จิตวิทยา

วิเคราะห์ BLADE RUNNER 2049 (edit Word Association, Cells..Cells, Interlinked..Interlinked)+Short films

Blade Runner

Spoiler Alert!
ช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะ Blade Runner เนื้อหาน่าสนใจกว่าที่เห็น แต่ดำเนินเรื่องแบบไม่เอาใจคนดู มีคนลุกเข้าลุกออกจากโรงเยอะสุดเท่าที่เคยเจอ (ประสบการณ์ส่วนตัวนะ) ภาวะ Boredom/Lifeless/Nothingness/Dreadful/Disconnect อาจจะเป็นสิ่งที่เขาอยากให้คนดูรู้สึก จะได้เข้าใจความรู้สึกของพระเอกมากขึ้นก็เป็นได้  ถ้าชอบดู Ghost in the Shell, What Happened to Monday?, Mother!, Arrival, the Matrix, I-Robot, A.I. คงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูเรื่องนี้ด้วย โพสท์นี้จะวิเคราะห์เชิงสัญลักษณ์, ขยายความเรื่อง Word Association, บทกวี และมี clips หนังสั้น 3 เรื่องของ Blade Runner ด้วย (เพิ่มเติม…)

แมงมุม-เทคนิคโยงสัญลักษณ์

Spider1สัปดาห์ก่อนมีผู้หญิงเดินปรี่เข้ามาในวงที่เรากำลังยืนคุยกันอยู่ เธอถามพวกเราว่า “วันนี้มีแมงมุมในหมวกของฉัน ซึ่งมันแปลกมาก แมงมุมตามแนวจิตวิทยายุงเกียน แปลว่าอะไร?” เราตอบเป็นคนแรก “มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณรู้สึกกับแมงมุมอย่างไร เพราะแต่ละสัญลักษณ์ก็มีความหมายต่างกันไปในแต่ละคน” อาจารย์จิตวิเคราะห์ตอบ “หาความเชื่อมโยง (Association)” อาจารย์ Mythology ตอบ “Arachne (อารักนี่) ” เราตอบอีกครั้ง “Shelob แมงมุมในเรื่อง Lord of the Rings และอื่นๆ” นั่นสิ แล้วแมงมุมแปลว่าอะไร? เราจะอธิบายคร่าวๆ ถึงเทคนิคในการหาความเชื่อมโยง และชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของจิตวิทยาที่เน้นการปรับ/แก้ไขพฤติกรรม กับจิตวิเคราะห์ และต่อให้คุณไม่อินกับสัญลักษณ์แมงมุม ลองอ่านเนื้อหาในโพสท์นี้แล้วแทนค่าด้วยสัญลักษณ์อื่นที่คุณอินดู (เพิ่มเติม…)

SPLIT จิตแตก

Split.jpg

Spoiler Alert!!! มีเนื้อหาของหนังเรื่อง Split

ถ้าคุณชอบหนังอย่าง The Silence of the Lambs, Hannibal, Red Dragon รวมถึงตำนานมนุษย์หมาป่า SPLIT คงเป็นอีกเรื่องที่ไม่น่าพลาด M. Night ได้นำเสนอผู้ป่วยทางจิตที่มีหลายบุคลิกในร่างเดียวกัน แต่เลยไกลไปถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ ลี้ลับตามสไตล์เขา ส่วนที่เราสนใจก็คือ หากในจิตใจของมนุษย์แต่ละคนมีแง่มุมที่หลากหลาย การที่จิตแตกออกเป็นหลายตัวนั้นสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ขอบเขตของการเป็นบ้ากับปกติอยู่ที่ตรงไหน คุณจะรู้ได้อย่างไรในเมื่อคุณไม่รู้ตัว? แต่เรื่องความบ้าของคน เราคงทำความเข้าใจได้แค่บางส่วนเท่านั้น เพราะมีอะไรอีกมากมายที่ไม่อาจเข้าใจด้วยเหตุและผล แล้วถ้าเป็นบ้าแล้วพลังเยอะ มีความสามารถมากอย่างไม่น่าเชื่อ เราจะใช้พลังเดียวกันนี้ในยามที่เรามีสติ..ไม่ต้องรอให้เป็นบ้าได้หรือไม่? (เพิ่มเติม…)

Fantastic Beasts จะหาสัตว์มหัศจรรย์ได้ที่ไหน? (updated ‘Newt’)

fantasticbeastsreview.jpg

SPOILER ALERT! มีเนื้อหาของหนังเรื่อง สัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ ***มีอัพเดทเรื่อง Newt ด้านล่างสุด***
เป็นครั้งแรกที่ Deepfilm หยิบงานของ J. K. Rowling มาวิเคราะห์ ในเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them มีเนื้อหาที่เราสนใจอยู่ 2 ประเด็น แน่นอนเกี่ยวกับเจ้าสัตว์ประหลาด และประเด็นที่สอง เกี่ยวกับตัวเอกทั้ง 4…Newt, Tina, Queenie, และ Mr. Kowalski ที่มีอย่างหนึ่งเหมือนกัน ว่าแต่ว่า สิ่งนั้นคืออะไร? (เพิ่มเติม…)

สัญลักษณ์แห่งพ่อ (Symbol of Father)

Father.png

ความเป็นพ่อ ความเป็นแม่มีทั้งในระดับครอบครัว ระดับชาติ ระดับนานาชาติ หรือแม้แต่ระดับจักรวาล (ลองนึกถึงดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะ) พ่อเป็นอาร์คีไทป์ที่สำคัญมาก เพราะพ่อและแม่คือผู้ให้กำเนิดชีวิตเชื่อมโยงกับตำนานการสร้างโลก โลกในบ้าน โลกข้างนอก และโลกในใจ ไม่เคยขาดจากกัน และเมื่อวันที่สัญลักษณ์สำคัญแห่งชาติที่เคยมีมาตลอดหลายสิบปีเสด็จสวรรคต จึงเกิดความสะเทือนเลื่อนลั่นในจิตของผู้คน ความมั่นคงทางใจหายไป รู้สึกเหมือนเสาเอกของประเทศไม่มี (เพิ่มเติม…)

KUBO กับตาซ้ายที่หายไป

SPOILER ALERT! มีเนื้อหาของเรื่อง Kubo and the Two Strings!!!

