilm มักจะเลือกมาเขียน ธีมเหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญ ที่เข้าใจยาก จึงมักถูกสื่อสารออกมาในรูปแบบของนิทาน ตำนาน และในยุคปัจจุบันถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ และการ์ตูน แต่เพราะว่ามันมีอะไรที่โดนใจเสมอ มันถึงยังขายได้ และวนเวียนเล่าขานมาตลอดเป็นร้อยเป็นพันปี ว่าแต่ว่าธีมนั้นมันคืออะไร?

เปิดเรื่องมา Master Gregory ขังแม่มด Malkin (ญาติที่ไม่ดี คนไม่ดี) เอาไว้ ซึ่งทำให้นางโกรธแค้นมาก แสดงว่ามันมีปัญหาอะไรกันมาก่อนและยังไม่คลี่คลาย

ต่อมาแม่มดในร่างมังกร ออกมาอาละวาด ลูกศิษย์ของ Master Gregory (John Snow จาก Game of Throne แวะมาทักทาย) จ้องมองนางอย่างชื่นชม Master Gregory ปรามแล้วว่าอย่าไปมอง อย่าไปชอบ นางจะยิ่งมีพลังแก่กล้ามากขึ้น เพราะการสนใจด้านไม่ดี ก็คือการให้พลังงานกับด้านนั้น เป็นเหตุให้เขาถูกด้านมืดครอบงำและตายในที่สุด

Master Gregory จึงต้องเดินทางไปหาลูกศิษย์คนใหม่ ที่มีพลังพิเศษ ซึ่งจะต้องเป็น ลูกชายคนที่ 7 ที่เกิดจากลูกชายคนที่ 7 ถึงจะมีพลังต่อกรกับแม่มดร้าย เลข 7 เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ คือวันที่สัปดาห์บรรจบครบ 1 รอบ คือวันที่พระเจ้า (ศาสนาคริสต์) พักเนื่องจากสร้างสวรรค์ โลก และมนุษย์เสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงมีความหมายถึงการเสร็จสมบูรณ์ และการ “unite” ระหว่าง สวรรค์และโลกและมนุษย์ บาปมี 7 อย่าง คาบสมุทรมี 7 คาบสมุทร สวรรค์มี 7 ชั้น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มี 7 อย่าง อาถรรภ์ 7 ปี ฯลฯ เลข 7 เป็นเหมือน cycle ธรรมชาติ การครบสมบูรณ์อันจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ หรือจุดจบซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่เช่นกัน ทางโลกตะวันตกมีความเชื่อว่า พรสวรรค์ และพลังพิเศษ จะถูกถ่ายทอดจากลูกชายคนที่ 7 ไปสู่ลูกชายคนที่ 7 สืบต่อกันไป อาจหมายถึง คนที่ครบสมบูรณ์ เพราะสามารถเชื่อมด้านมืดกับด้านสว่าง, สวรรค์ โลก และมนุษย์ได้ ลูกคนที่ 7 กับแม่มดขาว ดังเช่นพ่อของ Tom ที่แต่งงานกับแม่มดขาวผู้มีพลังพิเศษ และคอยปกป้อง Tom คือสิ่งที่อุบัติขึ้นจากการ unite สองด้านนั้น ผ่านสัญลักษณ์ของการเป็นลูกคนที่ 7 คนที่สมบูรณ์ และมีโชคชะตาที่จะ unite สองด้านเข้าด้วยกันอีก ซึ่งทำให้เขาต้องมาต่อสู้กับแม่มดร้าย และรวมร่างกับแม่มดสาว ซึ่งมีพลังพิเศษแต่ไม่ได้ชั่วร้าย และได้ครอง Umbran Stone

Umbran Stone อัญมณีสีแดงที่ทรงพลังมาก ซึ่งอยู่กับแม่มดร้ายในตอนแรก แต่แม่มดขาว แม่ของ Tom ชิงไป ซึ่งทำให้ Malkin อ่อนแรงและถูกจับขังเมื่อกาลก่อน หินนี้น่าจะเป็น Philosopher stone ศิลานักปราชญ์ สัญลักษณ์ของตัวตนอันสมบูรณ์ ซึ่งจะปรากฎเมื่อเกิดการ unite ด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน ภาษาจิตวิทยาเรียก The Self. ในตำนานทั่วไป มังกรจะเฝ้าทรัพย์ เช่น Smaug เฝ้า Archen stone หรืออย่างเรื่องนี้ Malkin ก็เฝ้า Umbran stone สิ่งล้ำค่าจะได้มาเมื่อสามารถเอาชนะด้านมืด และรวมร่างกับด้านสว่างได้สำเร็จ แต่ด้านมืดไม่มีวันตาย มันจะกลับคืนมาหลอกหลอนอีก อย่างที่ Makin พูดก่อนจะสลายไป แปลว่าการต่อสู้ยังไม่จบสิ้น มันจะวนเวียนกลับมาได้ตลอด

แม่มดน้อยเป็นส่วนหนึ่งของ Tom  เธอจะแว่บไปแว่บมาตามใจชอบ จริงๆ แล้วเธออยู่กับเขาตลอด อยู่ในใจ และหิน Umbran อันทรงพลังก็เช่นกัน สรุปก็คือ ธีมที่มักจะพบเห็นในตำนาน ภาพยนตร์แฟนตาซีต่างๆ มักพูดเรื่องคล้ายๆ กัน กล่าวคือ การที่เรา (จิตสำนึกหรือ ego-consciousness) ของเรา จะต้องต่อสู้กับด้านมืด โดยไม่เพลี่ยงพล้ำตกเป็นพวกเดียวกับมัน (twisted to the dark side like Dart Vader) และให้ผูกมิตรกับด้านดีๆ ภายใน เช่น แม่มดขาว หรือด้านดีๆ ที่อาจหน้าตาไม่ดีอย่าง Tusk ถ้ารวมร่างกันได้ (unite the opposites) หรือผูกมิตรกันไว้ ก็จะได้พลังวิเศษภายในเป็นกำลัง

Photo credit: https://www.facebook.com/seventhsonmovie

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

วิเคราะห์เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Kaguya-hime

Screen Shot 2558-01-04 at 11.30.26

Spoiler Alert!

***การหยิบการวิเคราะห์สัญลักษณ์ที่เขียนในเรื่องนี้ บริบทนี้ ไปใช้ในเรื่องอื่น บริบทอื่น ความหมายอาจบิดเบือนไป ให้ดูเรื่อง context ด้วย***

“Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me, I will return to you

ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ”

พอได้ยินว่านี่จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิก็ใจหายวูบ (มีคนบอกว่ายังไม่ใช่เรื่องสุดท้าย และ Ghibli ยังไม่ปิดถาวร แต่หยุดพักเพื่อ Restructuring อนาคตยัง unknown 6/1/15) จะไม่มีอีกแล้วจริงๆ เหรอ! เศร้าอีกแล้ว แต่ก็หวังว่าคงจะมีผลงานดีๆ จากคนเจ๋งๆ หน้าใหม่แจ้งเกิดในวงการ สำหรับตำนานเรื่องเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ ดูจบรู้สึกงงๆ ผ่านมาสักพักใหญ่ๆ ก็มีไอเดียแว่บเข้ามา ชวนให้นึกถึง Aurora เจ้าหญิงนิทรา จากเรื่อง Maleficent รู้สึกว่ามีธีมบางอย่างที่สะท้อนกันอยู่ เลยลองเขียนวิเคราะห์ดู อารมณ์เขียนไปวิเคราะห์ไปไหลไปตามเนื้อเรื่อง (เพิ่มเติม…)

วิเคราะห์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Screen Shot 2557-12-19 at 20.45.55

วิเคราะห์ Hobbit สงคราม 5 ทับ Spoiler Alert!

