กระเป๋าแบรนด์เนม

อยู่อย่างไรในยุคที่ปมด้อยถูกกระตุ้นตลอดเวลา

envy.jpg

นี่จะเป็นโพสท์แรกที่เขียนบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาโดยไม่ได้สื่อสารผ่านภาพยนตร์ และเนื้อหาที่กำลังจะเขียนนี้ มันกระทบด้านมืดในใจคนแบบเต็มๆ รู้..แต่ก็เลือกที่จะเขียน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีแต่ด้านมืด หลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความรู้สึกด้อยในสังคมร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต่างก็มีปมด้อยกันทั้งนั้น และไม่มีใครชอบความรู้สึกที่ว่า ตัวเองด้อยกว่า หรือมีน้อยกว่าคนอื่น แต่สิ่งรอบตัวที่แต่ละคนเห็น ทั้งตามห้างร้าน ที่ทำงาน ตามเฟซบุ๊ค มันกระตุ้นปมด้อยอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราเองอาจไม่ทันรู้ตัว 

หากมองไปแล้วเห็นคนใช้ของแพงกว่า เช่น กระเป๋า มือถือ คอมพิวเตอร์ รถ บ้าน เห็นคนไปเที่ยวเมืองนอกบ่อยกว่า เห็นเขามีการศึกษาที่สูงกว่า เห็นเขามีลูกที่ดูเก่งกว่า เห็นเขามียอดไลค์เยอะกว่า เขาดูดีมีสไตล์กว่า เขาดูมีความคิดจิตใจเจริญกว่า เห็นเขามีคนรัก เห็นเขาทำในสิ่งที่เราก็อยากแต่ทำไม่ได้ ฯลฯ เราอาจมีเหตุผลมาปกป้องความรู้สึกตัวเองมากมาย แต่ความรู้สึกดิบแท้ข้างในมันไม่มีความสุขหรอก ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น (เปรียบเทียบอัตโนมัติ) แล้วรู้สึกแพ้ แต่ที่ทำให้มันแย่หนักเพราะเกิดขึ้นถี่จนเกินไป เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ เราจ้องมันทั้งโลกในจอและโลกนอกจอ มันย่อมมีคนที่เขามีอะไรมากกว่า เหนือกว่าเราเสมอ ปัญหาคือ คนไม่ conscious about it ไม่รู้ตัวว่ามันเกิดอะไรขึ้นในจิตใจ แต่หงุดหงิด ไม่ Happy และคนที่เป็นหนักก็จะเริ่มพูดจาจิกกัดคนที่เขาอิจฉา เลยเถิดมาระรานแม้กระทั่งคนไม่รู้จักกันที่นั่งข้างๆ ตามร้านอาหาร ตามร้านกาแฟ ที่ดันมีบางสิ่ง (ที่คนระราน) ไม่มี หรือมีน้อยกว่า เท่าที่สังเกตอาการแบบนี้เริ่มระบาดหนักในประเทศไทยมาได้ 2-3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้าไม่เป็นแบบนี้นะ สงบสุข ในขณะเดียวกันช่วง 2-3 ปีนี้ เห็นคนไทยถือกระเป๋าแบรนด์เนมหนาตาที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ มีความเชื่อมโยงเรื่อง วัตถุ-กระตุ้น-ความรู้สึกด้อย

  ใครอยากใช้อะไรก็ใช้ไป มันเป็นเรื่องของเขา แต่คนที่ทุนน้อย หรือมีความจำเป็นทางการเงินที่สำคัญกว่า เช่น ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงลูก ถ้าไม่อยากได้ก็จะเฉยๆ แต่ถ้าอยากได้ แต่ซื้อไม่ได้ มันเจ็บปวด  อยากมี แต่ไม่มี ทำใจไม่ได้ มันทุกข์ บรรทัดที่กำลังจะตามมา เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเชื่อมโยงคุณค่าที่ผิดเพี้ยน (แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ คนไม่เป็นก็มีเยอะ)……. (more…)