kubo-pc-feature

แอนิเมชันและภาพยนตร์ที่เล่นกับสัญลักษณ์ ซ้าย-ขวา หัวใจ-เหตุผล ผลิตออกมาเป็นระยะๆ เป็นประเด็นสำคัญของยุค ธีมนี้มีมานานแล้ว แต่ทศวรรษนี้..มาถี่ ถ้าไม่มีอะไร คนก็คงไม่อินพอจะเขียนเรื่องหรือกำกับออกมา ผิวของตัวเอกหลากเฉดสี แต่พอมองลงไปที่สัญลักษณ์ มันก็คล้ายๆ กัน ดูคูโบแล้วนึกถึง Song of the Sea, Alice through, The Matrix แต่เรื่องนี้ธีมหัวใจ-เหตุผลนั้นซ่อนอยู่ใต้ประเด็นที่ใหญ่กว่านั่นคือ “การเห็น” แล้วมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร? (เพิ่มเติม…)

DEEPFILM ใน GIRAFFE

ลงสัมภาษณ์สั้นๆ ในนิตยสารยีราฟ เครือสำนักพิมพ์แซลมอน ฉบับที่ 44 เดือนสิงหาคม 2016 ปักษ์หลัง ตอบยาวกว่านี้แต่ถูกย่นย่อไปตามเนื้อที่ค่ะ เป็นนิตยสารแจกฟรี โหลดอ่านได้ที่นี่ READ GIRAFFE

Giraffe.png

หน้าปกฉบับที่ 44

Giraffe_44.png

Eventเปิดตัวหนังสือเข้าใจหนังเข้าใจจิต 6/8/16

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://goo.gl/IECQvE

IMG_2933.JPG.jpeg

https://www.facebook.com/events/156355048104730/

Deepfilm ในนิตยสาร

 

สัมภาษณ์ลง นิตยสาร Starpics ปก Star Trek

No. 867 

July, 2016

Star1 .jpg

Star2 .jpg

ลงบทความเรื่อง “ฮีโร่ผู้มีแผล กับวายร้ายผู้มีปม” ในนิตยสาร Bioscope ปก Sing Street

Issue. 173

 June, 2016

Bio1.jpg

Bio2 .jpg

Batman vs Superman เมื่อด้านมืดของฮีโร่มาชนกัน

Bat vs Sup

Spoiler Alert! มีเนื้อหาของเรื่อง แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน 

หนังเรื่องนี้ยังกำกับได้ไม่ถึงใจ จัดจังหวะให้อารมณ์หนักแน่นกว่านี้ได้อีก บวกกับส่วนตัวคิดว่า เบน แอฟเฟล็ก ไม่ใช่เล่นไม่ดี แต่เขาดูไม่ดาร์กพอกับบทแบทแมนในเวอร์ชันสลัวๆ นี้ กลับทำให้นึกถึงแบทแมน สไตล์ จอร์จ คลูนี มากกว่า และแบทแมนคนก่อน คริสเตียน เบล ก็เล่นไว้ดาร์กมาก มันเลยออกมาแบบที่มันเป็น สำหรับการวิเคราะห์นั้น มีประเด็นน่าสนใจมากมายทีเดียว ที่จะยกมากล่าวได้แก่ ประเด็นเรื่องด้านมืดของฮีโร่ ประเด็นเรื่องการรับรู้ที่ต่างกันไปตามมุมของตัวเอง และการเข้าฉายช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่อง “God is Dead” (เพิ่มเติม…)

Gods of Egypt หนังเทพสะท้อนสังคม

Gods_Egypt

Spoiler Alert!!! มีเนื้อหาของเรื่อง Gods of Egypt

ตอนที่เห็นโปสเตอร์หนัง เข้าใจผิดว่าคนที่คาดผ้าปิดตาคือตัวร้าย ส่วนตัวร้ายคือพระเอก ด้วยเรื่องนี้ตัวเอกเป็นเทพตกอับ ถูกเตะลงจากบัลลังก์ ไร้เกียรติ ไร้พลัง จากจุดสูงสุดของชีวิต ต้องมาแอบอยู่ในหลุมสุสาน จึงมีสภาพโทรมๆ Gods of Egypt เป็นหนังแอคชันแฟนตาซีที่ดูเพลินๆ เข้าใจง่าย แต่ให้แง่คิดมากกว่าที่คาด อย่างไรก็ดีเนื้อหาบางส่วนต่างจากในตำนาน ไม่คิดมาก ทำความเข้าใจไปตามเนื้อเรื่อง

ฮอรัส เทพเหยี่ยว “เป็นลูกชายคนโปรด ของลูกชายคนโปรด” มีชีวิตที่สุขสบาย เป็นที่รัก เขาได้สิ่งต่างๆ มาโดยง่าย จนอาจไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มี การมองโลกจากมุมสูงทำให้เขาไม่เข้าใจมุมจากเบื้องล่าง เมื่อถูกทำให้ตกต่ำถึงขีดสุด เสียพ่อแม่ เสียคนรัก เสียดวงตา เสียพลัง เสียบังลังก์ เหลือแต่ตัว บินไม่ได้ ต้องเดิน จากเหยี่ยวสีทองอีโก้พอง กลายเป็นนกกระจอกมอมแมม อีโก้แฟบฝ่อ แล้วลุกขึ้นยืนจากจุดต่ำสุดในชีวิต ออกผจญภัยร่วมกับมนุษย์ ทำให้เขาเข้าใจชีวิตแบบติดดิน เรียนรู้แง่มุมใหม่ๆ (เพิ่มเติม…)

Chocolat หนังที่สื่อสารเรื่องด้านมืดได้หวานที่สุด

chocolat.jpg

เพิ่งได้ดูเรื่อง Chocolate (2000) อีกครั้งเมื่อวานทาง True Film รู้สึกดี เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่พูดถึงด้านมืด ในมุมน่ารักๆ ต่างจากเรื่องอื่นๆ เพราะด้านมืดในที่นี้ คือนางเอกของเรื่อง เธอเป็นทุกอย่างที่คนในหมู่บ้านคาธอลิกเล็กๆ ไม่กล้าเป็น

นางเอก เวียน (Juliette Binoche) สาวสวยลูกครึ่งยิปซี และลูกสาวนอกสมรส เดินทางมาถึงเมืองเล็กๆ ในประเทศฝรั่งเศส เพื่อเปิดร้านช็อกโกแลต เธอกลายเป็นตัวเแทนของทุกส่ิงที่ชุมชนเคร่งศาสนาปฏิเสธ เรียกว่าถูกโดนโยนด้านมืดใส่ (shadow projection) เธอเปิดร้านช็อกโกแลตที่มีรสชาติและกลิ่นหอมที่เย้ายวน ราวกับนางไซเร็น (โลโกของกาแฟสตาร์บักส์) ในช่วงเวลาถือศีลอด เธอไม่มีสามี ไม่ได้แต่งงาน แต่มีลูกสาว เธอใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส กล้าแสดงออก เวียนคือสัญลักษณ์ของ สิ่งยั่วใจ (temptation) การผิดประเพณี แต่ก็หมายถึงการมีอิสระเสรี ทำตามใจอยาก เธอเหมือนช็อกโกแลตสีดำมืด ที่หอมหวานแต่ก็มีรสขมและความซู่ซ่าของเครื่องเทศ ซึ่งขัดแย้งกับแนวทางอันเคร่งครัดของชุมชนที่เก็บกด ไม่แสดงความรู้สึก และยึดมั่นขนบธรรมเนียมประเพณีแบบหัวโบราณ เมื่อด้านมืด ไม่ใช่ความเลว แต่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าทำ เวียนจึงถูกมองว่าเป็นสิ่งชั่วร้าย และโดนคว่ำบาตรจากชุมชน ปีศาจเกิดขึ้นในใจมนุษย์ด้วยวิธีนี้ อะไรที่เราไม่คิดว่าเราเป็น อะไรที่เราไม่คิดว่าเราจะทำ อะไรที่เรามองว่าไม่ดี เราก็โยนมันใส่คนอื่น แต่หลายเรื่องกลับไม่ใช่เรื่องเลวร้ายแต่อย่างใด (เพิ่มเติม…)

