จิตวิเคราะห์

Eventเปิดตัวหนังสือเข้าใจหนังเข้าใจจิต 6/8/16

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://goo.gl/IECQvE

IMG_2933.JPG.jpeg

https://www.facebook.com/events/156355048104730/

ธีมเก่าเล่าใหม่ ผ่าพิภพไททัน

Screen Shot 2558-09-04 at 08.35.00Spoiler Alert!

เมื่อจับสองตำนานกับสองภาพยนตร์มายำรวมกัน ห่อด้วยความเป็นญี่ปุ่น ก็จะได้สูตรรักข้าวห่อไข่…. ม่าายช่าาาาย…เกิดเป็นผ่าพิภพไททันเวอร์ชั่นภาพยนตร์ ที่แอบแปลกๆ

เราเข้าไปดูเรื่องนี้โดยไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อหนัง เห็นชื่อ ไททัน ก็คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับตำนานกรีก แต่ดูไปๆ แล้วแอปเปิลแห่งความรู้ก็โผล่มา แล้วพระเอกยังกลายเป็นไททันเสียเอง แล้วสรุปว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรกันแน่?

ไททันนั้นจริงๆ แล้วเป็นชื่อของตระกูลเทพกรีกยุคทอง ไม่ใช่ยักษ์ ซึ่งมนุษย์รุ่นแรกถูกสร้างขึ้นในยุคนั้น ส่วนพวกยักษ์หรือสัตว์ประหลาดคือลูกหลานเทพที่ไม่สมประกอบแต่ทรงพลังและก้าวร้าว แต่คนสับสนเรียกเหมารวมกันหมดว่าไททันคือยักษ์ สำหรับเรื่องนี้ ไททัน = ยักษ์ (เพิ่มเติม…)

Insurgent

Screen Shot 2558-11-04 at 09.53.49

Spoiler Alert!

Divergent ภาคสอง หรือ Insurgent ทำให้เข้าใจการแบ่งคนออกเป็นกลุ่มย่อยทั้ง 5 ชัดเจนขึ้น การแบ่งแยก Factions ให้คนเป็นได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดภาวะ one-sided คือบุคลิกสุดโต่งไปข้างเดียว สะท้อนกับวิถีชีวิตนับแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ที่แต่ละคนแทนฟันเฟืองแต่ละตัว มีหน้าที่ประจำคนละอย่างในโรงงาน ในบริษัท คุณอาจมีความถนัดมากในบางด้าน (expertise) แต่ก็เป็นอัมพาตในด้านอื่นๆ อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างเน้นในเรื่องการไม่เป็นแค่อย่างใดอย่างหนึ่งแต่เป็นได้ทุกอย่าง ภาคสองนี้ เน้นมากในคอนเซ็ปต์เรื่องการเอาชนะด้านตรงข้าม (shadow) ดูภาพประกอบ (เพิ่มเติม…)

Exodus: God in (the) King

Screen Shot 2557-12-10 at 15.54.53

Spoiler Alert!

ตำนานโมเสส ก็ไม่ต่างจากตำนานเจ้าชายสิทธัตถะ และตำนานพระเยซู บางส่วนมีเค้าโครงทางประวัติศาสตร์บางส่วนอาจต้องมองเชิงอุปมาอุปไมย หรือเป็นสัญลักษณ์

ขึ้นเรื่องมา โมเสสในฐานะเจ้าชายแห่งอียิปต์ ออกตัวชัดเจนมากว่าไม่เชื่อศาสนาและไสยศาสตร์ แต่เชื่อในเหตุผล การที่กษัตริย์อียิปต์ใช้อำนาจเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ กดขี่ผู้คนให้เป็นทาส ทำงานหนัก ไร้อิสระ สุดท้ายก็มาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทนจนนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ถ้าจะมองในแง่ของจิตใจ ถ้ามนุษย์คนหนึ่งใช้ชีวิตแบบเผด็จการสุดโต่ง บ้าอำนาจ และไม่แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น หรือแม้แต่เสียงความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตมันเทเอียงไปด้านเดียว ด้านอื่นๆ ในจิตใจที่ต้องการมีสิทธิ์มีเสียง ก็ต้องประท้วงประทุขึ้นมาสักวัน