18/12/14

The Hobbit ภาคนี้ไม่ผิดหวัง สนุกมากตั้งแต่เปิดเรื่อง ดารามาเยอะแบบจัดเต็มทิ้งทวน และก็รู้สึกใจหาย ว่าปีหน้าจะไม่มีหนังให้ตั้งตารอดูแล้ว Deepfilm จะวิเคราะห์เฉพาะตัวละครและประเด็นที่อยากจะวิเคราะห์ดังนี้ Bard the Dragon slayer, Galadriel, 5 armies, Thranduil, Kili-Tauriel, Thorin, และ Alfrid Lickspittle

Dragon Slayer มนุษย์ผู้ละความโลภได้ ด้วยความแน่วแน่ดุจศรดำของเขา และที่สำคัญคือหัวใจที่มีความรักและความหวัง (ลูกชาย) ทำให้ฆ่ามังกรจอมโลภได้ มังกรสม็อกถูกยิงตกลงไปทับเจ้าเมืองจอมโลภตายพร้อมกันเลย

Galadriel เป็นด้าน  feminine ที่งดงาม มีเมตตา และมีพลังมาก ในยามที่ Gandalf คับขัน เธอมาช่วย พาพวกมาด้วย แต่ด้านสว่างมาอยู่ในถิ่นของด้านมืด จะอ่อนแรง เพราะมันสูบพลังชีวิตของเธอ ถ้าอยู่นานเธออาจจะตาย เธอได้เอ่ยคำพูดตอนขับไล่จอมมารมืด ประมาณว่า “เจ้าปีศาจ ไร้นาม ไร้หน้า ไร้ตัวตน จงกลับไปสู่ความมืดซะ” เธอรู้จักคุณลักษณะของด้านมืดเป็นอย่างดี มันคือความว่างเปล่าที่มืดมน เธอใช้แสงสว่างของน้ำในผลึกแก้วที่เหมือนดวงดาวนำทางในยามราตรี เปรียบดังแสงแห่งจิตสำนึกที่ส่องสกาวในความมืด ช่วยไม่ให้หลงทาง และขับไล่ความมืดและความชั่วร้ายได้

5 armies, 5 symbols: 

คนแคระ: ความโลภ และบ้าคลั่ง

เอลฟ์ป่า: ความหยิ่งยะโส เกียรติยศ ศักดิ์ศรี

มนุษย์: ความอยู่รอด

ปีศาจ: ความชั่วร้าย

พ่อมด: คุณธรรม ปัญญา ความสมดุล ธรรมชาติ

Thranduil กษัตริย์เอฟป่ารูปงามผู้หยิ่งยโส เย็นชา แต่จริงๆ ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เพราะไม่สามารถยอมรับกับความสูญเสียล้มตายได้อีก ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูญเสียราชินีด้วยเพลี่ยงพล้ำให้กับด้านมืด ตัวเขาเองก็เคยโดนไฟแห่งความโลภแผดเผามาก่อน ด้วยความกลัวและความเสียใจ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ออกหน้าสู้กับพวกปีศาจ แต่ที่ประหลาดคือ กลับยกทัพมาสู้กับคนแคระเพื่อทวงเพชรของตระกูลซึ่งเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรี ตัวละครตัวนี้ทำให้นึกถึง เบียคุยะ ใน การ์ตูนญี่ปุ่น Bleach ท่านชายผู้สูงศักดิ์ หล่อ เนี้ยบ หยิ่ง ที่ต้องเสียภรรยาไปเช่นกัน  ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อต่อสู้รักษากียรติยศศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล เพราะคลั่งเกียรติยศศักดิ์ศรีมากเกินไป ด้าน feminine จึงได้ตายจากไป และเพราะด้าน feminine จากไปจึงเหลืออยู่แค่เพียงเกียรติยศให้ยึดถือ

ทำไม Kili ต้องตาย เพราะความรักมันไม่มีเหตุผล และมันก็ไม่สมหวังเสมอไป มันอาจทำให้เรามีความสุข และอาจจะทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ความรัก (Tauriel) จะยังคงอยู่ต่อไป (ลองฟัง Andrew Lloyd Webber’s Love never dies)

Thorin กษัตริย์คนแคระแห่งเทือกเขา เอเรบอร์ ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของความโลภ สิ่งที่ตามมา คือความระแวง และความบ้าคลั่ง มีเพียงมิตรแท้ที่คอยเตือนสติ กับความเข้มแข็งของจิตใจ จึงสามารถต่อสู้กับความโลภได้  ด้วยความละอายใจและอยากจะไถ่โทษกู้เกียรติคืนมา จึงสู้ตายกับความชั่วร้าย Azog คู่ปรับเก่า แต่ว่าด้านชั่วร้ายแข็งแกร่งมาก ความเย็นชาของน้ำแข็งไม่สามารถฆ่าปีศาจไร้หัวใจได้ ทางเดียวที่จะปราบมันได้ คือ ยอมละตัวตน Thorin จึงยอมสละชีวิตตัวเอง เพราะตระกูลของเขาหลงมัวเมาในความโลภ จึงต้องสิ้นวงศ์ สิ้นอนาคต แม้แต่หลานชาย Fili และ Kili ซึ่งก็คือทายาทของเขา ต้องมาตายตามกันไปหมด เหลือแต่คนแคระแก่ๆ และที่น่าสังเกตคือในบรรดาคนแคระ ไม่มีคนแคระผู้หญิงอยู่เลย มีแต่ด้าน masculine ไม่มีด้าน feminine ไม่สมดุล

มีตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวคือ Alfrid Lickspittle ซึ่งอัปลักษณ์ คอยเอาแต่ประจบสอพลอ เอาความดีความชอบ ไม่ทำงาน ขี้ขลาด เจ้านี่คล้ายๆ กับ Grima Wormtongue ที่ปรึกษาของกษัตริย์ Theoden of Rohan ใน Lord of the Rings แคแรกเตอร์มนุษย์แบบนี้ ก็มีผุดมาให้เห็นได้ตลอดในชีวิตจริง คนนึงก็เลียจนน้ำลายหกท่วม อีกคนก็ลิ้นหนอนบ่อนไส้ เป็นพาราไซต์คอยมาเกาะผู้นำหรือคนใหญ่คนโต ให้ระมัดระวังเอาไว้

ตัวละครแต่ละตัว สัญลักษณ์แต่ละด้าน สะท้อนบุคลิกภาพที่อาจพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เราล้วนมีด้านต่างๆ เหล่านี้ในจิตใจ เพียงแต่เป็นด้านไหนที่โดดเด่นและแสดงออกมากกว่ากัน  ส่วนด้านอื่นๆ ที่มีอยู่ รอโอกาสที่จะสำแดงออกมาเมื่อถูกกระตุ้น ทั้งความดี ความชั่ว ความโลภ ความรัก เรามีอย่างเท่าเทียม ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร  ดูอย่าง Bilbo สิ เขารักเพื่อน กล้าหาญ มีน้ำใจ ไม่โลภเพชรทอง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังขโมยแหวนแห่งอำนาจมาจากกอลลัม หรือแม้แต่ Thorin ผู้กล้าหาญ ก็ยังถูกความโลภครอบงำได้ ไม่มีใครที่จะดีสมบูรณ์แบบ แต่อยากจะเป็นคนแบบไหน เรามีอำนาจที่จะเลือกเอง

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Photo credit: http://www.majorcineplex.com/movie/the-hobbit-the-battle-of-the-five-armies/

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Exodus: God in (the) King

Screen Shot 2557-12-10 at 15.54.53

Spoiler Alert!