Finding Calico เจ้าสามสีกับชุมชนคนโสด โดดเดี่ยว เหี่ยวแก่ ผิดหวัง 

cover_1435.jpg

Spoiler alert!!!

วัฒนธรรมต่างคนต่างอยู่ ในชุมชนเล็กๆ ที่การนั่งรถประจำทาง 5 ป้ายรถเมล์ ถือว่าไกลมากจนต้องร้อง โหย ตั้ง 5 ป้าย!!! แมวกลายเป็นสิ่งเชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกัน อดีตครูใหญ่ ที่มีปัญหากับการแสดงความรู้สึก ผู้ “เสียภรรยา” ที่รักไป หนุ่มรับจ๊อบสแกนภาพที่คิดอะไรก็พูดแต่กลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฝันอยากเป็นอะไร อยู่บ้านกับคุณย่าที่ “ไม่มีคุณปู่” อยู่กับพ่อที่ “ไม่มีคุณแม่” คุณน้าร้านทำผมชอบหัวเราะแต่ “ไม่เห็นสามี/ลูก” สาวร้านขายของชำที่เคยอยากเรียนแต่ “ไม่ได้เรียนต่อและไม่มีแฟน” ซึ่งอยู่กับคุณพ่อที่ชอบบอนไซแต่ไม่ชอบแมว และ“ไม่เห็นภรรยา” ช่างซ่อมรถมาดโหดแต่ใจดี “ที่ไม่เห็นครอบครัว เห็นแต่แมว” เด็กหญิงวัยรุ่นที่ถูกแกล้งที่โรงเรียนจนเกือบฆ่าตัวตาย “ไม่มีเพื่อน” และเด็กประถมที่น่าจะเป็นเด็กกำพร้าเก็บกดและชอบโดดเรียน “ที่ไม่มีอะไรเลย” ทุกคนคุยกันมากขึ้น เพราะแมวหนึ่งตัว ที่มีอย่างน้อย 4 ชื่อ เจ้ามี้จัง โซระ ทามะโกะ จิฮิโร นี่คือชุมชนแห่งความ “เหงา”

เจ้าเหมียวสามสี คอยเดินเยี่ยมเยียนคนเหงาๆ เหล่านี้ ให้กำลังใจ ให้ความอบอุ่น ไม่น่าเชื่อว่าแมวหนึ่งตัว สามารถทำให้คนตั้งหลายคน ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น ยกเว้นตาลุงครูใหญ่ที่ภาพยนตร์ก็เฉลยออกมาตรงๆ ว่าใจร้ายไล่แมวเพราะมันทำให้คิดถึงภรรยาที่จากไป แต่พอแมวจากไปจริงๆ ถึงสำนึกได้ว่ามันสำคัญกับเขามากแค่ไหน เพราะในขณะที่เขาเสียใจที่คิดถึงภรรยา แต่มันก็ทำให้เขาได้นึกถึงวันดีๆ ที่เคยมีเธอด้วยเช่นกัน ความสุขที่มาพร้อมๆ กับความเศร้า ต้องรับทั้งสองความรู้สึกเข้ามา ถึงจะดำเนินชีวิตต่อได้ การที่ตาลุงโมโหตวาดด่าทอเจ้าเมียว มันก็เป็นการช่วยให้เขาได้ระบายความคับข้องใจด้วยเช่นกัน อารมณ์ที่แสดงออกมาไม่ได้ ไหลออกมาเวลาด่าแมว เหมือนระบายของเสีย เจ้ามี้จังทำงานหนักจริงๆ (เพิ่มเติม…)

Song of the Sea เพลงจากทะเล เสียงจากหัวใจ

Screen Shot 2558-05-22 at 11.21.33

เครดิตภาพ: wikipedia

Spoiler Alert!

เห็นแมวน้ำในโปสเตอร์ ก็ตัดสินใจว่าได้เจอกันแน่! แล้วก็ไม่ผิดหวัง แอนิเมชันน่ารักมาก เพลงก็เพราะ และเรื่องราวก็น่าสนใจ มีเนื้อหาใหม่ ธีมสากลมาให้วิเคราะห์สนุกสนานอีกแล้ว

เซียร์ชา (Saoirse) เด็กน้อยลูกครึ่งแมวน้ำที่เกิดมาพร้อมกับการจากไปของแม่ ทำให้พี่ชาย เบน ไม่ชอบน้องตัวเอง เพราะการมีเธอเกิดมาหมายถึงการที่แม่จากไป และพ่อก็กลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก

เซียร์ชา 6 ขวบแล้วแต่ยังพูดไม่ได้ ในวันเกิดของเธอ เธอเป่าเปลือกหอยที่แม่ให้เบนไว้เป็นของขวัญ เมื่อเป่าจะมีเสียงและมีแสงเหมือนหิ่งห้อยหลายดวงลอยมา แสงนั่นนำเธอไปยังหีบเก็บเสื้อคลุมที่เธอสวมแล้วกลายร่างเป็นแมวน้ำในทะเลได้  พออยู่ในเสื้อคลุม เธอส่งเสียงได้แล้ว (เพิ่มเติม…)

Insurgent

Screen Shot 2558-11-04 at 09.53.49

Spoiler Alert!

