จิตวิทยาวิเคราะห์

ฝันว่านอนกับพ่อแม่พี่น้องตัวเอง Incest

Zeus_Hera

Jupiter & Juno (Zeus & Hera) by Frans Christoph Janneck (1703-1761)

จากตำนานมืดของดวงจันทร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น้องข่มขืนพี่ วันนี้จะพูดถึงความฝันอินเซส (Incest) การสมสู่กันในเครือญาติเป็นเรื่องต้องห้าม ผิดจารีต และไม่ดีต่อพันธุกรรม แต่ถ้ามันเกิดขึ้นในฝัน คงทำให้ตกใจไม่น้อย ไม่ต้องเครียดๆ มาดูความเป็นไปได้ของความหมายกัน (เพิ่มเติม…)

อยู่อย่างไรในยุคที่ปมด้อยถูกกระตุ้นตลอดเวลา

I want what u have.jpgenvy

นี่จะเป็นโพสท์แรกที่เขียนบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาโดยไม่ได้สื่อสารผ่านภาพยนตร์ และเนื้อหาที่กำลังจะเขียนนี้ มันกระทบด้านมืดในใจคนแบบเต็มๆ รู้..แต่ก็เลือกที่จะเขียน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีแต่ด้านมืด หลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความรู้สึกด้อยในสังคมร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต่างก็มีปมด้อยกันทั้งนั้น และไม่มีใครชอบความรู้สึกที่ว่า ตัวเองด้อยกว่า หรือมีน้อยกว่าคนอื่น แต่สิ่งรอบตัวที่แต่ละคนเห็น ทั้งตามห้างร้าน ที่ทำงาน ตามเฟซบุ๊ค มันกระตุ้นปมด้อยอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราเองอาจไม่ทันรู้ตัว

หากมองไปแล้วเห็นคนใช้ของแพงกว่า เช่น กระเป๋า มือถือ คอมพิวเตอร์ รถ บ้าน เห็นคนไปเที่ยวเมืองนอกบ่อยกว่า เห็นเขามีการศึกษาที่สูงกว่า เห็นเขามีลูกที่ดูเก่งกว่า เห็นเขามียอดไลค์เยอะกว่า เขาดูดีมีสไตล์กว่า เขาดูมีความคิดจิตใจเจริญกว่า เห็นเขามีคนรัก เห็นเขาทำในสิ่งที่เราก็อยาก..แต่ทำไม่ได้ ฯลฯ เราอาจมีเหตุผลมาปกป้องความรู้สึกตัวเองมากมาย แต่ความรู้สึกดิบแท้ข้างในมันไม่มีความสุขหรอก ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น (เปรียบเทียบอัตโนมัติ) แล้วรู้สึกแพ้ แต่ที่ทำให้มันแย่หนักเพราะเกิดขึ้นถี่จนเกินไป เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ เพราะเราจ้องมันทั้งโลกในจอและโลกนอกจอ มันย่อมมีคนที่เขามีอะไรมากกว่า เหนือกว่าเราเสมอ ปัญหาคือ คนไม่ conscious about it ไม่รู้ตัวว่ามันเกิดอะไรขึ้นในจิตใจ แต่หงุดหงิด ไม่ Happy (เพิ่มเติม…)

Dream Tending Taipei

For English please scroll down

วันนี้ Deepfilm ได้มาร่วมเวิร์คช็อป Dream Tending นำโดย Dr. Stephen Aizenstat จาก Pacifica Graduate Institute, USA กิจกรรมเดียวกันนี้มีจัดทั้งในเอเชียและอเมริกา ได้เรียนรู้เทคนิกใหม่ๆ ในการเชื่อมโยงกับเนื้อหาทั้งในฝันยามหลับ และในภาพยามตื่น เขาใช้คำว่า “Dream Tending” ซึ่งก็เป็นลักษณะเดียวกับ “Active Imagination” ให้ความสำคัญกับภาพ เสียง เนื้อหาจากความฝัน อย่างที่มันเป็น ประหนึ่งว่าตัวต่างๆ เหล่านั้นมีชีวิตของเขาเอง และไม่รีบสรุปว่าอะไรคืออะไร เราพบว่ามันมีหลากหลายเทคนิกที่สามารถนำมาใช้เชื่อมโยงกับจิตใจส่วนลึก ซึ่งอาจแตกต่างกับแนวที่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิง แต่ก็เวิร์คนะ ได้ทดลองปฏิบัติจริง สนุกดี ถ้ามีโอกาสคงได้เผื่อแผ่ต่อไป

Dr Aizensrat_Arisa.png (เพิ่มเติม…)

Dream Talk 2 ฉันเป็นผีเสื้อ หรือผีเสื้อเป็นฉัน

ขอบคุณผู้มาร่วมแลกเปลี่ยนความฝัน แชร์ความคิด ความรู้สึก reflections เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายมากทั้งในด้านอายุ ประสบการณ์ ความสนใจ และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยน ทุกความรู้สึกทั้งดีและไม่ค่อยจะดีที่เกิดขึ้นขณะที่พูดคุยกัน ล้วนนำไปสู่แง่มุมใหม่ๆ บางอย่างเสมอ ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านค่ะ รอบหน้าไม่รู้เมื่อไหร่ แต่จะแจ้งอีกทีทางเฟซบุ๊ค

https://web.facebook.com/dreammyththai/ และ

https://web.facebook.com/blackwhitebooks

DT2_1 (เพิ่มเติม…)

Extremely Loud & Incredibly Close (2011) การดิ้นรนเพื่อจะอยู่ท่ามกลางหัวใจที่แหลกสลาย

extremely_loud_and_incredibly_close_xlg

Spoiler Alert!!! มีเนื้อหาของหนังเรื่อง Extremely Loud & Incredibly Close (2011)