โมเสสที่ตระหนักรู้แล้วว่าตนเองเป็นใคร ไม่ใช่หนึ่งในเจ้าที่บ้าอำนาจ การเผชิญหน้ากับความจริงมักจะยากลำบากในตอนต้นๆ ตกอับ ร่อนเร่ไปตามทะเลทรายแห้งแล้ง พบกับ หญิงสาว มีความรัก แต่งงาน มนุษย์เหตุผลได้พบกับด้านสวยงามของความไร้เหตุผล…ความรัก, femininity เขาไม่หนักเอียงไปด้านเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เด็กชายที่มาคุยกับโมเสส จะว่าเป็นภาพหลอน ถึงความต้องการที่แท้จริงในใจเขาที่อยากจะปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ หรือจะเป็นพระเจ้าจริงๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าข้างในจิต หรือพระเจ้าข้างนอก พระเจ้าก็คือพระเจ้า พระเจ้าอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ขึ้นอยู่กับจะมองจะตีความอย่างไร และขึ้นอยู่กับความเชื่อ แต่ที่แน่ๆ ในจิตใจมนุษย์ มีตัวตนอันสูงสุด สถิตอยู่ ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาแบบ Jungian เรียก the Self

ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มจากน้ำ ถ้าน้ำคือห้วงแห่งจิตไร้สำนึก การที่เกิดพิโรธมีจรเข้ดุร้ายไล่กัดคน ตามมาด้วยปลาซึ่งเป็นอาหารอันทรงคุณค่ากลับตายเกลี้ยง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ภายในกำลังปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด จรเข้อันเปรียบได้กับสัญชาติญาณสัตว์ที่ทรงพลังมาก ปลา..แหล่งสารอาหาร และด้านดีๆ ภายใน อืดตาย และตามมาด้วย สิ่งเลวร้ายอื่นๆ นำพาโรคและโชคร้ายมาสู่ผู้คน ถ้าดำรงชีวิตแบบสุดโต่งหนักเอียง ถึงจุดอิ่มตัวก็จะเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในจิตใจ ไม่ว่าจะโลกข้างนอก หรือโลกข้างใน ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่สมดุลก็จะเกิดเหตุอาเภทขึ้น ไม่ต่างจากปรากฎการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน กายกับจิตไม่อาจแยกจากกัน มนุษย์และสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน

การทาประตูด้วยเลือดแกะ/แพะ เป็นเสมือนการบูชายันต์ สละชีวิตบริสุทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการยอมเคารพนพนอบ และเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่เหนือกว่าเหตุผลของมนุษย์ หรือก็คือการเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าองค์ที่ยังไม่ได้รับการเคารพจากฝั่งอียิปต์ที่ลำพอง ดังนั้น เด็กในบ้านทาสที่ทาประตูด้วยเลือดสัตว์จึงไม่ตาย  เด็ก คือความหวัง อนาคตและความเป็นไปได้ต่างๆ เด็กที่อยู่ในบ้านของเผด็จการบ้าอำนาจ และคิดแบบสุดโต่ง ก็ต้องตายไป เพราะจิตมันคับแคบเสียจนไม่เหลือช่องว่างให้ความสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ จึงสิ้นอนาคต ในขณะที่เด็กในบ้านของผู้ที่มีความรัก ความเชื่อ และอ่อนน้อมถ่อมตน, อ่อนน้อมถ่อมตนให้กับ the Unknown สิ่งที่เรายังไม่รู้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่ถูกเรียกว่าพระเจ้า จึงรอดตาย

การจะหลุดพ้นจากความบ้าอำนาจ โหดร้าย เป็นการเดินทางที่ยากลำบากและอันตราย ไม่ใช่ทางที่เรียบง่าย ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมหาศาลฟันฝ่าไป สุดท้ายมาพบกับมหาสมุทร ซึ่งเสมือนกับทางตัน คือหนทางที่ไม่มีทาง และเป็นไปไม่ได้ โมเสสโยนดาบที่ได้มาจากกษัตริย์อียิปต์ทิ้งลงทะเล  ดาบเป็นเสมือนความคิด เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าชายและความคิดแบบเจ้าชาย ความเชื่อในเหตุผล ความบ้าอำนาจ การควบคุม และความเย็นชา เขาละทิ้งตัวตนเก่าของเขาโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่ใช่พวกนั้นอีกต่อไป เขาเลิกคิด ทะเลจึงเปิดทางให้ เกิดเป็นทางเดินเชื่อมไปยังดินแดนใหม่ egoใหม่ ส่วนความบ้าอำนาจ เผด็จการ เย็นชา โหดร้าย และผยองลำพอง ตามมาไม่ได้แล้ว โมเสสทำสำเร็จ ปลดปล่อยผู้คน หรือด้านต่างๆ ที่เคยถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ และได้พบกับด้าน feminine ภรรยา และลูกอีกครั้ง

การยืดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล จะทำให้เกิดการรวมศูนย์เผด็จการขึ้นครั้งใหม่ เมื่อแตกดับ ก็จะเกิดการสั่นคลอน ดังนั้น โมเสสจึงถ่ายทอดคำสอนบัญญัติ 10 ประการบนแผ่นหินสลัก เพื่อส่งต่อสู่ลูกหลานสืบไป แต่ทว่าการเดินทางยังไม่สิ้นสุด การเดินทางไปสู่ดินแดนแห่งนั้น (กล่าวในประเด็นทางจิตใจ) เป็นการเดินทางชั่วชีวิต และไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้

Photo credit: www.majorcineplex.com/news/exodus-gods-and-kings-news-2

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Interstellar: Logos vs Eros

Screen Shot 2557-11-11 at 9.37.46

Spoiler Alert!

โดยส่วนตัวไม่ประทับใจหนังเรื่องนี้ รู้สึกเฉยๆ ง่วงๆ แต่ก็มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ประเด็นที่สอง Nolan อยากนำเสนอ ก็ไม่พ้น ความขัดแย้งระหว่าง ความคิดกับความรู้สึก เหตุผลกับหัวใจ ฝั่งเหตุผลนั้นนำทีมโดยนักวิทยาศาสตร์ NASA Professor Brand (พ่อ), พระเอก Cooper และตัวร้าย Dr. Mann ฝั่งความรู้สึก/ความรัก นำโดย Dr. Amelia Brand (ลูกสาว) ซึ่งตอนแรกๆ ก็ยังถูกเหตุผลครอบงำอยู่

ด้วยตรรกะ จึงนำให้นักวิทยาศาสตร์ระดับอัจฉริยะ เหล่านั้น คิดจะทิ้งผู้คนบนโลกให้ล้มตาย แล้วไปสร้าง Colony ใหม่ ที่ดาวดวงอื่น คนที่มีหัวใจคงไม่ทำอย่างนั้น การที่ Cooper เลือกฟังเหตุผล เขาจึงจากครอบครัวไปสำรวจหาดาวดวงใหม่

Screen Shot 2557-11-11 at 9.38.18

Cooper เชื่อในวิทยาศาสตร์ และตรรกะ ไม่เชื่อสิ่งที่พิสูจน์ จับต้องไม่ได้ ในขณะที่ลูกสาว Murph อยากจะเชื่อเรื่องที่เกินขอบเขตวิทยาศาสตร์ เช่น ผี และสิ่งที่ (ยัง) พิสูจน์ไม่ได้ ชื่อของเธอมาจาก ความคิดที่ว่า ถ้ามันมีโอกาสจะเกิดขึ้น จนแล้วจนรอดมันก็จะเกิดขึ้น ประมาณอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ทางหนึ่งก็เหมือนให้ปลงๆ แต่อีกทางก็ออกแนวให้เตรียมพร้อมรับมือกับความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้เสมอ ต้อง safety first ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการออกแบบเครื่องบิน ยานอวกาศ  การที่ต้องเสียแม่ไป การท่ีรถยางแตก การที่พ่อต้องจากไป การที่โลกถึงกาลวินาศ ถ้าจะให้มองแบบ Murphy ก็คือ worst case scenario ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด แล้วมันก็เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงคนนี้ แต่เธอก็ยังไม่เคยสิ้นหวัง และยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าพ่อจะกลับมา และมีทางช่วยมนุษย์โลก เธอคือความเชื่อ ความศรัทธา และความเป็นไปได้

เพราะเหตุผล ที่ Amelia Brand คิดว่าควรต้องทำในสิ่งที่ต้องทำ คือการไปเก็บกล่องข้อมูลที่อยู่ในน้ำ บนดาวที่มีสึนามิตลอดเวลา โดยไม่ฟังเสียงของสัญชาติญาณว่าให้กลับไปที่ยาน เพราะคลื่นยักษ์กำลังมา เลยพลาดเกือบตาย แล้วยังทำให้เพื่อนร่วมทีมดีๆ อีกคนต้องตายไปด้วย การทำตามความคิด โดยไม่ฟังเสียงความรู้สึก และสัญชาติญาณ มักนำไปสู่โศกนาฎกรรม