ตำนานโมเสส ก็ไม่ต่างจากตำนานเจ้าชายสิทธัตถะ และตำนานพระเยซู บางส่วนมีเค้าโครงทางประวัติศาสตร์บางส่วนอาจต้องมองเชิงอุปมาอุปไมย หรือเป็นสัญลักษณ์

ขึ้นเรื่องมา โมเสสในฐานะเจ้าชายแห่งอียิปต์ ออกตัวชัดเจนมากว่าไม่เชื่อศาสนาและไสยศาสตร์ แต่เชื่อในเหตุผล การที่กษัตริย์อียิปต์ใช้อำนาจเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ กดขี่ผู้คนให้เป็นทาส ทำงานหนัก ไร้อิสระ สุดท้ายก็มาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทนจนนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ถ้าจะมองในแง่ของจิตใจ ถ้ามนุษย์คนหนึ่งใช้ชีวิตแบบเผด็จการสุดโต่ง บ้าอำนาจ และไม่แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น หรือแม้แต่เสียงความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตมันเทเอียงไปด้านเดียว ด้านอื่นๆ ในจิตใจที่ต้องการมีสิทธิ์มีเสียง ก็ต้องประท้วงประทุขึ้นมาสักวัน

โมเสสที่ตระหนักรู้แล้วว่าตนเองเป็นใคร ไม่ใช่หนึ่งในเจ้าที่บ้าอำนาจ การเผชิญหน้ากับความจริงมักจะยากลำบากในตอนต้นๆ ตกอับ ร่อนเร่ไปตามทะเลทรายแห้งแล้ง พบกับ หญิงสาว มีความรัก แต่งงาน มนุษย์เหตุผลได้พบกับด้านสวยงามของความไร้เหตุผล…ความรัก, femininity เขาไม่หนักเอียงไปด้านเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เด็กชายที่มาคุยกับโมเสส จะว่าเป็นภาพหลอน ถึงความต้องการที่แท้จริงในใจเขาที่อยากจะปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ หรือจะเป็นพระเจ้าจริงๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าข้างในจิต หรือพระเจ้าข้างนอก พระเจ้าก็คือพระเจ้า พระเจ้าอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ขึ้นอยู่กับจะมองจะตีความอย่างไร และขึ้นอยู่กับความเชื่อ แต่ที่แน่ๆ ในจิตใจมนุษย์ มีตัวตนอันสูงสุด สถิตอยู่ ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาแบบ Jungian เรียก the Self

ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มจากน้ำ ถ้าน้ำคือห้วงแห่งจิตไร้สำนึก การที่เกิดพิโรธมีจรเข้ดุร้ายไล่กัดคน ตามมาด้วยปลาซึ่งเป็นอาหารอันทรงคุณค่ากลับตายเกลี้ยง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ภายในกำลังปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด จรเข้อันเปรียบได้กับสัญชาติญาณสัตว์ที่ทรงพลังมาก ปลา..แหล่งสารอาหาร และด้านดีๆ ภายใน อืดตาย และตามมาด้วย สิ่งเลวร้ายอื่นๆ นำพาโรคและโชคร้ายมาสู่ผู้คน ถ้าดำรงชีวิตแบบสุดโต่งหนักเอียง ถึงจุดอิ่มตัวก็จะเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในจิตใจ ไม่ว่าจะโลกข้างนอก หรือโลกข้างใน ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่สมดุลก็จะเกิดเหตุอาเภทขึ้น ไม่ต่างจากปรากฎการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน กายกับจิตไม่อาจแยกจากกัน มนุษย์และสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน

การทาประตูด้วยเลือดแกะ/แพะ เป็นเสมือนการบูชายันต์ สละชีวิตบริสุทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการยอมเคารพนพนอบ และเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่เหนือกว่าเหตุผลของมนุษย์ หรือก็คือการเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าองค์ที่ยังไม่ได้รับการเคารพจากฝั่งอียิปต์ที่ลำพอง ดังนั้น เด็กในบ้านทาสที่ทาประตูด้วยเลือดสัตว์จึงไม่ตาย  เด็ก คือความหวัง อนาคตและความเป็นไปได้ต่างๆ เด็กที่อยู่ในบ้านของเผด็จการบ้าอำนาจ และคิดแบบสุดโต่ง ก็ต้องตายไป เพราะจิตมันคับแคบเสียจนไม่เหลือช่องว่างให้ความสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ จึงสิ้นอนาคต ในขณะที่เด็กในบ้านของผู้ที่มีความรัก ความเชื่อ และอ่อนน้อมถ่อมตน, อ่อนน้อมถ่อมตนให้กับ the Unknown สิ่งที่เรายังไม่รู้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่ถูกเรียกว่าพระเจ้า จึงรอดตาย

การจะหลุดพ้นจากความบ้าอำนาจ โหดร้าย เป็นการเดินทางที่ยากลำบากและอันตราย ไม่ใช่ทางที่เรียบง่าย ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมหาศาลฟันฝ่าไป สุดท้ายมาพบกับมหาสมุทร ซึ่งเสมือนกับทางตัน คือหนทางที่ไม่มีทาง และเป็นไปไม่ได้ โมเสสโยนดาบที่ได้มาจากกษัตริย์อียิปต์ทิ้งลงทะเล  ดาบเป็นเสมือนความคิด เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าชายและความคิดแบบเจ้าชาย ความเชื่อในเหตุผล ความบ้าอำนาจ การควบคุม และความเย็นชา เขาละทิ้งตัวตนเก่าของเขาโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่ใช่พวกนั้นอีกต่อไป เขาเลิกคิด ทะเลจึงเปิดทางให้ เกิดเป็นทางเดินเชื่อมไปยังดินแดนใหม่ egoใหม่ ส่วนความบ้าอำนาจ เผด็จการ เย็นชา โหดร้าย และผยองลำพอง ตามมาไม่ได้แล้ว โมเสสทำสำเร็จ ปลดปล่อยผู้คน หรือด้านต่างๆ ที่เคยถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ และได้พบกับด้าน feminine ภรรยา และลูกอีกครั้ง

การยืดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล จะทำให้เกิดการรวมศูนย์เผด็จการขึ้นครั้งใหม่ เมื่อแตกดับ ก็จะเกิดการสั่นคลอน ดังนั้น โมเสสจึงถ่ายทอดคำสอนบัญญัติ 10 ประการบนแผ่นหินสลัก เพื่อส่งต่อสู่ลูกหลานสืบไป แต่ทว่าการเดินทางยังไม่สิ้นสุด การเดินทางไปสู่ดินแดนแห่งนั้น (กล่าวในประเด็นทางจิตใจ) เป็นการเดินทางชั่วชีวิต และไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้

Photo credit: www.majorcineplex.com/news/exodus-gods-and-kings-news-2

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Interstellar: Logos vs Eros

Screen Shot 2557-11-11 at 9.37.46

Spoiler Alert!