สัปดาห์ที่แล้วเปิดทีวีไปเจอหนังเรื่องหนึ่ง มีเด็กชายผอมๆ ซุกอยู่ใต้เตียง ตอนแรกคิดว่าหนังผี ต่อมาเห็นแซนดรา บูลล็อก และมีทอม แฮงก์ โผล่มาแว้บๆ ต้องยอมรับจริงๆ ว่านักแสดงก็ทำให้เราแช่ช่องอยู่นานกว่าที่คาด  รู้ตัวอีกที อ้าว..จบแล้วเหรอ? มันเป็นหนังที่เล่าถึงชีวิตของเด็กที่เสียพ่อไปในเหตุก่อการร้าย September 11, 2001 ซึ่งเราไม่รู้สึกอินกับหนังแนวนี้ ดูแล้วนึกถึง “Reign Over Me (2007)” ที่แสดงโดย Adam Sandler แต่สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกันนะ ดูไปแบบเรื่อยเปื่อย กลับพบว่าเนื้อหามันน่าสนใจกว่าที่คิด สิ่งที่เราเห็น คือความกระเสือกกระสนที่จะมีชีวิตต่อ ท่ามกลางหัวใจที่แหลกสลาย พลังงานแห่งชีวิตและพลังงานแห่งความตาย มันไหลวนและต่อสู้กันอยู่ในตัวเด็กคนหนึ่ง ชอบที่เขานำเสนอจากทั้งสองมุมนี่แหละ มองเผินๆ จะเห็นเด็กมีปัญหา แต่พอดูให้ดีๆ จะเห็นจิตใจที่ไม่ยอมแพ้และพยายามที่จะมีชีวิตต่อไปให้ได้ (เพิ่มเติม…)

DEEPFILM ใน GIRAFFE

ลงสัมภาษณ์สั้นๆ ในนิตยสารยีราฟ เครือสำนักพิมพ์แซลมอน ฉบับที่ 44 เดือนสิงหาคม 2016 ปักษ์หลัง ตอบยาวกว่านี้แต่ถูกย่นย่อไปตามเนื้อที่ค่ะ เป็นนิตยสารแจกฟรี โหลดอ่านได้ที่นี่ READ GIRAFFE

Giraffe.png

หน้าปกฉบับที่ 44

Giraffe_44.png

วิเคราะห์ Alice Through (2016)

*Spoiler Alert มีเนื้อหาของเรื่อง อลิซผจญภัยมหัศจรรย์เมืองกระจก*

Alice-Hatter.jpg

Alice Through the Looking Glass เป็นหนังที่มีคำว่า “เป็นไปได้/เป็นไปไม่ได้” มากที่สุดเท่าที่เคยดูมา ประมาณเดียวกับคำว่า “attach/detach” ในเรื่อง Gravity (2013) ได้ดูเกือบสัปดาห์แล้วเพิ่งจะมีเวลาเขียน รายละเอียดลืมไปพอควร เน้นประเด็นหลักๆ ก็แล้วกัน เปิดเรื่องมาเป็นฉาก The Night Sea Journey อลิซกำลังนำเรือหนีโจรสลัดในมหาสมุทร ดูเหมือนทางรอดเดียวคือทางที่ใครๆ ก็บอกว่า “เป็นไปไม่ได้” แต่เธอก็นำเรือฝ่าเข้าโซนน้ำตื้นเพื่อหนีโจรได้สำเร็จ สิ่งที่ทำให้ “ความเป็นไปได้” มัน “เป็นไปไม่ได้” ก็คือ “ความคิดที่ว่ามันเป็นไปไม่ได้” ความคิดบางครั้งเป็นเสมือนกำแพง หรือกรงขังความเป็นไปได้ การถูกตามล่าโดยกลุ่มโจรหรือผู้ชาย ที่ใช้ความรุนแรงก้าวร้าวเข้าช่วงชิงสิ่งต่างๆ เปรียบได้กับ… (เพิ่มเติม…)

Eventเปิดตัวหนังสือเข้าใจหนังเข้าใจจิต 6/8/16

ลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ https://goo.gl/IECQvE

IMG_2933.JPG.jpeg

https://www.facebook.com/events/156355048104730/

Deepfilm ในนิตยสาร

 

สัมภาษณ์ลง นิตยสาร Starpics ปก Star Trek

No. 867 

July, 2016

Star1 .jpg

Star2 .jpg

ลงบทความเรื่อง “ฮีโร่ผู้มีแผล กับวายร้ายผู้มีปม” ในนิตยสาร Bioscope ปก Sing Street

Issue. 173

 June, 2016

Bio1.jpg

Bio2 .jpg

BFG หายักษ์ใจดีในตัวเรา

rich_bfg_header_nowplaying_gettickets_1042d90b.jpg

*Spoiler Alert มีเนื้อหาของเรื่อง BFG*  ไม่ง่ายเลยที่จะเป็นราชินีแห่งประเทศอังกฤษ ที่อาจจะต้องไปอยู่ในจินตนาการอันบรรเจิดของประชาชน อย่างฉากราชินีตด แต่ BFG ก็ไม่ใช่หนังเรื่องแรก/หนังสือเล่มแรก ที่มีการใช้ตัวละคร “ราชินีแห่งอังกฤษ” และนำเสนอแง่มุมที่ตลกร้าย หรือในมุมที่มีความเป็นมนุษย์เดินดิน ทำให้นึกถึงอีก 2 เรื่อง ได้แก่ Hysteria (2011) และ The Queen (2006) อิสระภาพที่จะเขียนของชาวอังกฤษเช่นนี้ที่ทำให้ creativity flows กรอบน้อย สร้างสรรค์เยอะ และนี่คือสิ่งที่ฉันรักเกี่ยวกับประเทศนี้ BFG ไม่ใช่หนังหวือหวา แต่ถ้าฉันมีลูกล่ะก็จะพาไปดูอย่างแน่นอน  (เพิ่มเติม…)

Crimson Peak

Screen Shot 2558-10-22 at 14.20.35

Spoiler Alert!