Screen Shot 2557-11-10 at 12.49.44

เพราะเหตุผล ที่ Cooper คิดว่า การไปหา Dr. Mann คือทางที่สมเหตุสมผลที่สุด ในขณะที่ Amelia Brand ขอให้ไปหา Edmund แฟนของเธอ เพราะความรัก แต่ Cooper กับเพื่อนร่วมทีมอีกคนไม่ฟัง จึงพลาด  ฉากนี้ชวนให้นึกถึง Batman, The Dark Knight ตอนที่เขาต้องเลือกว่าจะไปช่วยคนรัก Rachel หรือ Harvey Dent แต่โดน Joker ป่วน เพราะต้องการทำลายจิตวิญญาณของ Batman ภาวะที่ต้องเลือกว่าจะทำตามหัวใจหรือเหตุผลความถูกต้อง เหมือนจะเป็นธีมประจำตัวของสอง Nolan เขาล่ะ  สำหรับ Interstellar, Cooper และ Romilly เลือกด้วยเหตุผล จึงพลาด Romilly เลยตายเพราะน้ำมือของ Dr. Mann และ Cooper ก็เกือบตายเช่นกัน ดาวที่ Dr. Mann อยู่มีแต่น้ำแข็ง หนาวจัด เหมือนหัวใจที่เย็นชาของเขานั่นแหละ Dr. Mann เป็นมนุษย์ logic ที่ไร้หัวใจ เขาเชื่อว่าต้องปล่อยให้คนบนโลกตาย เพราะไม่มีความหวังที่จะหาดาวดวงใหม่ และยอมทำทุกอย่างที่เลวร้าย ให้ข้อมูลหลอกลวง เพื่อหลอกทีมสำรวจมาฆ่าปิดปาก เหตุผลที่ไร้หัวใจสร้างปีศาจในร่างมนุษย์ขึ้นมา

Screen Shot 2557-11-10 at 12.50.31

ความเสียสละ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย แต่กลับเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ เป็นคุณสมบัตินี้ที่ทำให้เราแตกต่างจากสัตว์ Cooper เลือกที่จะช่วย Amelia Brand ให้ได้พบกับความรัก เขายอมเสียสละตัวเอง ตัวเขาเองนั่นแหละที่มีความรัก

ความรัก คือตัวเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่เหนือกาลเวลา ระยะทาง ความรักเป็นตัวเชื่อม Cooper กับ ลูกสาวที่ยังมีความเชื่อ ความศรัทธา และความหวัง และเชื่อในสิ่งที่อยู่เหนือเหตุผล ความพยายามจะเชื่อมโยงสื่อสารกัน ทำให้พบวิธีช่วยมนุษย์โลกได้ จนในที่สุด พ่อ ลูกได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ปรากฎว่าดาวดวงที่ Amelia Brand ไปหาแฟน Edmund นั้น เป็นที่ที่มนุษย์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แน่นอนว่า ที่ไหนมีความรัก ที่นั่นย่อมมีชีวิต Cooper ที่ตอนนี้ มีทั้งเหตุผล ความเชื่อและความหวัง กำลังจะไปหาเธอ…ความรัก การเดินทางระหว่างดวงดาวกำลังจะสิ้นสุดลง ฉากนี้ ทำให้นึกถึงงานเขียนเก่า เรื่อง Noah

Photo credit

http://www.imdb.com/title/tt0816692/mediaindex?ref_=tt_pv_mi_sm

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

เดชนางพญาผมขาว 2014: หยิน หยาง 

WHW_1

Spoiler Alert!

เดชนางพญาผมขาวมีหลายเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นนี้ รู้สึกเฉยๆ อาจเพราะนางเอกไม่ค่อยร้าย และก็ไม่เห็นจะมีฉากที่ใช้ผมต่อสู้มากมายเหมือนเวอร์ชั่นเก่าๆ ซึ่งเป็นเหมือนท่าไม้ตายของนางพญาผมขาว ที่ใช้ผมฆ่าคน เป็นต้นแบบหนังผี ปีศาจมากมาย ผู้กำกับคงอยากเน้นความเป็นมนุษย์ปุถุชนของตัวละครแต่ละตัว ที่ต่างก็มีจุดประสงค์ของตัวเอง เน้นความรักมากกว่าฤทธิ์เดชของนางเอก อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่อง หยิน หยาง ซึ่งหนังเรื่องนี้เน้นตั้งแต่เปิดเรื่อง (ปลาทองในอ่าง) ก็เป็น material ที่น่าสนใจชวนให้คิดต่อได้

ตอนที่นางเอกบุกไปที่เรือนหอพระเอก แล้วอกหักเสียใจมาก ถูกด้านมืดเข้าครอบงำ (หยิน) พลังด้านนี้ถ้ามีมาก ก็จะเย็นเกิน สัญลักษณ์ผมขาวเหมือนหิมะ เหมือนคนชรา ไม่มีเรี่ยวแรง ถูกทหารทำร้าย  พระเอกช่วยกลับไป และพยายามจะไปหาดอกไม้วิเศษมารักษา ดอกไม้อาจเป็นตัวแทนของความรักก็เป็นได้ แต่ปรากฎว่า เด็ดดอกไม้นั่นมาไม่ได้ด้วยถูกพิษอะไรก็ไม่รู้ อาจเป็นอิทธิฤทธิ์ของหยินที่มากเกินไปแผ่ปกคลุมพื้นที่ ทำให้น้ำในสระเป็นน้ำแข็ง และดอกไม้ถูกไอเย็นแล้วตายหรือถูกแช่แข็งไว้ ไม่ต่างจากตัวนางเอกเอง ประมาณว่า หยิน/หรือด้านมืด/femininity/หรือด้านเย็น แผ่พลังมืดและเย็นไปทั่วแล้ว และพาลทำให้พระเอกป่วยไปด้วย พอพระเอกที่ถูกหามกลับมาจูบนางเอกที่หมดสติ ไออุ่นจากพระเอก (หยาง ความร้อน แสงสว่าง masculinity)  นางเอกจึงฟื้น คืนสติ แต่ก็ไม่สามารถรักษานางเอกให้หายขาดจากการถูก หยินที่มากเกินไปครอบงำได้ ภาษาจอมยุทธ์เรียก ธาตุไฟเข้าแทรก ซึ่งหมายถึงกรณีฝึกวิทยายุทธ์ แล้วเกิดลมปราณแตกซ่าน สับสน ว้าวุ่น แล้วอาจเพี้ยน เป็นบ้า ป่วยหนัก พิกลพิการ กลายเป็นจอมมาร หรือตายได้ ถ้าเปรียบกับการฝึกฝนจิตใจ ก็คือถูกด้านมืดครอบงำ แล้วกลายเป็นคนไม่ดี คนบ้า เพราะจิตใจเสียสมดุล

การที่นางเอกจะฝึกวิชาไร้เดือนขั้นสุดยอด เพื่อเป็นยอดจอมยุทธหญิง แต่ต้องกลายเป็นนางมารร้าย ต้องไร้ความรัก ไร้ความรู้สึก หรือ ไร้หัวใจ ไร้เดือนในที่นี้อาจหมายถึงไร้ความโรแมนติก ถ้านางเอกคือเดือน ไร้เดือนก็คือไร้ตัวตน ถ้าตัดความรู้สึกหมดสิ้น จะมีพลังมากมาย จะทำอะไรก็ได้ เพราะไม่เหลือความห่วงใย ความกังวล จะสู้รบก็ฉับไวไม่ลังเล อยากฆ่าใครก็ฆ่าเลย การไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ทำให้นางเอกเลวร้ายได้อย่างถึงที่สุด ไม่เหมือนตอนที่พยายามจะช่วยพระเอกที่ถูกจับเป็นตัวประกันแล้วแพ้ เพราะยิ่งสู้ก็ยิ่งทำร้ายพระเอก เลยต้องยอมจำนน ความรักความห่วงใย เป็นขั้วตรงข้ามของความโหดร้าย