โดยส่วนตัวไม่ประทับใจหนังเรื่องนี้ รู้สึกเฉยๆ ง่วงๆ แต่ก็มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ประเด็นที่สอง Nolan อยากนำเสนอ ก็ไม่พ้น ความขัดแย้งระหว่าง ความคิดกับความรู้สึก เหตุผลกับหัวใจ ฝั่งเหตุผลนั้นนำทีมโดยนักวิทยาศาสตร์ NASA Professor Brand (พ่อ), พระเอก Cooper และตัวร้าย Dr. Mann ฝั่งความรู้สึก/ความรัก นำโดย Dr. Amelia Brand (ลูกสาว) ซึ่งตอนแรกๆ ก็ยังถูกเหตุผลครอบงำอยู่

ด้วยตรรกะ จึงนำให้นักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะ เหล่านั้น คิดจะทิ้งผู้คนบนโลกให้ล้มตาย แล้วไปสร้าง Colony ใหม่ ที่ดาวดวงอื่น คนที่มีหัวใจคงไม่ทำอย่างนั้น การที่ Cooper เลือกฟังเหตุผล เขาจึงจากครอบครัวไปสำรวจหาดาวดวงใหม่

Screen Shot 2557-11-11 at 9.38.18

Cooper เชื่อในวิทยาศาสตร์ และตรรกะ ไม่เชื่อสิ่งที่พิสูจน์ จับต้องไม่ได้ ในขณะที่ลูกสาว Murph อยากจะเชื่อเรื่องที่เกินขอบเขตวิทยาศาสตร์ เช่น ผี และสิ่งที่ (ยัง) พิสูจน์ไม่ได้ ชื่อของเธอมาจาก ความคิดที่ว่า ถ้ามันมีโอกาสจะเกิดขึ้น จนแล้วจนรอดมันก็จะเกิดขึ้น ประมาณอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทางหนึ่งก็เหมือนให้ปลงๆ แต่อีกทางก็ออกแนวให้เตรียมพร้อมรับมือกับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ ต้อง safety first ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการออกแบบเครื่องบิน ยานอวกาศ  การที่ต้องเสียแม่ไป การท่ีรถยางแตก การที่พ่อต้องจากไป การที่โลกถึงกาลวินาศ ถ้าจะให้มองแบบ Murphy ก็คือ worst case scenario ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด แล้วมันก็เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่เธอก็ยังไม่เคยสิ้นหวัง และยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าพ่อจะกลับมา และมีทางช่วยมนุษย์โลก เธอคือความเชื่อ ความศรัทธา และความเป็นไปได้

เพราะเหตุผล ที่ Amelia Brand คิดว่าควรต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ คือการไปเก็บกล่องข้อมูลที่อยู่ในน้ำ บนดาวที่มีสึนามิตลอดเวลา โดยไม่ฟังเสียงของสัญชาติญาณว่าให้กลับไปที่ยาน เพราะคลื่นยักษ์กำลังมา เลยพลาดเกือบตาย แล้วยังทำให้เพื่อนร่วมทีมดีๆ อีกคนต้องตายไปด้วย การทำตามความคิด โดยไม่ฟังเสียงความรู้สึก และสัญชาติญาณ มักนำไปสู่โศกนาฎกรรม

Screen Shot 2557-11-10 at 12.49.44

เพราะเหตุผล ที่ Cooper คิดว่า การไปหา Dr. Mann คือทางที่สมเหตุสมผลที่สุด ในขณะที่ Amelia Brand ขอให้ไปหา Edmund แฟนของเธอ เพราะความรัก แต่ Cooper กับเพื่อนร่วมทีมอีกคนไม่ฟัง จึงพลาด  ฉากนี้ชวนให้นึกถึง Batman, The Dark Knight ตอนที่เขาต้องเลือกว่าจะไปช่วยคนรัก Rachel หรือ Harvey Dent แต่โดน Joker ป่วน เพราะต้องการทำลายจิตวิญญาณของ Batman ภาวะที่ต้องเลือกว่าจะทำตามหัวใจหรือเหตุผลความถูกต้อง เหมือนจะเป็นธีมประจำตัวของสอง Nolan เขาล่ะ  สำหรับ Interstellar, Cooper และ Romilly เลือกด้วยเหตุผล จึงพลาด Romilly เลยตายเพราะน้ำมือของ Dr. Mann และ Cooper ก็เกือบตายเช่นกัน ดาวที่ Dr. Mann อยู่มีแต่น้ำแข็ง หนาวจัด เหมือนหัวใจที่เย็นชาของเขานั่นแหละ Dr. Mann เป็นมนุษย์ logic ที่ไร้หัวใจ เขาเชื่อว่าต้องปล่อยให้คนบนโลกตาย เพราะไม่มีความหวังที่จะหาดาวดวงใหม่ และยอมทำทุกอย่างที่เลวร้าย ให้ข้อมูลหลอกลวง เพื่อหลอกทีมสำรวจมาฆ่าปิดปาก เหตุผลที่ไร้หัวใจสร้างปีศาจในร่างมนุษย์ขึ้นมา

Screen Shot 2557-11-10 at 12.50.31

ความเสียสละ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ เป็นคุณสมบัตินี้ที่ทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ Cooper เลือกที่จะช่วย Amelia Brand ให้ได้พบกับความรัก เขายอมเสียสละตัวเอง ตัวเขาเองนั่นแหละที่มีความรัก

ความรัก คือตัวเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่เหนือกาลเวลา ระยะทาง ความรักเป็นตัวเชื่อม Cooper กับ ลูกสาวที่ยังมีความเชื่อ ความศรัทธา และความหวัง และเชื่อในสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล ความพยายามจะเชื่อมโยงสื่อสารกัน ทำให้พบวิธีช่วยมนุษย์โลกได้ จนในที่สุด พ่อ ลูกได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ปรากฎว่าดาวดวงที่ Amelia Brand ไปหาแฟน Edmund นั้น เป็นที่ที่มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แน่นอนว่า ที่ไหนมีความรัก ที่นั่นย่อมมีชีวิต Cooper ที่ตอนนี้ มีทั้งเหตุผล ความเชื่อและความหวัง กำลังจะไปหาเธอ…ความรัก การเดินทางระหว่างดวงดาวกำลังจะสิ้นสุดลง ฉากนี้ ทำให้นึกถึงงานเขียนเก่า เรื่อง Noah

Photo credit

http://www.imdb.com/title/tt0816692/mediaindex?ref_=tt_pv_mi_sm

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Dracula Untold: All You Need is Love

119825_gal

Spoiler Alert!