Divergent ภาคสอง หรือ Insurgent ทำให้เข้าใจการแบ่งคนออกเป็นกลุ่มย่อยทั้ง 5 ชัดเจนขึ้น การแบ่งแยก Factions ให้คนเป็นได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้เกิดภาวะ one-sided คือบุคลิกสุดโต่งไปข้างเดียว สะท้อนกับวิถีชีวิตนับแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา ที่แต่ละคนแทนฟันเฟืองแต่ละตัว มีหน้าที่ประจำคนละอย่างในโรงงาน ในบริษัท คุณอาจมีความถนัดมากในบางด้าน (expertise) แต่ก็เป็นอัมพาตในด้านอื่นๆ อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างเน้นในเรื่องการไม่เป็นแค่อย่างใดอย่างหนึ่งแต่เป็นได้ทุกอย่าง ภาคสองนี้ เน้นมากในคอนเซ็ปต์เรื่องการเอาชนะด้านตรงข้าม (shadow) ดูภาพประกอบ (เพิ่มเติม…)

Deep Film: Cinderella 2015

Screen Shot 2558-03-18 at 16.38.14

Spoiler Alert!

ธีมเจ้าหญิงเจ้าชายพบกันในป่า ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้ว หลังจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดจัดมาเป็นชุด Snow White, Maleficent, Into the Woods, และ Cinderella ดูเหมือนว่าโลกกำลังโหยหาตำนาน เทพนิยาย มีบางอย่างที่สำคัญ แต่วิถีชีวิตแบบทันสมัย ทำให้เราลืมเลือนมันไปหรือไม่? แล้วทำไม Cinderella ต้องใส่รองเท้าแก้วด้วย? ไม่รู้ว่ารองเท้าแก้วของคุณคืออะไร? แต่ฉันกำลังจะเขียนรองเท้าแก้วในแบบของฉัน  (เพิ่มเติม…)

Deep Review: Into the Woods มหัศจรรย์คำสาปแห่งป่าพิศวง

Screen Shot 2558-01-16 at 12.29.03

Spoiler Alert!

สุดท้ายก็ต้องยอมจำนนต่อตนเอง เขียนวิเคราะห์ Into the Woods ออกมาจนได้ เรื่องนี้บิดเบือนนิทานต้นฉบับไปมาก ไม่อยากให้อภัยคนแต่งเรื่องเลยทีเดียว ใช้ความคิดมากไป พยายามมากไป แต่พอดูแบบเพลินๆ ก็สนุกดี คนดูก็ท่าทางชอบใจ เพราะดาราเยอะ แฟนตาซี แถมเป็นภาพยนตร์เพลงอีกต่างหาก แต่เนื่องจากนิทานต้นฉบับถูกตัดและถูกจับมาขยำขยุ้มอยู่ในเรื่องเดียว เหมือนว่ามีหลายประเด็นยำๆ กันอยู่เยอะจัด ซึ่งไม่ดีนัก แต่ธีมหลักที่สำคัญของเรื่องชัด ไม่หลุด จึงจัดว่าพอใช้ จะวิเคราะห์เท่าที่เห็นว่าน่าสนใจ ย้ำว่าอาจแตกต่างจากความหมายของนิทานออริจินอล (เพิ่มเติม…)

DeepFilm Analysis: The Seventh Son ทำไมต้อง 7

Screen Shot 2558-01-13 at 13.29.24

Spoiler Alert!

ภาพยนตร์แนวแฟนตาซีอีกเรื่องที่ หยิบมาวิเคราะห์ ธีมก็ไม่ต่างจากเรื่องก่อนๆ ที่ DeepFilm มักจะเลือกมาเขียน ธีมเหล่านี้ เป็นเรื่องสำคัญ ที่เข้าใจยาก จึงมักถูกสื่อสารออกมาในรูปแบบของนิทาน ตำนาน และในยุคปัจจุบันถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ และการ์ตูน แต่เพราะว่ามันมีอะไรที่โดนใจเสมอ มันถึงยังขายได้ และวนเวียนเล่าขานมาตลอดเป็นร้อยเป็นพันปี ว่าแต่ว่าธีมนั้นมันคืออะไร?

เปิดเรื่องมา Master Gregory ขังแม่มด Malkin (ญาติที่ไม่ดี คนไม่ดี) เอาไว้ ซึ่งทำให้นางโกรธแค้นมาก แสดงว่ามันมีปัญหาอะไรกันมาก่อนและยังไม่คลี่คลาย

ต่อมาแม่มดในร่างมังกร ออกมาอาละวาด ลูกศิษย์ของ Master Gregory (John Snow จาก Game of Throne แวะมาทักทาย) จ้องมองนางอย่างชื่นชม Master Gregory ปรามแล้วว่าอย่าไปมอง อย่าไปชอบ นางจะยิ่งมีพลังแก่กล้ามากขึ้น เพราะการสนใจด้านไม่ดี ก็คือการให้พลังงานกับด้านนั้น เป็นเหตุให้เขาถูกด้านมืดครอบงำและตายในที่สุด

Master Gregory จึงต้องเดินทางไปหาลูกศิษย์คนใหม่ ที่มีพลังพิเศษ ซึ่งจะต้องเป็น ลูกชายคนที่ 7 ที่เกิดจากลูกชายคนที่ 7 ถึงจะมีพลังต่อกรกับแม่มดร้าย เลข 7 เป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ คือวันที่สัปดาห์บรรจบครบ 1 รอบ คือวันที่พระเจ้า (ศาสนาคริสต์) พักเนื่องจากสร้างสวรรค์ โลก และมนุษย์เสร็จสมบูรณ์แล้ว จึงมีความหมายถึงการเสร็จสมบูรณ์ และการ “unite” ระหว่าง สวรรค์และโลกและมนุษย์ บาปมี 7 อย่าง คาบสมุทรมี 7 คาบสมุทร สวรรค์มี 7 ชั้น สิ่งมหัศจรรย์ของโลก มี 7 อย่าง อาถรรภ์ 7 ปี ฯลฯ เลข 7 เป็นเหมือน cycle ธรรมชาติ การครบสมบูรณ์อันจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ หรือจุดจบซึ่งจะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่เช่นกัน ทางโลกตะวันตกมีความเชื่อว่า พรสวรรค์ และพลังพิเศษ จะถูกถ่ายทอดจากลูกชายคนที่ 7 ไปสู่ลูกชายคนที่ 7 สืบต่อกันไป อาจหมายถึง คนที่ครบสมบูรณ์ เพราะสามารถเชื่อมด้านมืดกับด้านสว่าง, สวรรค์ โลก และมนุษย์ได้ ลูกคนที่ 7 กับแม่มดขาว ดังเช่นพ่อของ Tom ที่แต่งงานกับแม่มดขาวผู้มีพลังพิเศษ และคอยปกป้อง Tom คือสิ่งที่อุบัติขึ้นจากการ unite สองด้านนั้น ผ่านสัญลักษณ์ของการเป็นลูกคนที่ 7 คนที่สมบูรณ์ และมีโชคชะตาที่จะ unite สองด้านเข้าด้วยกันอีก ซึ่งทำให้เขาต้องมาต่อสู้กับแม่มดร้าย และรวมร่างกับแม่มดสาว ซึ่งมีพลังพิเศษแต่ไม่ได้ชั่วร้าย และได้ครอง Umbran Stone