แทงกันซึ่งๆ หน้า คือสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อไปดูปราสาทสีเลือด เราชอบความหลอนแบบเนิบๆ ไม่ใช้เสียงตูมตามให้ตกใจเวลาผีมา คงจะเป็นผีผู้ดีสินะ นักแสดงแสดงดี สีสันและฉากสวย ส่วนแง่มุมทางจิตใจนั้นนำเสนอแบบไม่ซับซ้อน ได้แก่เรื่องจิตไร้สำนึก และมุมมองเรื่องผี ส่วนพลอตทำให้นึกถึงเรื่อง Jane Eyre + The Portrait of a Lady + Dangerous Liaisons + ผี

ลองเปรียบคฤหาสน์ Allerdale Hall ที่ตั้งอยู่บนเหมืองโคลนสีแดงเลือด กับภูเขาน้ำแข็งที่ซิกมันด์ ฟรอยด์เคยนำมาเปรียบกับจิตใจคน ส่วนที่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำเป็นส่วนที่เรียกว่าจิตสำนึก แต่ส่วนใหญ่กว่าที่อยู่ใต้น้ำก็เป็นส่วนหนึ่งของเราเช่นกันแต่เราไม่รู้ตัว เรียกรวมๆ ว่าจิตไร้สำนึก ชื่อคริมสัน พีค หรือยอดเขาสีแดง เปรียบได้กับยอดเขาของจิตใจ ที่มีนรกเลือดท่วม ทับถมอยู่ด้านล่างค่อยๆ ผุดซึมขึ้นมา คฤหาสน์หลังนั้นกำลังจะจมลงสู่ข้างใต้ เงามืดกำลังจะกลืนกินตัวตนที่เหลืออยู่ทั้งหมด ความชั่วร้ายมีมากเกินไป

Iceberg

(เพิ่มเติม…)

Song of the Sea เพลงจากทะเล เสียงจากหัวใจ

Screen Shot 2558-05-22 at 11.21.33

เครดิตภาพ: wikipedia

Spoiler Alert!

เห็นแมวน้ำในโปสเตอร์ ก็ตัดสินใจว่าได้เจอกันแน่! แล้วก็ไม่ผิดหวัง แอนิเมชันน่ารักมาก เพลงก็เพราะ และเรื่องราวก็น่าสนใจ มีเนื้อหาใหม่ ธีมสากลมาให้วิเคราะห์สนุกสนานอีกแล้ว

เซียร์ชา (Saoirse) เด็กน้อยลูกครึ่งแมวน้ำที่เกิดมาพร้อมกับการจากไปของแม่ ทำให้พี่ชาย เบน ไม่ชอบน้องตัวเอง เพราะการมีเธอเกิดมาหมายถึงการที่แม่จากไป และพ่อก็กลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก

เซียร์ชา 6 ขวบแล้วแต่ยังพูดไม่ได้ ในวันเกิดของเธอ เธอเป่าเปลือกหอยที่แม่ให้เบนไว้เป็นของขวัญ เมื่อเป่าจะมีเสียงและมีแสงเหมือนหิ่งห้อยหลายดวงลอยมา แสงนั่นนำเธอไปยังหีบเก็บเสื้อคลุมที่เธอสวมแล้วกลายร่างเป็นแมวน้ำในทะเลได้  พออยู่ในเสื้อคลุม เธอส่งเสียงได้แล้ว (เพิ่มเติม…)

วิเคราะห์เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Kaguya-hime

Screen Shot 2558-01-04 at 11.30.26

Spoiler Alert!

[แล้วพบกับบทวิเคราะห์เจ้าหญิงคางุยะแบบจัดเต็ม ในหนังสือ “เข้าใจจิบลิ”

2017 ตุลาคมนี้ ]

“Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me, I will return to you

ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ”

พอได้ยินว่านี่จะเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของสตูดิโอจิบลิก็ใจหายวูบ (มีคนบอกว่ายังไม่ใช่เรื่องสุดท้าย และ Ghibli ยังไม่ปิดถาวร แต่หยุดพักเพื่อ Restructuring อนาคตยัง unknown 6/1/15) จะไม่มีอีกแล้วจริงๆ เหรอ! เศร้าอีกแล้ว แต่ก็หวังว่าคงจะมีผลงานดีๆ จากคนเจ๋งๆ หน้าใหม่แจ้งเกิดในวงการ สำหรับตำนานเรื่องเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ ดูจบรู้สึกงงๆ ผ่านมาสักพักใหญ่ๆ ก็มีไอเดียแว่บเข้ามา ชวนให้นึกถึง Aurora เจ้าหญิงนิทรา จากเรื่อง Maleficent รู้สึกว่ามีธีมบางอย่างที่สะท้อนกันอยู่ เลยลองเขียนวิเคราะห์ดู อารมณ์เขียนไปวิเคราะห์ไปไหลไปตามเนื้อเรื่อง

เฉกเช่นเดียวกับตำนาน นิทาน ต่างๆ สิ่งล้ำค่ามักถูกพบเจอในป่าลึก magical forest, dark forest หรือในเรื่องนี้คือป่าไผ่ ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจิตไร้สำนึก (unconscious) การเจอเทพในป่า เจอขุมทรัพย์ในป่า จะพบเห็นได้ในตำนาน นิทานทั่วโลก มันจริงทั้งคู่ ไม่ว่าจะเป็นป่าจริงๆ หรือป่าแห่งจิตใจ ซึ่งขุมทรัพย์หรือเทพ ก็คือด้านดีๆ ที่อยู่ในใจมนุษย์ ไม้ไผ่เป็นพืชมหัศจรรย์ โตไว โดนตัดไปแต่ไม่นานก็แทงหน่อไม้ขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็ว ไผ่มีความยืดหยุ่นสูง มีประโยชน์ ใช้เป็นอาหาร สร้างบ้าน และข้าวของเครื่องใช้ เป็นธรรมชาติที่ให้คุณประโยชน์มากมาย  จึงคิดว่า ไผ่ น่าจะเป็นสัญลักษณ์ของการเติบโต ทั้งทางกายและทางใจ นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ‘resilience’ ที่ไม่ว่าจะเผชิญปัญหา หรือความยากลำบากใดๆ ถึงจะล้มก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ ไม่ย่อท้อ ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของจิตใจ

เปิดเรื่องด้วยคุณตาแก่ๆ ไม่มีลูก แต่ทำงานขยันขันแข็ง อดทน ตัดไผ่หาเลี้ยงชีพ คุณตาเองก็มีความเป็นไผ่อยู่เช่นกัน จนวันหนึ่งก็ได้เห็นแสงสว่างจากกระบอกไม้ไผ่ แล้วเจอเด็กตัวจิ๋วน่ารัก คือเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ คางุยะ (Kaguya) การเกิดที่ผิดธรรมดานี้ บอกว่าเธอเป็นเทพ เป็นเด็กมหัศจรรย์ (divine child) ไม่ใช่มนุษย์สามัญทั่วไป

ทำไมเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่จึงมาปรากฎ  คนโดยทั่วๆ ไป เมื่ออายุมากขึ้น มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่ม maturity ก็ควรจะเพิ่มขึ้นตาม หมายความว่า ควรจะมีการเติบโตทางจิตอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้านดีๆ wisdom ภายใน ก็จะปรากฎ ในกรณีนี้ เป็นด้าน feminine ที่เป็นแสงสว่างที่งดงามมาก นำพาความรัก ความสุข ชีวิต ความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภมาให้ เรื่อง fertility นี้ ดูจากที่พอคุณยายได้อุ้มเจ้าหญิง แล้วอยู่ๆ ก็มีน้ำนมซะงั้น และดอกไม้ใบหญ้าก็อุดมสมบูรณ์มาก คุณสมบัติหลายข้อของเจ้าหญิง Kaguya ทำให้นึกถึง Aurora หรือเจ้าหญิงนิทราผู้เป็นแสงสว่าง

ความรักของสองตายาย ทำให้เจ้าหนูกระบอกไม้ไผ่ เติบโตรวดเร็วนัก การให้ความสนใจ ให้พลังงานแก่ด้านดีๆ ภายใน (archetypal images) มันก็จะเติบโต แข็งแรง และนำพา potential ศักยภาพ และสิ่งดีๆ ในเรา ให้เจิดจรัสออกมาด้วย

เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ มีเพื่อนเล่นมากมาย สนุกสนาน มีอิสระ มีความสุข เติบโต แข็งแรง เธอค่อยๆ เรียนรู้ความหมายของชีวิต ผ่านประสบการณ์ชีวิตต่างๆ เรียนรู้อารมณ์ความรู้สึก ซึ่งเราจะขอเรียกว่าเป็นการ humanification ทำให้เป็นมนุษย์ ขณะที่เธอร้องเพลงเล่นกับเพื่อนๆ เธอจดจำเนื้อเพลงที่ลืมเลือนไป “Birds, bugs, beasts, grass, trees, flowers teach me how to feel. If I hear that you pine for me. I will return to you ธรรมชาติสอนฉันว่าควรรู้สึกอย่างไร ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ” ร้องจบแล้วก็ร้องไห้ ออกแนว melancholy เหมือนคีย์ของเพลงที่เธอร้อง ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ‘longing’ โหยหาถึงบางสิ่งบางอย่าง มันเป็นเพลงจากอีกภพหนึ่ง ถ้าเธอเพรียกหาฉัน ฉันจะกลับมาหาเธอ เธอรอคอยวันที่จิตสำนึกของเราจะระลึกถึงเธอจากอีกฟากของจิตใจ รอให้ถูกพบ ถูกรัก และทำให้เธอมีตัวตนจริงๆ ขึ้นมา เจ้าหญิงน้อยได้ระลึกถึงตัวตนของเธอ เธอจดจำความรู้สึกที่หายไป เกิดการเชื่อมโยงสองโลกสองภพ (จิตสำนึก และ จิตไร้สำนึก) ผ่านหนูน้อยคนนี้ ณ เสี้ยววินาทีนั้น การที่เธอได้ออกมาอยู่บนโลกนี้ (โลกแห่งจิตสำนึก) และมีความรู้สึก ทำให้เธอมีความ “เป็นจริง มีตัวตน” ไม่ใช่แค่ a feelingless element in the unconscious หรือเป็นเพียงด้านหนึ่งในจิตใจ ที่ไร้ความรู้สึกใดๆ บทเพลงนั้นกล่าวถึงธรรมชาติและสรรพสิ่ง และวัฏจักรชีวิต ที่หมุนวนเป็นสัจธรรม อาจจะมองว่าเป็นชาติที่แล้ว หรือ pattern ของพฤติกรรม/เรื่องราวที่เกิดซ้ำๆ ในจิตมนุษย์ ที่วนกลับเข้ามาอีกครั้ง เหมือนคลื่นกระทบฝั่ง

หลังจากฉากนี้ คุณตาก็เจอทองคำในไผ่ ด้านเทพในจิตได้เติบโต และเชื่อมโยงภายนอกและภายในเข้าด้วยกันแล้ว เธอมีความรู้สึก เธอมีความทรงจำ  การที่ตายายให้ความรักความเอาใจใส่ต่อด้าน feminine ผู้เป็นแสงสว่างนี้ นำมาซึ่งโชคลาภ ทองอาจหมายถึงทองคำจริงๆ หรืออาจหมายถึง ศักยภาพใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ บุคลิกภาพด้านดีอื่นๆ ที่เคยแฝงเร้นแต่บัดนี้ได้ฉายแสงปรากฎออกมาแล้ว แต่หลังจากพบทอง คุณตากลับอุบเงียบไม่บอกคุณยาย คุณตาเปลี่ยนไป

ฉากเด็ดต่อมาคือ เจ้าหญิงน้อยอยากกินผลแตงเลยไปขโมยมา พี่ซูเตมารุ ที่ตอนแรกก็ห้ามปรามแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวตัดผลแตงมาแอบกินกันสองคนใต้พุ่มไม้เอร็ดอร่อย ฉากนี้นึกถึง Adam กับ Eve ที่ถูกงูล่อลวงให้กินแอปเปิล ซึ่งก็หมายถึงการมีเซ็กซ์ ไม่ต่างกัน เด็กสองคนอดใจต่อสิ่งยั่วยวนไม่ไหว ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควร ถ้าจะมองแบบใสๆ ก็คือ ความรักได้เกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้แล้ว ถ้าจะมองแบบเถื่อนๆ ก็คือการมีเพศสัมพันธ์ ด้าน feminine กับด้าน masculine ได้สานสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ซึ่งหลังจากนั้น คุณตาก็เจอผ้าพวยพุ่งขึ้นมาจากต้นไผ่