ถ้าดู Dracula เวอร์ชันนี้ แล้วดูเวอร์ชันของ Bram Stoker ที่ Winona Ryder เล่นเป็น Mina แถมยังมี Keanu Reeves ตอนใสๆ ร่วมแสดงด้วย เรื่องราวก็จะวนครบลูปพอดี ดูท่าเรื่องนี้จะมีภาค 2 ต่อ น่าแปลกที่แวมไพร์ มักถูกจับมาเป็นตัวเอกในหนังรักโรแมนติก ไม่ว่าจะ Dracula หรือ Vampire Twilight  ถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า การเป็นแวมไพร์มันต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรัก จะเกี่ยวกันอย่างไร มาดูกัน

การเป็นแวมไพร์คืออะไร แวมไพร์จะมีความสามารถเหนือมนุษย์ แปลงร่างเป็นค้างคาวได้ กลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ดุร้าย พลังมาก ความเป็นมนุษย์และจิตสำนึกแบบมนุษย์ตายไป ความเป็นสัตว์ และความชั่วร้ายเข้ามาแทนที่ (พูดถึงแวมไพร์ทั่วๆ ไป) แต่ Dracula เวอร์ชันนี้ ยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง รู้จักรักลูกรักเมีย

เพราะความดุร้าย และต้องการพลังอำนาจ ต้องการชนะสงคราม จนยอมสูญเสียความเป็นมนุษย์ จึงเป็นเหตุให้ ภรรยาต้องตาย ด้าน masculine แรงเกิน กร้าวเกิน ด้าน feminine ที่เต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน อ่อนพลัง และตาย และดังนั้น เขาจึงต้องกลายเป็นปีศาจ ดื่มกินเลือดมนุษย์ กินเลือดภรรยาตนเอง เขาคือคนที่ฆ่าเธอเอง แลกกับพลังอำนาจ ที่คิดว่าจะใช้เพื่อปกป้อง เพื่อช่วยเด็กคนเดียว เพราะเด็กคนนี้คือ ความหวัง

ทำไมต้องดื่มเลือด เพราะเลือดคือพลังชีวิต แวมไพร์ไร้ความเป็นมนุษย์ เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีแต่ร่างไร้วิญญาณ จะอยู่เป็นอมตะได้จึงต้องดื่มพลังชีวิตจากมนุษย์คนอื่นๆ เหมือนค้างคาวดูดเลือด สัตว์ที่อยู่อาศัยในที่มืด และดูดกินเลือดจากสัตว์อื่นประทังชีวิต ดังนั้นแวมไพร์ ก็อาจเปรียบได้กับ ด้านที่เป็นปีศาจที่ซ่อนแอบอยู่ในมุมมืดของจิตใจมนุษย์ ด้านที่มีพลังมาก แต่ชั่วร้าย ไร้หัวใจ ไร้ปราณี และคอยดูดกินพลังชีวิตด้านบวกจากมนุษย์ หรือจากด้าน positive อื่นๆ ในจิตใจของเรา และมักโผล่มาในฝัน เป็นแวมไพร์หล่อๆ หรือเอ็กซ์ๆ ยั่วยวนน่าหลงไหล มันก็คือส่วนหนึ่งของเราที่ยังไม่ได้รับการเข้าใจมากพอ

เวลาโดนแสง แวมไพร์จะไหม้ และตาย เพราะมันกลัวแสงสว่างแห่งจิตใจ หรือจิตสำนึก ที่เจิดจ้าและร้อนแรงดุจแสงตะวัน

Screen Shot 2557-10-29 at 16.30.37

เงิน (silver) เป็นโลหะสูงค่า แต่เงินต่างจากทอง ทองอาจแพงกว่า แต่ว่าจะให้ความรู้สึก ร้อนแรง ในขณะที่เงินนั้นจะให้แสงนวลเย็นกว่า อ่อนโยน subtle กว่า จึงมักเปรียบเงินกับแสงจันทร์ เปรียบกับความอ่อนโยน นุ่มนวล เมตตา หรือเป็นสัญลักษณ์ของ femininity ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี ที่มีได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย การที่พระเอกกลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว เพราะเมียตาย ก็หมายถึงด้าน ที่เป็นตัวแทน femininity ความรัก ความเมตตา ความอ่อนโยน ความรู้สึก ได้ตายจากไป จึงต้องกลายเป็นปีศาจนั่นเอง และเมื่อใดก็ตามที่ถูกอาวุธที่ทำจากเงิน หรือสัมผัสโดนเงิน ก็จะไหม้ เจ็บปวด และตายได้ เพราะเงิน สัญลักษณ์ของ femininity เป็นสิ่งที่แวมไพร์ไม่มี และจริงๆ แล้วโหยหาเป็นอย่างมาก แวมไพร์จึงแพ้เงิน โดนเงินแล้วตายได้ เพราะเงินทำให้ความรู้สึกกลับมาอีกครั้ง มันง่ายกว่ามากที่จะฆ่าคน ทำเรื่องชั่วๆ ถ้าไม่มีความรู้สึก แต่เมื่อใดก็ตามที่ “รู้สึก” ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด ฯลฯ ก็จะประดังเข้ามา และยากที่จะทานทน  การฆ่าแวมไพร์ให้ตายด้วยอาวุธที่ทำจากเงิน หรือการตอกหัวใจ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแวมไพร์ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่จะขจัดด้านชั่วร้ายออกไป แต่มันก็จะมีตัวใหม่ผุดมาเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น ดังนั้นจะดีกว่าหากจะสามารถเรียกคืน femininity กลับเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เรียกคืน ความรู้สึก ความเมตตา ความรัก ความห่วงใย กลับเข้ามา ดังนั้น เขาจึงรอคอยจะพบเธออีกครั้ง ไม่ว่า Vlad ในเรื่อง Dracula หรือ Edward ในเรื่อง Vampire Twilight ต่างก็รอคอย และโหยหาความรัก ความรู้สึก จากมนุษย์ผู้หญิงทั้งคู่

ถ้า Dracula เป็นด้านมืด ในจิตใจของเรา โหด ดุ ต้องการเอาชนะศัตรู at all cost ทำเรื่องไม่ดีได้โดยไม่แคร์ คุณคิดว่า บางครั้งบางคราวในชีวิตของคุณ เคยมี Dracula โผล่ออกมาบ้างหรือเปล่า? จะยอมให้มันดูดพลังชีวิตของคุณต่อไป จะดีเหรอ? แต่จะแกร่งแค่ไหน Dracula ก็พ่ายแพ้ต่อความรักนะ เพราะความรัก รักษาได้ทุกโรค ฉันขอสรุปไว้ตรงนี้เลยว่า ที่คนมันบ้า คนมีปัญหา ที่สังคมวุ่นวาย โลกปั่นป่วน เพราะโลกนี้มีความรักไม่มากพอ มนุษย์ขาดความรัก ความรักจากพ่อแม่ ครอบครัว ความรักจากเพื่อน ความรักจากเพศตรงข้าม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักตัวเองอย่างที่เป็น ถ้าไม่สามารถเรียนรู้ที่จะรักตัวเองได้ คุณก็ได้สร้างปีศาจเอาไว้ในใจ รอจังหวะที่จะโผล่ออกมา และยากที่จะรู้เท่าทันตัวเองด้วย อ่ะนะ..Dracula ทั้งหลาย สิ่งเดียวที่คุณต้องการ คือความรัก All You Need is Love!

Photo credit: http://www.rottentomatoes.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

เดชนางพญาผมขาว 2014: หยิน หยาง 

WHW_1

Spoiler Alert!

เดชนางพญาผมขาวมีหลายเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นนี้ รู้สึกเฉยๆ อาจเพราะนางเอกไม่ค่อยร้าย และก็ไม่เห็นจะมีฉากที่ใช้ผมต่อสู้มากมายเหมือนเวอร์ชั่นเก่าๆ ซึ่งเป็นเหมือนท่าไม้ตายของนางพญาผมขาว ที่ใช้ผมฆ่าคน เป็นต้นแบบหนังผี ปีศาจมากมาย ผู้กำกับคงอยากเน้นความเป็นมนุษย์ปุถุชนของตัวละครแต่ละตัว ที่ต่างก็มีจุดประสงค์ของตัวเอง เน้นความรักมากกว่าฤทธิ์เดชของนางเอก อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่อง หยิน หยาง ซึ่งหนังเรื่องนี้เน้นตั้งแต่เปิดเรื่อง (ปลาทองในอ่าง) ก็เป็น material ที่น่าสนใจชวนให้คิดต่อได้

ตอนที่นางเอกบุกไปที่เรือนหอพระเอก แล้วอกหักเสียใจมาก ถูกด้านมืดเข้าครอบงำ (หยิน) พลังด้านนี้ถ้ามีมาก ก็จะเย็นเกิน สัญลักษณ์ผมขาวเหมือนหิมะ เหมือนคนชรา ไม่มีเรี่ยวแรง ถูกทหารทำร้าย  พระเอกช่วยกลับไป และพยายามจะไปหาดอกไม้วิเศษมารักษา ดอกไม้อาจเป็นตัวแทนของความรักก็เป็นได้ แต่ปรากฎว่า เด็ดดอกไม้นั่นมาไม่ได้ด้วยถูกพิษอะไรก็ไม่รู้ อาจเป็นอิทธิฤทธิ์ของหยินที่มากเกินไปแผ่ปกคลุมพื้นที่ ทำให้น้ำในสระเป็นน้ำแข็ง และดอกไม้ถูกไอเย็นแล้วตายหรือถูกแช่แข็งไว้ ไม่ต่างจากตัวนางเอกเอง ประมาณว่า หยิน/หรือด้านมืด/femininity/หรือด้านเย็น แผ่พลังมืดและเย็นไปทั่วแล้ว และพาลทำให้พระเอกป่วยไปด้วย พอพระเอกที่ถูกหามกลับมาจูบนางเอกที่หมดสติ ไออุ่นจากพระเอก (หยาง ความร้อน แสงสว่าง masculinity)  นางเอกจึงฟื้น คืนสติ แต่ก็ไม่สามารถรักษานางเอกให้หายขาดจากการถูก หยินที่มากเกินไปครอบงำได้ ภาษาจอมยุทธ์เรียก ธาตุไฟเข้าแทรก ซึ่งหมายถึงกรณีฝึกวิทยายุทธ์ แล้วเกิดลมปราณแตกซ่าน สับสน ว้าวุ่น แล้วอาจเพี้ยน เป็นบ้า ป่วยหนัก พิกลพิการ กลายเป็นจอมมาร หรือตายได้ ถ้าเปรียบกับการฝึกฝนจิตใจ ก็คือถูกด้านมืดครอบงำ แล้วกลายเป็นคนไม่ดี คนบ้า เพราะจิตใจเสียสมดุล

การที่นางเอกจะฝึกวิชาไร้เดือนขั้นสุดยอด เพื่อเป็นยอดจอมยุทธหญิง แต่ต้องกลายเป็นนางมารร้าย ต้องไร้ความรัก ไร้ความรู้สึก หรือ ไร้หัวใจ ไร้เดือนในที่นี้อาจหมายถึงไร้ความโรแมนติก ถ้านางเอกคือเดือน ไร้เดือนก็คือไร้ตัวตน ถ้าตัดความรู้สึกหมดสิ้น จะมีพลังมากมาย จะทำอะไรก็ได้ เพราะไม่เหลือความห่วงใย ความกังวล จะสู้รบก็ฉับไวไม่ลังเล อยากฆ่าใครก็ฆ่าเลย การไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ทำให้นางเอกเลวร้ายได้อย่างถึงที่สุด ไม่เหมือนตอนที่พยายามจะช่วยพระเอกที่ถูกจับเป็นตัวประกันแล้วแพ้ เพราะยิ่งสู้ก็ยิ่งทำร้ายพระเอก เลยต้องยอมจำนน ความรักความห่วงใย เป็นขั้วตรงข้ามของความโหดร้าย

WHW_4

แนวคิดเรื่องตัดความรู้สึกแล้วกลายเป็นปีศาจนี้พบเห็นผ่านตัวละครในหลายวัฒนธรรม อาทิ ทศกัณฐ์ ถอดดวงใจซ่อนไว้ในกล่อง จึงฆ่าไม่ตาย แต่ก็มีสภาพเป็นยักษ์ 10 เศียร 20 กร  Davy Jones แห่งเรือ Flying Dutchman ก็เช่นกัน ฝากดวงใจไว้ในกล่องซ่อนไว้ จึงมีพลังมาก และเป็นอมตะ แต่สภาพก็กลายเป็นปีศาจหน้าหนวด Dart Vader ก็ถูกด้านมืดครอบงำ กลายเป็นจอมวายร้ายแห่งจักรวาล ไร้เมตตา สภาพก็น่าเกลียด พิกลพิการ เสียผิวหนังเพราะถูกไฟคลอก ต้องใส่ชุดเกราะและเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา นางพญาผมขาวก็เช่นกัน กลายเป็นนางมารร้ายผมขาวโพลน ไร้ผู้เทียมทาน เพราะตัดความรัก ความรู้สึก ความทรงจำออกไปจากใจ เหลือแต่ความเย็นชาจึงมีผมสีขาวเป็นสัญลักษณ์ แต่นางเอกเวอร์ชันนี้ ดูพลังน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอยอมสละเพื่อให้ได้พลังนี้มา พระเอกพยายามจะฟื้นคืนสติเธอกลับมาให้ได้ สุดท้ายความรักก็ชนะ แต่ก็ตายกันหมด

ถ้าอยากเก่งมากๆ ไร้เทียมทาน ก็ต้องสลัดหัวใจออกไป เมื่อไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ไร้ความห่วงกังวล ก็จะไม่ลังเลไม่ยั้งคิด เลวบริสุทธิ์ อยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่แคร์! แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นปีศาจน่าเกลียด น่ากลัว และไม่มีความสุข ตัวละครเหล่านี้ จัดเป็น Archetypal หรือเป็นลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์ประเภทหนึ่งที่ก้าวข้ามจุดสมดุลของความเป็นมนุษย์ เพื่อที่จะได้มาซึ่งพลังอำนาจมืด แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะตายดีเลยซักราย การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมสินะ! แต่ว่าการตัดความรู้สึก ความคิด อย่างถูกต้องแท้จริง ควรเป็นภาวะ ‘Mushin’ หรือ no mind ซึ่งเป็นแนวทางของจอมยุทธ หรือ ซามูไรที่แท้จริง ภาวะที่ ไร้ความนึกคิด ปล่อยวางจากอารมณ์ ละแม้แต่ ego ของตัวเอง เพื่อต่อสู้ด้วยจิตที่ว่างเปล่า พลิ้วและพลิกแพลงตามสถาณการณ์ ไม่คิด ไม่วางแผน Flow แต่ไม่ได้กลายเป็นคนชั่วร้าย ส่วนตอนไม่สู้ ก็เป็นมนุษย์ที่มีความคิดความรู้สึกปกติได้ ไม่ต้องสูญเสียตัวตนไปตลอด เว้นเสียแต่ว่าอยากเป็นนักบวชนักพรต ที่มุ่งนิพพาน นางพญาผมขาวและอาจารย์เข้าใจภาวะ no mind ผิดไป ตัดออกไปทั้งหมดแม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เลยกลายเป็นนางมาร ถ้ายังอยากเป็นมนุษย์ที่มีความสุข การบาลานซ์หยิน หยาง เป็นเรื่องจำเป็น