Umbran Stone อัญมณีสีแดงที่ทรงพลังมาก ซึ่งอยู่กับแม่มดร้ายในตอนแรก แต่แม่มดขาว แม่ของ Tom ชิงไป ซึ่งทำให้ Malkin อ่อนแรงและถูกจับขังเมื่อกาลก่อน หินนี้น่าจะเป็น Philosopher stone ศิลานักปราชญ์ สัญลักษณ์ของตัวตนอันสมบูรณ์ ซึ่งจะปรากฎเมื่อเกิดการ unite ด้านต่างๆ เข้าด้วยกัน ภาษาจิตวิทยาเรียก The Self. ในตำนานทั่วไป มังกรจะเฝ้าทรัพย์ เช่น Smaug เฝ้า Archen stone หรืออย่างเรื่องนี้ Malkin ก็เฝ้า Umbran stone สิ่งล้ำค่าจะได้มาเมื่อสามารถเอาชนะด้านมืด และรวมร่างกับด้านสว่างได้สำเร็จ แต่ด้านมืดไม่มีวันตาย มันจะกลับคืนมาหลอกหลอนอีก อย่างที่ Makin พูดก่อนจะสลายไป แปลว่าการต่อสู้ยังไม่จบสิ้น มันจะวนเวียนกลับมาได้ตลอด

แม่มดน้อยเป็นส่วนหนึ่งของ Tom  เธอจะแว่บไปแว่บมาตามใจชอบ จริงๆ แล้วเธออยู่กับเขาตลอด อยู่ในใจ และหิน Umbran อันทรงพลังก็เช่นกัน สรุปก็คือ ธีมที่มักจะพบเห็นในตำนาน ภาพยนตร์แฟนตาซีต่างๆ มักพูดเรื่องคล้ายๆ กัน กล่าวคือ การที่เรา (จิตสำนึกหรือ ego-consciousness) ของเรา จะต้องต่อสู้กับด้านมืด โดยไม่เพลี่ยงพล้ำตกเป็นพวกเดียวกับมัน (twisted to the dark side like Dart Vader) และให้ผูกมิตรกับด้านดีๆ ภายใน เช่น แม่มดขาว หรือด้านดีๆ ที่อาจหน้าตาไม่ดีอย่าง Tusk ถ้ารวมร่างกันได้ (unite the opposites) หรือผูกมิตรกันไว้ ก็จะได้พลังวิเศษภายในเป็นกำลัง

Photo credit: https://www.facebook.com/seventhsonmovie

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

วิเคราะห์เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Kaguya-hime

Screen Shot 2558-01-04 at 11.30.26

Spoiler Alert!

[แล้วพบกับบทวิเคราะห์เจ้าหญิงคางุยะแบบจัดเต็ม ในหนังสือ “เข้าใจจิบลิ”

2017 ตุลาคมนี้ ]

“Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me, I will return to you

ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ”

พอได้ยินว่านี่จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิก็ใจหายวูบ (มีคนบอกว่ายังไม่ใช่เรื่องสุดท้าย และ Ghibli ยังไม่ปิดถาวร แต่หยุดพักเพื่อ Restructuring อนาคตยัง unknown 6/1/15) จะไม่มีอีกแล้วจริงๆ เหรอ! เศร้าอีกแล้ว แต่ก็หวังว่าคงจะมีผลงานดีๆ จากคนเจ๋งๆ หน้าใหม่แจ้งเกิดในวงการ สำหรับตำนานเรื่องเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ ดูจบรู้สึกงงๆ ผ่านมาสักพักใหญ่ๆ ก็มีไอเดียแว่บเข้ามา ชวนให้นึกถึง Aurora เจ้าหญิงนิทรา จากเรื่อง Maleficent รู้สึกว่ามีธีมบางอย่างที่สะท้อนกันอยู่ เลยลองเขียนวิเคราะห์ดู อารมณ์เขียนไปวิเคราะห์ไปไหลไปตามเนื้อเรื่อง

เฉกเช่นเดียวกับตำนาน นิทาน ต่างๆ สิ่งล้ำค่ามักถูกพบเจอในป่าลึก magical forest, dark forest หรือในเรื่องนี้คือป่าไผ่ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจิตไร้สำนึก (unconscious) การเจอเทพในป่า เจอขุมทรัพย์ในป่า จะพบเห็นได้ในตำนาน นิทานทั่วโลก มันจริงทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นป่าจริงๆ หรือป่าแห่งจิตใจ ซึ่งขุมทรัพย์หรือเทพ ก็คือด้านดีๆ ที่อยู่ในใจมนุษย์ ไม้ไผ่เป็นพืชมหัศจรรย์ โตไว โดนตัดไปแต่ไม่นานก็แทงหน่อไม้ขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ไผ่มีความยืดหยุ่นสูง มีประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร สร้างบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ เป็นธรรมชาติที่ให้คุณประโยชน์มากมาย  จึงคิดว่า ไผ่ น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต ทั้งทางกายและทางใจ นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ‘resilience’ ที่ไม่ว่าจะเผชิญปัญหา หรือความยากลำบากใดๆ ถึงจะล้มก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ ไม่ย่อท้อ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของจิตใจ

เปิดเรื่องด้วยคุณตาแก่ๆ ไม่มีลูก แต่ทำงานขยันขันแข็ง อดทน ตัดไผ่หาเลี้ยงชีพ คุณตาเองก็มีความเป็นไผ่อยู่เช่นกัน จนวันหนึ่งก็ได้เห็นแสงสว่างจากกระบอกไม้ไผ่ แล้วเจอเด็กตัวจิ๋วน่ารัก คือเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ (Kaguya) การเกิดที่ผิดธรรมดานี้ บอกว่าเธอเป็นเทพ เป็นเด็กมหัศจรรย์ (divine child) ไม่ใช่มนุษย์สามัญทั่วไป

ทำไมเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่จึงมาปรากฎ  คนโดยทั่วๆ ไป เมื่ออายุมากขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่ม maturity ก็ควรจะเพิ่มขึ้นตาม หมายความว่า ควรจะมีการเติบโตทางจิตอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้านดีๆ wisdom ภายใน ก็จะปรากฎ ในกรณีนี้ เป็นด้าน feminine ที่เป็นแสงสว่างที่งดงามมาก นำพาความรัก ความสุข ชีวิต ความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภมาให้ เรื่อง fertility นี้ ดูจากที่พอคุณยายได้อุ้มเจ้าหญิง แล้วอยู่ๆ ก็มีน้ำนมซะงั้น และดอกไม้ใบหญ้าก็อุดมสมบูรณ์มาก คุณสมบัติหลายข้อของเจ้าหญิง Kaguya ทำให้นึกถึง Aurora หรือเจ้าหญิงนิทราผู้เป็นแสงสว่าง