Screen Shot 2558-01-04 at 11.30.12

ผ้าคือการทอสานเส้นใย กลายเป็นเครื่องนุ่งห่ม ไว้สวมใส่ห่อหุ้มร่างกายให้อบอุ่นและสวยงาม สายใยสัมพันธ์ที่ทอออกมาเป็นผ้าสวยๆ หลากสีสันพุ่งขึ้นมาจากลำไผ่ คือความรักความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง หรือด้านทั้งสองนั้น เรามักจะทอผ้าใหม่สำหรับใช้ในงานมงคลต่างๆ การมีความรัก ก็เป็นเรื่องมงคล ผ้าจึงอาจหมายถึงความเป็นสาว การหมั้นหมาย และการแต่งงานด้วย หรือมองอีกแง่ พัฒนาการทางจิตใจก้าวขึ้นมาอีกขั้นแล้ว

แต่ตาแก่เข้าใจผิด เห็นทอง เห็นผ้า เลย “คิด” จะสร้างคฤหาสอลังการและทำให้เด็กน้อยกระบอกไม้ไผ่เป็นเจ้าหญิงจริงๆ ทั้งหมดเป็นความคิดทั้งนั้น ถามความรู้สึกของเจ้าหญิง กับภรรยาตัวเองหรือก็ไม่ จริงๆ แล้วเป็นเขาที่อยากมีหน้ามีตา อาศัยในเมืองหลวง ไม่ต้องทำงานตัดไผ่อีกต่อไปแล้ว เจ้าหญิงถูกบังคับให้ย้ายเข้ามาอยู่ในเมือง ฝึกมารยาทผู้ดี เพื่อหมายจะจับชนชั้นสูงที่ร่ำรวย ได้รับการตั้งชื่อให้เป็นเจ้าหญิง คางุยะ Kaguya ซึ่งหมายถึงแสงที่ส่องประกาย (shining light) แต่เธอกลับต้องกลายเป็นนกที่ถูกขัง เป็นเพียงแสงริบหรี่ในตะเกียง ไม่มีความสุข ความโลภ กักขัง ริดรอนอิสระภาพของแสงและความรัก ทั้งๆ ที่มีสิ่งดีเลิศและล้ำค่าอยู่ในมือแท้ๆ (เหมือนภาพในโปสเตอร์) ยังคิดแต่จะไปไขว่คว้าหาวัตถุนอกกายมา ด้วยหลงคิดว่าคือสิ่งมีค่าและความสุข อยากได้ปราสาท อยากเป็นเจ้า ซึ่งเนื้อหาช่วงนี้ ทำให้นึกถึงเรื่อง Maleficent (เจ้าหญิงนิทรา) ที่ Stephan ตัดปีกของ Maleficent เพื่อจะได้ครองเมืองเป็นพระราชา ความโลภของด้าน masculine ทำลายความรัก ริดรอนอิสรภาพ และความภาคภูมิใจของด้าน feminine เนื้อเรื่องต่างกัน วัฒนธรรมและศาสนาต่างกัน แต่ธีมไม่ต่างกันเลย

Kaguya เสียใจมากที่ถูกทำให้รู้สึกว่า เป็นของไม่จริง ไม่เป็นที่ยอมรับจากแขกที่มางานเลี้ยงฉลองชื่อใหม่ของเธอ เป็น ‘ความคิดชั่วๆ ของด้าน masculine’ ที่ทำร้ายเธอ ที่คิดว่าเธอไม่จริง หรือในอีกแง่คือ คิดว่าเธอไม่มีอยู่จริง ไม่ดีจริง การถูกปฏิเสธตัวตนทำให้เธอเจ็บปวดมาก ไม่มีความสุขและถอดจิตหวนคืนสู่บ้านป่า หรือจิตไร้สำนึก (unconscious) แต่ความอุดมสมบูรณ์ของป่า และความรักวัยเด็กของเธอจากไปหมดแล้ว ที่ที่ไม่มีเธอก็ไม่มีความอุดมสมบูรณ์ ในเนื้อหายังสอดแทรกประเด็นสิ่งแวดล้อมเอาไว้ด้วย เรื่องการตัดไม้เร่ร่อน แต่สุดท้าย ถ้าให้เวลามากพอ ธรรมชาติก็จะฟื้นฟูกลับสู่สมดุลได้อีกครั้ง

เธอได้พบเจอกับพี่ซูเตมารุโดยบังเอิญ แต่เจ็บปวดใจมากที่เป็นต้นเหตุให้เขาถูกซ้อม แต่เพราะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะได้คบกัน เธอเสียใจอย่างที่สุด จนมาถึงจุดอิ่มตัวของความอดทน เมื่อจักรพรรดิ์อยากครอบครองเธอ จนเธอวูบหายไป เธอจำตัวเองได้แล้ว เธอคือแสงจริงๆ เป็นเจ้าหญิงจากดวงจันทร์ ดินแดนแห่งความฝัน หรือในแง่จิตวิทยา เธอเป็นหนึ่งใน archetypal images, Anima จากดินแดนแห่งจิตไร้สำนึกร่วมของมวลมนุษยชาติ (collective unconscious) เธอไม่มีความสุขและไม่ต้องการจะอยู่ที่นี่อีกต่อไป ขอกลับคืนสู่ดวงจันทร์ ดินแดนอันเป็นนิรันดร์

ตอนที่เทวดาจากดวงจันทร์มารับเจ้าหญิง พวกเขาเสกให้เหล่านางกำนัล ทหารยามต่างๆ รวมถึงสองตายาย หลับไหล  นึกถึงฉากที่ Maleficent พาเจ้าชายเข้าไปช่วย Aurora ที่หลับไหลในปราสาท เจ้าชายถูกเสกให้หลับขณะผ่านขวากหนามเข้าไปหาเจ้าหญิง การจะได้พบ ได้สื่อสารกับด้านเทพๆ ด้านลึกๆ ในจิตใจ มักจะทำขณะที่หลับฝันอยู่ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ จะมาปรากฎในความฝันนั่นเอง แต่ในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนมากนัก

เมื่อเจ้าหญิง Kaguya สวมมงกุฎ และเสื้อคลุม จะลืมเลือนเรื่องราวบนโลกมนุษย์ และกลับไปยังดวงจันทร์ แต่เธอมองย้อนกลับมา ร้องไห้ เธอยังลืมไม่หมด เธอเสียใจ เรื่องราววนย้อนกลับมาที่เดิม เหมือนในความทรงจำอันลางเลือนเก่าก่อน ความรักที่ไม่สมหวังและการอาลัยอาวรณ์ ความพยายามจะ unite สองด้าน (femininity & masculinity, Anima & Animus, Kaguya & Sutemaru) เข้าด้วยกัน ไม่สำเร็จ เพราะ “ความโลภ ความมักใหญ่ใฝ่สูง และเพราะความคิด” ของคุณตา เจ้าหญิงจึงไม่สามารถดำรงอยู่ในโลกมนุษย์ได้จริงๆ ตัวตนที่สูงส่งไม่สามารถถูกแสดงออกมาได้ ความโลภสกัดดาวรุ่ง เหลือไว้เพียงความแก่ชรา ความเหงา และความเศร้าเสียใจ

เรื่องราวเช่นนี้จะวนเวียนปรากฎในจิตใจมนุษย์ ทุกยุค ทุกสมัย เป็นวัฏจักรชีวิต น้อยคนนักที่จะทำสำเร็จ และปล่อย aura ให้เรืองรองผ่องใสในชีวิตจริง แต่หากจะมีซัก 1 ในล้านคนที่ทำได้ แสงนั้นก็เพียงพอจะช่วยส่องนำทางให้กับผู้คนที่สิ้นหวัง และหลงทาง ฉันจะรอพบกับเธอ Kaguya (Aurora).

[แล้วพบกับบทวิเคราะห์เจ้าหญิงคางุยะแบบจัดเต็ม ในหนังสือ “เข้าใจจิบลิ”

2017 ตุลาคมนี้ ]

 

Connect with Deepfilm: https://www.facebook.com/blackwhitebooks/

 

อ่าน Maleficent 

Photo credit: http://www.rottentomatoes.com/m/the_tale_of_the_princess_kaguya/pictures/movie-124003/

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

วิเคราะห์ The Hobbit: The Battle of the Five Armies

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Screen Shot 2557-12-19 at 20.45.55

วิเคราะห์ Hobbit สงคราม 5 ทับ Spoiler Alert!

18/12/14

The Hobbit ภาคนี้ไม่ผิดหวัง สนุกมากตั้งแต่เปิดเรื่อง ดารามาเยอะแบบจัดเต็มทิ้งทวน และก็รู้สึกใจหาย ว่าปีหน้าจะไม่มีหนังให้ตั้งตารอดูแล้ว Deepfilm จะวิเคราะห์เฉพาะตัวละครและประเด็นที่อยากจะวิเคราะห์ดังนี้ Bard the Dragon slayer, Galadriel, 5 armies, Thranduil, Kili-Tauriel, Thorin, และ Alfrid Lickspittle

Dragon Slayer มนุษย์ผู้ละความโลภได้ ด้วยความแน่วแน่ดุจศรดำของเขา และที่สำคัญคือหัวใจที่มีความรักและความหวัง (ลูกชาย) ทำให้ฆ่ามังกรจอมโลภได้ มังกรสม็อกถูกยิงตกลงไปทับเจ้าเมืองจอมโลภตายพร้อมกันเลย

Galadriel เป็นด้าน  feminine ที่งดงาม มีเมตตา และมีพลังมาก ในยามที่ Gandalf คับขัน เธอมาช่วย พาพวกมาด้วย แต่ด้านสว่างมาอยู่ในถิ่นของด้านมืด จะอ่อนแรง เพราะมันสูบพลังชีวิตของเธอ ถ้าอยู่นานเธออาจจะตาย เธอได้เอ่ยคำพูดตอนขับไล่จอมมารมืด ประมาณว่า “เจ้าปีศาจ ไร้นาม ไร้หน้า ไร้ตัวตน จงกลับไปสู่ความมืดซะ” เธอรู้จักคุณลักษณะของด้านมืดเป็นอย่างดี มันคือความว่างเปล่าที่มืดมน เธอใช้แสงสว่างของน้ำในผลึกแก้วที่เหมือนดวงดาวนำทางในยามราตรี เปรียบดังแสงแห่งจิตสำนึกที่ส่องสกาวในความมืด ช่วยไม่ให้หลงทาง และขับไล่ความมืดและความชั่วร้ายได้

5 armies, 5 symbols: 

คนแคระ: ความโลภ และบ้าคลั่ง

เอลฟ์ป่า: ความหยิ่งยะโส เกียรติยศ ศักดิ์ศรี

มนุษย์: ความอยู่รอด

ปีศาจ: ความชั่วร้าย

พ่อมด: คุณธรรม ปัญญา ความสมดุล ธรรมชาติ

Thranduil กษัตริย์เอฟป่ารูปงามผู้หยิ่งยโส เย็นชา แต่จริงๆ ไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เพราะไม่สามารถยอมรับกับความสูญเสียล้มตายได้อีก ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการสูญเสียราชินีด้วยเพลี่ยงพล้ำให้กับด้านมืด ตัวเขาเองก็เคยโดนไฟแห่งความโลภแผดเผามาก่อน ด้วยความกลัวและความเสียใจ จึงพยายามหลีกเลี่ยงไม่ออกหน้าสู้กับพวกปีศาจ แต่ที่ประหลาดคือ กลับยกทัพมาสู้กับคนแคระเพื่อทวงเพชรของตระกูลซึ่งเป็นเกียรติยศศักดิ์ศรี ตัวละครตัวนี้ทำให้นึกถึง เบียคุยะ ใน การ์ตูนญี่ปุ่น Bleach ท่านชายผู้สูงศักดิ์ หล่อ เนี้ยบ หยิ่ง ที่ต้องเสียภรรยาไปเช่นกัน  ชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อต่อสู้รักษากียรติยศศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล เพราะคลั่งเกียรติยศศักดิ์ศรีมากเกินไป ด้าน feminine จึงได้ตายจากไป และเพราะด้าน feminine จากไปจึงเหลืออยู่แค่เพียงเกียรติยศให้ยึดถือ