Photo credit: http://movie.kapook.com/เดชนางพญาผมขาว

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

How to Train Your Dragon 2 ฝึกมังกรในตัวคุณ

“เกิด error เลยต้องโพสท์ใหม่อีกรอบ ลิงก์เดิมน่าจะหายไปแล้ว”

Spoiler Alert!
Screen Shot 2557-06-10 at 8.18.30 PM
Photo credit: IMDB
มังกรขึ้นชื่อเรื่องความน่าเกรงขาม พ่นไฟได้ เดินบกได้ บินบนฟ้าได้ แถมในเรื่องนี้ยังว่ายน้ำได้อีก มังกรมีพละกำลังมหาศาลและความสามารถหลากหลายจนน่ากลัว (ในเรื่องน้ีไม่เน้นเรื่อง wisdom ของมังกร) ถ้าเปรียบมังกรเป็นสัญชาติญาณของเราล่ะ แล้วถ้าเราคุมไม่อยู่ มันก็ออกมาเพ่นพ่านเที่ยวอาละวาด เผาผลาญทุกสิ่ง จิกทำร้ายผู้คน สร้างความเดือดร้อนได้ ดังนั้น จึงต้องฝึกฝนมังกร ทำให้มันเชื่อง และเป็นมิตรที่ดีกับเรา จึงเป็นที่มาของชื่อ Dragon Master นายแห่งมังกร นายแห่งมังกร ก็คือนายแห่งสัญชาติญาณดิบเถื่อนของตัวเราเอง

การฝึกฝนเริ่มด้วยการเจอมังกรของเรา แต่แทนที่จะต่อต้านพยายามฆ่ามัน เหมือนที่พ่อของ Hiccup ทำตอนหนุ่มๆ (ฆ่ายังงัยก็ไม่ตายหรอก เพราะมันก็คือเรา) ให้ลองพยายามมองมันในแง่บวก เหมือนที่แม่และ Hiccup ทำ ผูกมิตรกับมัน ไม่ต่อต้านแต่ทำความเข้าใจธรรมชาติของมัน ให้ความรักเมตตา ให้เวลากับมัน สุดท้ายก็เป็นคู่หูกัน และก็ได้หยิบยืมเอาพลังงานอันมหาศาลและความสามารถของมังกร (ภายใน) มาใช้ประโยชน์ ไฟสามารถผลาญทำลายทุกสิ่งได้ แต่ก็ให้แสงสว่าง ความอบอุ่น ทำอาหาร และเป็นจุดเร่ิมต้นของ creativity ต่างๆ มันขึ้นอยู่กับเรา (ผู้คุมมังกร) ว่าเราจะนำพลังไปใช้ทางไหน

มังกรตัวเจ้านาย  Alpha? (ถ้าฟังไม่ผิดนะ) หรือตัวเริ่มต้น ซึ่งมีสองตัว ขาว-ดำ น่าจะเทียบได้กับ จิตใจส่วนที่เป็นสัญชาตญาณinstinct ที่ผ่านการฝึกฝนจนเยือกเย็น แทนที่จะพ่นไฟ คราวนี้พ่นน้ำแข็งแทน และมีพลังอำนาจมากที่สุด สามารถสั่งการมังกรตัวอื่นๆ ให้ทำตามได้ ตัวที่ดีอาจหมายถึงความเยือกเย็น ซึ่งมีแม่ของพระเอกอยู่ด้วย (positive feminine side) ไม่ได้แสดงท่าทีว่าเป็นเจ้านาย แต่เคารพกัน ส่วนตัวร้ายนั้นอาจเป็นความเย็นชาไร้ปราณี ซึ่งมี Drago (negative masculine side) ผู้ชั่วร้ายเป็นผู้ควบคุมอีกที ทั้งสองเป็นสองด้านของเหรียญเดียวกัน

Screen Shot 2557-06-12 at 1.04.23 PM

Photo credit: IMDB

แม่ของ Hiccup สอนว่า ถึงแม้ว่า เจ้า Toothless เขี้ยวกุดของ Hiccup จะเป็นมังกรที่ดีแต่ถ้าอยู่ใต้การบงการของ นายที่เลว ก็อาจทำเรื่องเลวๆ ได้ เช่น Toothless ถูกมังกรร้ายบงการให้ฆ่า Hiccup แต่พลาดไปฆ่าพ่อเขาแทน อันนี้ขอขยายความผ่านตัวอย่างว่า…ไม่ต่างจากทหารที่เป็นคนดีแต่ถูกแม่ทับสั่งให้ฆ่าศัตรูซึ่งก็อาจเป็นคนดีเหมือนกัน

มังกรยักษ์นั้น ร้ายกาจเพราะไปฝักใฝ่คนชั่ว (Drago) ที่บ้าอำนาจ ไร้ความปราณีและต้องการควบคุมผู้อื่น การจะปราบความชั่วร้ายนี้ ก่อนอื่นต้องเรียกสติกลับมาก่อน ต้องใช้ทีมเวิร์คและความกล้าหาญ Toothless ตัวเล็กกว่ามากแต่ก็กล้าเผชิญหน้ากับความชั่วร้าย ใช้ไฟแห่งความกล้าและความรักที่อยากจะปกป้องเผาผลาญความเย็นชาไร้ปราณีจนพ่ายแพ้ไป แล้วความสงบสุขก็กลับมาอีกครั้ง เมื่อมนุษย์และมังกรอยู่ร่วมกันอย่างเป็นมิตร

 

เรื่องต่อไปที่จะเขียนอย่างแน่นอนคือ Maleficent

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Maleficent วิเคราะห์แม่มาลีฉบับ DeepFilm

Spoiler Alert!!!

Screen Shot 2557-06-16 at 15.22.20Photo credit: IMDB
นิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทรา เวอร์ชั่นศตวรรษที่ 21 เรื่องราวถูกดัดแปลงไปมาก ต่างจากเนื้อเรื่องของ The Brothers Grimm  แต่ถึงแม้ว่าความหมายสำคัญบางอย่างที่มีในเวอร์ชั่นออริจินอลจะหายไป ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและคู่ควรจะให้วิเคราะห์ ใน post นี้จะวิเคราะห์ตัวละครหลัก ไขปริศนาว่าทำไมต้องเครื่องปั่นด้าย และทำไมเจ้าหญิงต้องนิทรา ทำไมMaleficent แพ้โลหะ ฯลฯ (เพิ่มเติม…)

The Dream of Noah ฝันของโนอาห์

Screen shot 2014-04-21 at 10.11.28 AM

Spoiler Alert!