WHW_4

แนวคิดเรื่องตัดความรู้สึกแล้วกลายเป็นปีศาจนี้พบเห็นผ่านตัวละครในหลายวัฒนธรรม อาทิ ทศกัณฐ์ ถอดดวงใจซ่อนไว้ในกล่อง จึงฆ่าไม่ตาย แต่ก็มีสภาพเป็นยักษ์ 10 เศียร 20 กร  Davy Jones แห่งเรือ Flying Dutchman ก็เช่นกัน ฝากดวงใจไว้ในกล่องซ่อนไว้ จึงมีพลังมาก และเป็นอมตะ แต่สภาพก็กลายเป็นปีศาจหน้าหนวด Dart Vader ก็ถูกด้านมืดครอบงำ กลายเป็นจอมวายร้ายแห่งจักรวาล ไร้เมตตา สภาพก็น่าเกลียด พิกลพิการ เสียผิวหนังเพราะถูกไฟคลอก ต้องใส่ชุดเกราะและเครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา นางพญาผมขาวก็เช่นกัน กลายเป็นนางมารร้ายผมขาวโพลน ไร้ผู้เทียมทาน เพราะตัดความรัก ความรู้สึก ความทรงจำออกไปจากใจ เหลือแต่ความเย็นชาจึงมีผมสีขาวเป็นสัญลักษณ์ แต่นางเอกเวอร์ชันนี้ ดูพลังน้อยไปหน่อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอยอมสละเพื่อให้ได้พลังนี้มา พระเอกพยายามจะฟื้นคืนสติเธอกลับมาให้ได้ สุดท้ายความรักก็ชนะ แต่ก็ตายกันหมด

ถ้าอยากเก่งมากๆ ไร้เทียมทาน ก็ต้องสลัดหัวใจออกไป เมื่อไร้ความรู้สึก ไร้ความทรงจำ ไร้ความห่วงกังวล ก็จะไม่ลังเลไม่ยั้งคิด เลวบริสุทธิ์ อยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่แคร์! แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นปีศาจน่าเกลียด น่ากลัว และไม่มีความสุข ตัวละครเหล่านี้ จัดเป็น Archetypal หรือเป็นลักษณะบุคลิกภาพของมนุษย์ประเภทหนึ่งที่ก้าวข้ามจุดสมดุลของความเป็นมนุษย์ เพื่อที่จะได้มาซึ่งพลังอำนาจมืด แต่สุดท้ายก็ไม่เห็นจะตายดีเลยซักราย การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมสินะ! แต่ว่าการตัดความรู้สึก ความคิด อย่างถูกต้องแท้จริง ควรเป็นภาวะ ‘Mushin’ หรือ no mind ซึ่งเป็นแนวทางของจอมยุทธ หรือ ซามูไรที่แท้จริง ภาวะที่ ไร้ความนึกคิด ปล่อยวางจากอารมณ์ ละแม้แต่ ego ของตัวเอง เพื่อต่อสู้ด้วยจิตที่ว่างเปล่า พลิ้วและพลิกแพลงตามสถาณการณ์ ไม่คิด ไม่วางแผน Flow แต่ไม่ได้กลายเป็นคนชั่วร้าย ส่วนตอนไม่สู้ ก็เป็นมนุษย์ที่มีความคิดความรู้สึกปกติได้ ไม่ต้องสูญเสียตัวตนไปตลอด เว้นเสียแต่ว่าอยากเป็นนักบวชนักพรต ที่มุ่งนิพพาน นางพญาผมขาวและอาจารย์เข้าใจภาวะ no mind ผิดไป ตัดออกไปทั้งหมดแม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ของตัวเอง เลยกลายเป็นนางมาร ถ้ายังอยากเป็นมนุษย์ที่มีความสุข การบาลานซ์หยิน หยาง เป็นเรื่องจำเป็น

Photo credit: http://movie.kapook.com/เดชนางพญาผมขาว

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Maleficent วิเคราะห์แม่มาลีฉบับ DeepFilm

Spoiler Alert!!!

Screen Shot 2557-06-16 at 15.22.20Photo credit: IMDB
นิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทรา เวอร์ชั่นศตวรรษที่ 21 เรื่องราวถูกดัดแปลงไปมาก ต่างจากเนื้อเรื่องของ The Brothers Grimm  แต่ถึงแม้ว่าความหมายสำคัญบางอย่างที่มีในเวอร์ชั่นออริจินอลจะหายไป ในเวอร์ชั่นใหม่นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและคู่ควรจะให้วิเคราะห์ ใน post นี้จะวิเคราะห์ตัวละครหลัก ไขปริศนาว่าทำไมต้องเครื่องปั่นด้าย และทำไมเจ้าหญิงต้องนิทรา ทำไมMaleficent แพ้โลหะ ฯลฯ (เพิ่มเติม…)