ความรักของสองตายาย ทำให้เจ้าหนูกระบอกไม้ไผ่ เติบโตรวดเร็วนัก การให้ความสนใจ ให้พลังงานแก่ด้านดีๆ ภายใน (archetypal images) มันก็จะเติบโต แข็งแรง และนำพา potential ศักยภาพ และสิ่งดีๆ ในเรา ให้เจิดจรัสออกมาด้วย

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ มีเพื่อนเล่นมากมาย สนุกสนาน มีอิสระ มีความสุข เติบโต แข็งแรง เธอค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของชีวิต ผ่านประสบการณ์ชีวิตต่างๆ เรียนรู้อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเราจะขอเรียกว่าเป็นการ humanification ทำให้เป็นมนุษย์ ขณะที่เธอร้องเพลงเล่นกับเพื่อนๆ เธอจดจำเนื้อเพลงที่ลืมเลือนไป “Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me. I will return to you ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ” ร้องจบแล้วก็ร้องไห้ ออกแนว melancholy เหมือนคีย์ของเพลงที่เธอร้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ‘longing’ โหยหาถึงบางสิ่งบางอย่าง มันเป็นเพลงจากอีกภพหนึ่ง ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ เธอรอคอยวันที่จิตสำนึกของเราจะระลึกถึงเธอจากอีกฟากของจิตใจ รอให้ถูกพบ ถูกรัก และทำให้เธอมีตัวตนจริงๆ ขึ้นมา เจ้าหญิงน้อยได้ระลึกถึงตัวตนของเธอ เธอจดจำความรู้สึกที่หายไป เกิดการเชื่อมโยงสองโลกสองภพ (จิตสำนึก และ จิตไร้สำนึก) ผ่านหนูน้อยคนนี้ ณ เสี้ยววินาทีนั้น การที่เธอได้ออกมาอยู่บนโลกนี้ (โลกแห่งจิตสำนึก) และมีความรู้สึก ทำให้เธอมีความ “เป็นจริง มีตัวตน” ไม่ใช่แค่ a feelingless element in the unconscious หรือเป็นเพียงด้านหนึ่งในจิตใจ ที่ไร้ความรู้สึกใดๆ บทเพลงนั้นกล่าวถึงธรรมชาติและสรรพสิ่ง และวัฏจักรชีวิต ที่หมุนวนเป็นสัจธรรม อาจจะมองว่าเป็นชาติที่แล้ว หรือ pattern ของพฤติกรรม/เรื่องราวที่เกิดซ้ำๆ ในจิตมนุษย์ ที่วนกลับเข้ามาอีกครั้ง เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง

หลังจากฉากนี้ คุณตาก็เจอทองคำในไผ่ ด้านเทพในจิตได้เติบโต และเชื่อมโยงภายนอกและภายในเข้าด้วยกันแล้ว เธอมีความรู้สึก เธอมีความทรงจำ  การที่ตายายให้ความรักความเอาใจใส่ต่อด้าน feminine ผู้เป็นแสงสว่างนี้ นำมาซึ่งโชคลาภ ทองอาจหมายถึงทองคำจริงๆ หรืออาจหมายถึง ศักยภาพใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ บุคลิกภาพด้านดีอื่นๆ ที่เคยแฝงเร้นแต่บัดนี้ได้ฉายแสงปรากฎออกมาแล้ว แต่หลังจากพบทอง คุณตากลับอุบเงียบไม่บอกคุณยาย คุณตาเปลี่ยนไป

ฉากเด็ดต่อมาคือ เจ้าหญิงน้อยอยากกินผลแตงเลยไปขโมยมา พี่ซูเตมารุ ที่ตอนแรกก็ห้ามปรามแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวตัดผลแตงมาแอบกินกันสองคนใต้พุ่มไม้เอร็ดอร่อย ฉากนี้นึกถึง Adam กับ Eve ที่ถูกงูล่อลวงให้กินแอปเปิล ซึ่งก็หมายถึงการมีเซ็กซ์ ไม่ต่างกัน เด็กสองคนอดใจต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควร ถ้าจะมองแบบใสๆ ก็คือ ความรักได้เกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้แล้ว ถ้าจะมองแบบเถื่อนๆ ก็คือการมีเพศสัมพันธ์ ด้าน feminine กับด้าน masculine ได้สานสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ซึ่งหลังจากนั้น คุณตาก็เจอผ้าพวยพุ่งขึ้นมาจากต้นไผ่

Screen Shot 2558-01-04 at 11.30.12

ผ้าคือการทอสานเส้นใย กลายเป็นเครื่องนุ่งห่ม ไว้สวมใส่ห่อหุ้มร่างกายให้อบอุ่นและสวยงาม สายใยสัมพันธ์ที่ทอออกมาเป็นผ้าสวยๆ หลากสีสันพุ่งขึ้นมาจากลำไผ่ คือความรักความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง หรือด้านทั้งสองนั้น เรามักจะทอผ้าใหม่สำหรับใช้ในงานมงคลต่างๆ การมีความรัก ก็เป็นเรื่องมงคล ผ้าจึงอาจหมายถึงความเป็นสาว การหมั้นหมาย และการแต่งงานด้วย หรือมองอีกแง่ พัฒนาการทางจิตใจก้าวขึ้นมาอีกขั้นแล้ว

แต่ตาแก่เข้าใจผิด เห็นทอง เห็นผ้า เลย “คิด” จะสร้างคฤหาสอลังการและทำให้เด็กน้อยกระบอกไม้ไผ่เป็นเจ้าหญิงจริงๆ ทั้งหมดเป็นความคิดทั้งนั้น ถามความรู้สึกของเจ้าหญิง กับภรรยาตัวเองหรือก็ไม่ จริงๆ แล้วเป็นเขาที่อยากมีหน้ามีตา อาศัยในเมืองหลวง ไม่ต้องทำงานตัดไผ่อีกต่อไปแล้ว เจ้าหญิงถูกบังคับให้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ฝึกมารยาทผู้ดี เพื่อหมายจะจับชนชั้นสูงที่ร่ำรวย ได้รับการตั้งชื่อให้เป็นเจ้าหญิง คางุยะ Kaguya ซึ่งหมายถึงแสงที่ส่องประกาย (shining light) แต่เธอกลับต้องกลายเป็นนกที่ถูกขัง เป็นเพียงแสงริบหรี่ในตะเกียง ไม่มีความสุข ความโลภ กักขัง ริดรอนอิสระภาพของแสงและความรัก ทั้งๆ ที่มีสิ่งดีเลิศและล้ำค่าอยู่ในมือแท้ๆ (เหมือนภาพในโปสเตอร์) ยังคิดแต่จะไปไขว่คว้าหาวัตถุนอกกายมา ด้วยหลงคิดว่าคือสิ่งมีค่าและความสุข อยากได้ปราสาท อยากเป็นเจ้า ซึ่งเนื้อหาช่วงนี้ ทำให้นึกถึงเรื่อง Maleficent (เจ้าหญิงนิทรา) ที่ Stephan ตัดปีกของ Maleficent เพื่อจะได้ครองเมืองเป็นพระราชา ความโลภของด้าน masculine ทำลายความรัก ริดรอนอิสรภาพ และความภาคภูมิใจของด้าน feminine เนื้อเรื่องต่างกัน วัฒนธรรมและศาสนาต่างกัน แต่ธีมไม่ต่างกันเลย