ในโพสท์นี้ เรา ‘เลือก’ที่จะตีความเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นในโนอาห์ทั้งหมด ว่าเป็นความโกลาหลที่เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์คนหนึ่ง มองเรื่องโนอาห์เชิงสัญลักษณ์ และเน้นเรื่องความฝัน

เมื่อโลก หรือจิตของโนอาห์ เกิดการแตกออกเป็นสองขั้ว ความดีขัดแย้งกับความชั่ว เหตุผล/หน้าที่ ขัดแย้งกับความรู้สึก/ความรัก ปมความขัดแย้งลักษณะนี้ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในใจ หรือเกิดขึ้นในสังคมล้วนนำไปสู่ความพังพินาศทั้งสิ้น ไม่เป็นบ้าตาย ก็ได้ถล่มฆ่าล้างโคตรฝ่ายตรงข้ามให้ดับสิ้นกันไป

ในเรื่อง โนอาห์ได้รับข้อความจากพระเจ้าผ่านความฝัน เป็นลักษณะของฝันที่ทำนายอนาคต แต่ไหนแต่ไรมา มนุษย์ให้ความสำคัญกับความฝันว่าเป็นข้อความจากพระเจ้า แล้วการพัฒนาทางวิทยาศาตร์และเทคโนที่มุ่งเน้นให้คนเชื่อแต่สิ่งที่จับต้องได้ วัดเป็นค่าไฟฟ้า พลังงานได้ เห็นเป็นภาพเอามาโชว์ให้คนอื่นดูได้เท่านั้น ที่จะได้รับการยอมรับว่ามันเป็นเรื่องจริงและสำคัญ ทำให้ศาสตร์เกี่ยวกับความฝันนั้น ถูกมองว่างมงายไร้สาระ เพิ่งจะได้รับความสนใจอีกครั้งหลังจากที่ Sigmund Freud และ C.G. Jung (ยุง) นำเรื่องความฝัน มาใช้ในการบำบัดจิต เพราะพวกเขาเชื่อว่า ฝันเป็นการสื่อสารจากจิตไร้สำนึกเพื่อให้ ego ของเรานั้นได้เข้าใจตัวเองมากขึ้น เช่น เรื่องที่เก็บกดไว้ ปมปัญหาที่ควรจะแก้ไข หรือชดเชยสิ่งที่ egoขาด (compensation)  ฟรอยด์ เรียกจิตใต้สำนึก (subconscious) ส่วน คาร์ล ยุง เรียก จิตไร้สำนึก (unconscious) และก็มีคนไข้นับไม่ถ้วนที่อาการดีขึ้นเมื่อเข้าใจเนื้อหาในฝันของตัวเอง แล้วปรับวิถีชีวิต แต่ไม่ต้องรอให้ป่วยจิตก่อนค่อยมาทำความเข้าใจก็ได้นะ

ถ้าความฝันเป็นข้อความจากจิตใจเบื้องลึก และพระเจ้าผู้ส่งข้อความมาคือปัญญาภายในล่ะ (inner wisdom)? ปัญญาภายในนี้บอกกับ Egoที่คับแคบว่า ถ้ายังดำรงชีวิตแบบเดิมๆ ต่อไป จะเกิดโลกาวินาศ​น้ำท่วมจิต น้ำท่วมโลก ร่างกายมนุษย์ เต็มไปด้วยน้ำกว่า 70% ถ้ามีน้ำมากเกินไป เราจะตาย ในมุมของจิตใจ น้ำก็เป็นสัญลักษณ์ของจิตใจส่วนที่ไร้สำนึก ส่วน Ego ของเราก็เหมือนผืนดิน เหมือนภูเขาที่โผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำ ถ้าน้ำหรือส่วนของจิตไร้สำนึกมีพลังมากเกินไป ท่วมท้น Ego จิตเราก็จมน้ำตาย สูญเสียตัวตน เป็นบ้า

ในจิตเรานั้นมีทั้งด้านที่ดีและชั่ว มีด้านที่เป็นสัญชาติญาณ เช่น สัตว์ต่างๆ มีด้านที่เป็นผู้ชายห้าวหาญ (Noah) ผู้ชายชั่วร้าย (the King, Tubal-Cain) ผู้ทรงปัญญา (ปู่ของ Noah) ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความรัก (ภรรยาของ Noah, Naameh) เด็กๆ ที่พร้อมจะเติบโตและเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ (possibility & potentiality) แล้วถ้าในใจเรามีทุกสิ่งอย่างที่กล่าวมา เหมือนที่ Noah เห็นภาพหลอน ว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในฝูงชนที่ฉีกทึ้งเนื้อสัตว์มากัดกินทั้งเป็น เราก็จะพบว่า เราก็มีความชั่วร้ายเช่นเดียวกัน ไม่ได้วิเศษกว่าคนอื่นอย่างที่เคยคิด ซึ่งความเป็นจริงนั้นทำให้คนรับไม่ได้

Screen shot 2014-04-21 at 10.11.59 AM
Photo credit: IMDB

เมื่อชีวิตมันแตกแยกเป็นสอง กลุ่มดีก็แสนดี กลุ่มชั่วก็ชั่วบริสุทธิ์ โลกกำลังจะแตก พายุแห่งอารมณ์โหมกระหน่ำ พัดน้ำมา ทำความสะอาดจิตอันยุ่งเหยิง ปัญญาภายในเตือนให้สร้างเรือ หรือ vessel ที่จะใช้ปกป้องจิตใจของตัวเอง และคัดเลือกสิ่งดีๆ เข้ามาในเรือเพื่อการเริ่มต้นใหม่ (new ego) ที่มีทั้งสัตว์ต่างๆ ซึ่งเป็นสัญชาติญาณที่มนุษย์จำเป็นต้องมี แต่เป็นสัญชาติญาณที่สติเราพอจะควบคุมได้บ้าง ซึ่งผ่านสัญลักษณ์ ยาสมุนไพรกล่อมให้พวกมันหลับจะได้ไม่กัดกัน มี Noah มี ภรรยา มีลูกๆ แต่ทว่า ความชั่วร้ายก็ยังตามเข้ามาในจิตใหม่ของ Noah และความสุดโต่งทางความคิดของ Noah ที่จะทำตามหน้าที่ ที่คิดว่าตนได้รับมอบหมาย ให้ทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ เชื่ออย่างไม่ลืมหูลืมตาว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำ เมื่อทัศนคติมันยังไม่ถูกต้อง ความชั่วร้ายก็ฮึกเหิม จนมาต่อสู้กันในเรือ ลูก เมีย แตกกับพ่อ หน้าที่แตกกับความรัก เหตุผลแตกกับความไร้เหตุผล (ธีมนี้มาอีกแล้ว) จนมาถึงจุด Climax ที่ Noah ฆ่าหลานสาวแฝดของตัวเองไม่ลง เหตุผลคือความรัก และหน้าที่คือการปกป้อง เด็กทารกคือ new beginning ที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้  เมื่อเชื่อมโยงสองด้านที่แตกหักเข้าด้วยกันได้ Noah จึงเจอทวีปใหม่ ใหญ่กว่าเดิม จิตใจของ Noah ที่เคยคับแคบแตกหักไป (hurt อยู่พักนึง) แต่แผ่ขยายใหญ่ขึ้น และโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตาก็เกิดขึ้น ส่วนความอิจฉา (ลูกชายคนรอง Ham) ต้องจากไป เพราะในบ้าน (จิต) ที่เต็มไปด้วยความรักไม่มีที่ให้ความอิจฉาริษยา* มนุษย์เราดำรงเผ่าพันธุ์ต่อเนื่องยาวนานมาได้ด้วยเหตุนี้ โลกหมุนได้ด้วยความรัก ทั้งโลกของคุณ และโลกของพวกเรา

*ข้อความตัวเอียงเขียนเพิ่มขึ้นภายหลัง 28/04/14

Photo Credit: IMDB

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.