ทำไม Kili ต้องตาย เพราะความรักมันไม่มีเหตุผล และมันก็ไม่สมหวังเสมอไป มันอาจทำให้เรามีความสุข และอาจจะทำให้เราเป็นทุกข์ แต่ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ความรัก (Tauriel) จะยังคงอยู่ต่อไป (ลองฟัง Andrew Lloyd Webber’s Love never dies)

Thorin กษัตริย์คนแคระแห่งเทือกเขา เอเรบอร์ ที่ตกอยู่ภายใต้การครอบงำของความโลภ สิ่งที่ตามมา คือความระแวง และความบ้าคลั่ง มีเพียงมิตรแท้ที่คอยเตือนสติ กับความเข้มแข็งของจิตใจ จึงสามารถต่อสู้กับความโลภได้  ด้วยความละอายใจและอยากจะไถ่โทษกู้เกียรติคืนมา จึงสู้ตายกับความชั่วร้าย Azog คู่ปรับเก่า แต่ว่าด้านชั่วร้ายแข็งแกร่งมาก ความเย็นชาของน้ำแข็งไม่สามารถฆ่าปีศาจไร้หัวใจได้ ทางเดียวที่จะปราบมันได้ คือ ยอมละตัวตน Thorin จึงยอมสละชีวิตตัวเอง เพราะตระกูลของเขาหลงมัวเมาในความโลภ จึงต้องสิ้นวงศ์ สิ้นอนาคต แม้แต่หลานชาย Fili และ Kili ซึ่งก็คือทายาทของเขา ต้องมาตายตามกันไปหมด เหลือแต่คนแคระแก่ๆ และที่น่าสังเกตคือในบรรดาคนแคระ ไม่มีคนแคระผู้หญิงอยู่เลย มีแต่ด้าน masculine ไม่มีด้าน feminine ไม่สมดุล

มีตัวละครที่น่าสนใจอีกตัวคือ Alfrid Lickspittle ซึ่งอัปลักษณ์ คอยเอาแต่ประจบสอพลอ เอาความดีความชอบ ไม่ทำงาน ขี้ขลาด เจ้านี่คล้ายๆ กับ Grima Wormtongue ที่ปรึกษาของกษัตริย์ Theoden of Rohan ใน Lord of the Rings แคแรกเตอร์มนุษย์แบบนี้ ก็มีผุดมาให้เห็นได้ตลอดในชีวิตจริง คนนึงก็เลียจนน้ำลายหกท่วม อีกคนก็ลิ้นหนอนบ่อนไส้ เป็นพาราไซต์คอยมาเกาะผู้นำหรือคนใหญ่คนโต ให้ระมัดระวังเอาไว้

ตัวละครแต่ละตัว สัญลักษณ์แต่ละด้าน สะท้อนบุคลิกภาพที่อาจพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เราล้วนมีด้านต่างๆ เหล่านี้ในจิตใจ เพียงแต่เป็นด้านไหนที่โดดเด่นและแสดงออกมากกว่ากัน  ส่วนด้านอื่นๆ ที่มีอยู่ รอโอกาสที่จะสำแดงออกมาเมื่อถูกกระตุ้น ทั้งความดี ความชั่ว ความโลภ ความรัก เรามีอย่างเท่าเทียม ไม่มีใครวิเศษกว่าใคร  ดูอย่าง Bilbo สิ เขารักเพื่อน กล้าหาญ มีน้ำใจ ไม่โลภเพชรทอง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังขโมยแหวนแห่งอำนาจมาจากกอลลัม หรือแม้แต่ Thorin ผู้กล้าหาญ ก็ยังถูกความโลภครอบงำได้ ไม่มีใครที่จะดีสมบูรณ์แบบ แต่อยากจะเป็นคนแบบไหน เรามีอำนาจที่จะเลือกเอง

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Photo credit: http://www.majorcineplex.com/movie/the-hobbit-the-battle-of-the-five-armies/

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Dracula Untold: All You Need is Love

119825_gal

Spoiler Alert!

ถ้าดู Dracula เวอร์ชันนี้ แล้วดูเวอร์ชันของ Bram Stoker ที่ Winona Ryder เล่นเป็น Mina แถมยังมี Keanu Reeves ตอนใสๆ ร่วมแสดงด้วย เรื่องราวก็จะวนครบลูปพอดี ดูท่าเรื่องนี้จะมีภาค 2 ต่อ น่าแปลกที่แวมไพร์ มักถูกจับมาเป็นตัวเอกในหนังรักโรแมนติก ไม่ว่าจะ Dracula หรือ Vampire Twilight  ถ้าเป็นอย่างนั้น แสดงว่า การเป็นแวมไพร์มันต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับความรัก จะเกี่ยวกันอย่างไร มาดูกัน

การเป็นแวมไพร์คืออะไร แวมไพร์จะมีความสามารถเหนือมนุษย์ แปลงร่างเป็นค้างคาวได้ กลายเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ ดุร้าย พลังมาก ความเป็นมนุษย์และจิตสำนึกแบบมนุษย์ตายไป ความเป็นสัตว์ และความชั่วร้ายเข้ามาแทนที่ (พูดถึงแวมไพร์ทั่วๆ ไป) แต่ Dracula เวอร์ชันนี้ ยังมีสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง รู้จักรักลูกรักเมีย