Kaguya เสียใจมากที่ถูกทำให้รู้สึกว่า เป็นของไม่จริง ไม่เป็นที่ยอมรับจากแขกที่มางานเลี้ยงฉลองชื่อใหม่ของเธอ เป็น ‘ความคิดชั่วๆ ของด้าน masculine’ ที่ทำร้ายเธอ ที่คิดว่าเธอไม่จริง หรือในอีกแง่คือ คิดว่าเธอไม่มีอยู่จริง ไม่ดีจริง การถูกปฏิเสธตัวตนทำให้เธอเจ็บปวดมาก ไม่มีความสุขและถอดจิตหวนคืนสู่บ้านป่า หรือจิตไร้สำนึก (unconscious) แต่ความอุดมสมบูรณ์ของป่า และความรักวัยเด็กของเธอจากไปหมดแล้ว ที่ที่ไม่มีเธอก็ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ ในเนื้อหายังสอดแทรกประเด็นสิ่งแวดล้อมเอาไว้ด้วย เรื่องการตัดไม้เร่ร่อน แต่สุดท้าย ถ้าให้เวลามากพอ ธรรมชาติก็จะฟื้นฟูกลับสู่สมดุลได้อีกครั้ง

เธอได้พบเจอกับพี่ซูเตมารุโดยบังเอิญ แต่เจ็บปวดใจมากที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกซ้อม แต่เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้คบกัน เธอเสียใจอย่างที่สุด จนมาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทน เมื่อจักรพรรดิ์อยากครอบครองเธอ จนเธอวูบหายไป เธอจำตัวเองได้แล้ว เธอคือแสงจริงๆ เป็นเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ ดินแดนแห่งความฝัน หรือในแง่จิตวิทยา เธอเป็นหนึ่งใน archetypal images, Anima จากดินแดนแห่งจิตไร้สำนึกร่วมของมวลมนุษยชาติ (collective unconscious) เธอไม่มีความสุขและไม่ต้องการจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ขอกลับคืนสู่ดวงจันทร์ ดินแดนอันเป็นนิรันดร์

ตอนที่เทวดาจากดวงจันทร์มารับเจ้าหญิง พวกเขาเสกให้เหล่านางกำนัล ทหารยามต่างๆ รวมถึงสองตายาย หลับไหล  นึกถึงฉากที่ Maleficent พาเจ้าชายเข้าไปช่วย Aurora ที่หลับไหลในปราสาท เจ้าชายถูกเสกให้หลับขณะผ่านขวากหนามเข้าไปหาเจ้าหญิง การจะได้พบ ได้สื่อสารกับด้านเทพๆ ด้านลึกๆ ในจิตใจ มักจะทำขณะที่หลับฝันอยู่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ จะมาปรากฎในความฝันนั่นเอง แต่ในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนมากนัก

เมื่อเจ้าหญิง Kaguya สวมมงกุฎ และเสื้อคลุม จะลืมเลือนเรื่องราวบนโลกมนุษย์ และกลับไปยังดวงจันทร์ แต่เธอมองย้อนกลับมา ร้องไห้ เธอยังลืมไม่หมด เธอเสียใจ เรื่องราววนย้อนกลับมาที่เดิม เหมือนในความทรงจำอันลางเลือนเก่าก่อน ความรักที่ไม่สมหวังและการอาลัยอาวรณ์ ความพยายามจะ unite สองด้าน (femininity & masculinity, Anima & Animus, Kaguya & Sutemaru) เข้าด้วยกัน ไม่สำเร็จ เพราะ “ความโลภ ความมักใหญ่ใฝ่สูง และเพราะความคิด” ของคุณตา เจ้าหญิงจึงไม่สามารถดำรงอยู่ในโลกมนุษย์ได้จริงๆ ตัวตนที่สูงส่งไม่สามารถถูกแสดงออกมาได้ ความโลภสกัดดาวรุ่ง เหลือไว้เพียงความแก่ชรา ความเหงา และความเศร้าเสียใจ

เรื่องราวเช่นนี้จะวนเวียนปรากฎในจิตใจมนุษย์ ทุกยุค ทุกสมัย เป็นวัฏจักรชีวิต น้อยคนนักที่จะทำสำเร็จ และปล่อย aura ให้เรืองรองผ่องใสในชีวิตจริง แต่หากจะมีซัก 1 ในล้านคนที่ทำได้ แสงนั้นก็เพียงพอจะช่วยส่องนำทางให้กับผู้คนที่สิ้นหวัง และหลงทาง ฉันจะรอพบกับเธอ Kaguya (Aurora).

[แล้วพบกับบทวิเคราะห์เจ้าหญิงคางุยะแบบจัดเต็ม ในหนังสือ “เข้าใจจิบลิ”

2017 ตุลาคมนี้ ]

 

Connect with Deepfilm: https://www.facebook.com/blackwhitebooks/

 

อ่าน Maleficent 

Photo credit: http://www.rottentomatoes.com/m/the_tale_of_the_princess_kaguya/pictures/movie-124003/

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Exodus: God in (the) King

Screen Shot 2557-12-10 at 15.54.53

Spoiler Alert!