เพราะความดุร้าย และต้องการพลังอำนาจ ต้องการชนะสงคราม จนยอมสูญเสียความเป็นมนุษย์ จึงเป็นเหตุให้ ภรรยาต้องตาย ด้าน masculine แรงเกิน กร้าวเกิน ด้าน feminine ที่เต็มไปด้วยความรัก ความอ่อนโยน อ่อนพลัง และตาย และดังนั้น เขาจึงต้องกลายเป็นปีศาจ ดื่มกินเลือดมนุษย์ กินเลือดภรรยาตนเอง เขาคือคนที่ฆ่าเธอเอง แลกกับพลังอำนาจ ที่คิดว่าจะใช้เพื่อปกป้อง เพื่อช่วยเด็กคนเดียว เพราะเด็กคนนี้คือ ความหวัง

ทำไมต้องดื่มเลือด เพราะเลือดคือพลังชีวิต แวมไพร์ไร้ความเป็นมนุษย์ เป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ มีแต่ร่างไร้วิญญาณ จะอยู่เป็นอมตะได้จึงต้องดื่มพลังชีวิตจากมนุษย์คนอื่นๆ เหมือนค้างคาวดูดเลือด สัตว์ที่อยู่อาศัยในที่มืด และดูดกินเลือดจากสัตว์อื่นประทังชีวิต ดังนั้นแวมไพร์ ก็อาจเปรียบได้กับ ด้านที่เป็นปีศาจที่ซ่อนแอบอยู่ในมุมมืดของจิตใจมนุษย์ ด้านที่มีพลังมาก แต่ชั่วร้าย ไร้หัวใจ ไร้ปราณี และคอยดูดกินพลังชีวิตด้านบวกจากมนุษย์ หรือจากด้าน positive อื่นๆ ในจิตใจของเรา และมักโผล่มาในฝัน เป็นแวมไพร์หล่อๆ หรือเอ็กซ์ๆ ยั่วยวนน่าหลงไหล มันก็คือส่วนหนึ่งของเราที่ยังไม่ได้รับการเข้าใจมากพอ

เวลาโดนแสง แวมไพร์จะไหม้ และตาย เพราะมันกลัวแสงสว่างแห่งจิตใจ หรือจิตสำนึก ที่เจิดจ้าและร้อนแรงดุจแสงตะวัน

Screen Shot 2557-10-29 at 16.30.37

เงิน (silver) เป็นโลหะสูงค่า แต่เงินต่างจากทอง ทองอาจแพงกว่า แต่ว่าจะให้ความรู้สึก ร้อนแรง ในขณะที่เงินนั้นจะให้แสงนวลเย็นกว่า อ่อนโยน subtle กว่า จึงมักเปรียบเงินกับแสงจันทร์ เปรียบกับความอ่อนโยน นุ่มนวล เมตตา หรือเป็นสัญลักษณ์ของ femininity ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดี ที่มีได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย การที่พระเอกกลายเป็นแวมไพร์เต็มตัว เพราะเมียตาย ก็หมายถึงด้าน ที่เป็นตัวแทน femininity ความรัก ความเมตตา ความอ่อนโยน ความรู้สึก ได้ตายจากไป จึงต้องกลายเป็นปีศาจนั่นเอง และเมื่อใดก็ตามที่ถูกอาวุธที่ทำจากเงิน หรือสัมผัสโดนเงิน ก็จะไหม้ เจ็บปวด และตายได้ เพราะเงิน สัญลักษณ์ของ femininity เป็นสิ่งที่แวมไพร์ไม่มี และจริงๆ แล้วโหยหาเป็นอย่างมาก แวมไพร์จึงแพ้เงิน โดนเงินแล้วตายได้ เพราะเงินทำให้ความรู้สึกกลับมาอีกครั้ง มันง่ายกว่ามากที่จะฆ่าคน ทำเรื่องชั่วๆ ถ้าไม่มีความรู้สึก แต่เมื่อใดก็ตามที่ “รู้สึก” ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิด ฯลฯ ก็จะประดังเข้ามา และยากที่จะทานทน  การฆ่าแวมไพร์ให้ตายด้วยอาวุธที่ทำจากเงิน หรือการตอกหัวใจ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแวมไพร์ ก็น่าจะเป็นเรื่องดีที่จะขจัดด้านชั่วร้ายออกไป แต่มันก็จะมีตัวใหม่ผุดมาเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น ดังนั้นจะดีกว่าหากจะสามารถเรียกคืน femininity กลับเข้ามาเป็นหนึ่งเดียวกันได้ เรียกคืน ความรู้สึก ความเมตตา ความรัก ความห่วงใย กลับเข้ามา ดังนั้น เขาจึงรอคอยจะพบเธออีกครั้ง ไม่ว่า Vlad ในเรื่อง Dracula หรือ Edward ในเรื่อง Vampire Twilight ต่างก็รอคอย และโหยหาความรัก ความรู้สึก จากมนุษย์ผู้หญิงทั้งคู่

ถ้า Dracula เป็นด้านมืด ในจิตใจของเรา โหด ดุ ต้องการเอาชนะศัตรู at all cost ทำเรื่องไม่ดีได้โดยไม่แคร์ คุณคิดว่า บางครั้งบางคราวในชีวิตของคุณ เคยมี Dracula โผล่ออกมาบ้างหรือเปล่า? จะยอมให้มันดูดพลังชีวิตของคุณต่อไป จะดีเหรอ? แต่จะแกร่งแค่ไหน Dracula ก็พ่ายแพ้ต่อความรักนะ เพราะความรัก รักษาได้ทุกโรค ฉันขอสรุปไว้ตรงนี้เลยว่า ที่คนมันบ้า คนมีปัญหา ที่สังคมวุ่นวาย โลกปั่นป่วน เพราะโลกนี้มีความรักไม่มากพอ มนุษย์ขาดความรัก ความรักจากพ่อแม่ ครอบครัว ความรักจากเพื่อน ความรักจากเพศตรงข้าม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักตัวเองอย่างที่เป็น ถ้าไม่สามารถเรียนรู้ที่จะรักตัวเองได้ คุณก็ได้สร้างปีศาจเอาไว้ในใจ รอจังหวะที่จะโผล่ออกมา และยากที่จะรู้เท่าทันตัวเองด้วย อ่ะนะ..Dracula ทั้งหลาย สิ่งเดียวที่คุณต้องการ คือความรัก All You Need is Love!

Photo credit: http://www.rottentomatoes.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.