ตำนานโมเสส ก็ไม่ต่างจากตำนานเจ้าชายสิทธัตถะ และตำนานพระเยซู บางส่วนมีเค้าโครงทางประวัติศาสตร์บางส่วนอาจต้องมองเชิงอุปมาอุปไมย หรือเป็นสัญลักษณ์

ขึ้นเรื่องมา โมเสสในฐานะเจ้าชายแห่งอียิปต์ ออกตัวชัดเจนมากว่าไม่เชื่อศาสนาและไสยศาสตร์ แต่เชื่อในเหตุผล การที่กษัตริย์อียิปต์ใช้อำนาจเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จ กดขี่ผู้คนให้เป็นทาส ทำงานหนัก ไร้อิสระ สุดท้ายก็มาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทนจนนำไปสู่การปฏิวัติ แต่ถ้าจะมองในแง่ของจิตใจ ถ้ามนุษย์คนหนึ่งใช้ชีวิตแบบเผด็จการสุดโต่ง บ้าอำนาจ และไม่แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น หรือแม้แต่เสียงความรู้สึกของตัวเอง ชีวิตมันเทเอียงไปด้านเดียว ด้านอื่นๆ ในจิตใจที่ต้องการมีสิทธิ์มีเสียง ก็ต้องประท้วงประทุขึ้นมาสักวัน

โมเสสที่ตระหนักรู้แล้วว่าตนเองเป็นใคร ไม่ใช่หนึ่งในเจ้าที่บ้าอำนาจ การเผชิญหน้ากับความจริงมักจะยากลำบากในตอนต้นๆ ตกอับ ร่อนเร่ไปตามทะเลทรายแห้งแล้ง พบกับ หญิงสาว มีความรัก แต่งงาน มนุษย์เหตุผลได้พบกับด้านสวยงามของความไร้เหตุผล…ความรัก, femininity เขาไม่หนักเอียงไปด้านเดียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว

เด็กชายที่มาคุยกับโมเสส จะว่าเป็นภาพหลอน ถึงความต้องการที่แท้จริงในใจเขาที่อยากจะปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระ หรือจะเป็นพระเจ้าจริงๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นพระเจ้าข้างในจิต หรือพระเจ้าข้างนอก พระเจ้าก็คือพระเจ้า พระเจ้าอยู่ในทุกสรรพสิ่ง ขึ้นอยู่กับจะมองจะตีความอย่างไร และขึ้นอยู่กับความเชื่อ แต่ที่แน่ๆ ในจิตใจมนุษย์ มีตัวตนอันสูงสุด สถิตอยู่ ซึ่งศัพท์ทางจิตวิทยาแบบ Jungian เรียก the Self

ภัยพิบัติต่างๆ เริ่มจากน้ำ ถ้าน้ำคือห้วงแห่งจิตไร้สำนึก การที่เกิดพิโรธมีจรเข้ดุร้ายไล่กัดคน ตามมาด้วยปลาซึ่งเป็นอาหารอันทรงคุณค่ากลับตายเกลี้ยง เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่า ภายในกำลังปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด จรเข้อันเปรียบได้กับสัญชาติญาณสัตว์ที่ทรงพลังมาก ปลา..แหล่งสารอาหาร และด้านดีๆ ภายใน อืดตาย และตามมาด้วย สิ่งเลวร้ายอื่นๆ นำพาโรคและโชคร้ายมาสู่ผู้คน ถ้าดำรงชีวิตแบบสุดโต่งหนักเอียง ถึงจุดอิ่มตัวก็จะเกิดความบ้าคลั่งขึ้นในจิตใจ ไม่ว่าจะโลกข้างนอก หรือโลกข้างใน ถ้าใช้ชีวิตอย่างไม่สมดุลก็จะเกิดเหตุอาเภทขึ้น ไม่ต่างจากปรากฎการณ์โลกร้อนในปัจจุบัน กายกับจิตไม่อาจแยกจากกัน มนุษย์และสิ่งแวดล้อมก็เช่นเดียวกัน

การทาประตูด้วยเลือดแกะ/แพะ เป็นเสมือนการบูชายันต์ สละชีวิตบริสุทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของการยอมเคารพนพนอบ และเชื่อในการมีอยู่ของสิ่งที่เหนือกว่าเหตุผลของมนุษย์ หรือก็คือการเชื่อในพระเจ้า พระเจ้าองค์ที่ยังไม่ได้รับการเคารพจากฝั่งอียิปต์ที่ลำพอง ดังนั้น เด็กในบ้านทาสที่ทาประตูด้วยเลือดสัตว์จึงไม่ตาย  เด็ก คือความหวัง อนาคตและความเป็นไปได้ต่างๆ เด็กที่อยู่ในบ้านของเผด็จการบ้าอำนาจ และคิดแบบสุดโต่ง ก็ต้องตายไป เพราะจิตมันคับแคบเสียจนไม่เหลือช่องว่างให้ความสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ จึงสิ้นอนาคต ในขณะที่เด็กในบ้านของผู้ที่มีความรัก ความเชื่อ และอ่อนน้อมถ่อมตน, อ่อนน้อมถ่อมตนให้กับ the Unknown สิ่งที่เรายังไม่รู้ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ สิ่งที่ถูกเรียกว่าพระเจ้า จึงรอดตาย

การจะหลุดพ้นจากความบ้าอำนาจ โหดร้าย เป็นการเดินทางที่ยากลำบากและอันตราย ไม่ใช่ทางที่เรียบง่าย ต้องใช้แรงกายแรงใจอย่างมหาศาลฟันฝ่าไป สุดท้ายมาพบกับมหาสมุทร ซึ่งเสมือนกับทางตัน คือหนทางที่ไม่มีทาง และเป็นไปไม่ได้ โมเสสโยนดาบที่ได้มาจากกษัตริย์อียิปต์ทิ้งลงทะเล  ดาบเป็นเสมือนความคิด เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าชายและความคิดแบบเจ้าชาย ความเชื่อในเหตุผล ความบ้าอำนาจ การควบคุม และความเย็นชา เขาละทิ้งตัวตนเก่าของเขาโดยสิ้นเชิงแล้ว เขาไม่ใช่พวกนั้นอีกต่อไป เขาเลิกคิด ทะเลจึงเปิดทางให้ เกิดเป็นทางเดินเชื่อมไปยังดินแดนใหม่ egoใหม่ ส่วนความบ้าอำนาจ เผด็จการ เย็นชา โหดร้าย และผยองลำพอง ตามมาไม่ได้แล้ว โมเสสทำสำเร็จ ปลดปล่อยผู้คน หรือด้านต่างๆ ที่เคยถูกกดขี่ให้เป็นอิสระ และได้พบกับด้าน feminine ภรรยา และลูกอีกครั้ง

การยืดมั่นถือมั่นในตัวบุคคล จะทำให้เกิดการรวมศูนย์เผด็จการขึ้นครั้งใหม่ เมื่อแตกดับ ก็จะเกิดการสั่นคลอน ดังนั้น โมเสสจึงถ่ายทอดคำสอนบัญญัติ 10 ประการบนแผ่นหินสลัก เพื่อส่งต่อสู่ลูกหลานสืบไป แต่ทว่าการเดินทางยังไม่สิ้นสุด การเดินทางไปสู่ดินแดนแห่งนั้น (กล่าวในประเด็นทางจิตใจ) เป็นการเดินทางชั่วชีวิต และไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงได้

Photo credit: www.majorcineplex.com/news/exodus-gods-and-kings-news-2

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.