psychology

ฮีโร่ผู้มีแผลกับวายร้ายผู้มีปม Wounded Heroes & Inferior Villains

ปรับเนื้อหาจากบทความที่เขียนลง Bioscope ปีที่แล้ว ย้ำกันอีกครั้งกับธีมฮีโร่ก่อนดู Star Wars: the Last Jedi และใน Bioscope ฉบับ Geek Issue! ที่กำลังจะวางแผงเดือน ธ.ค.นี้ พบกับบทความ ‘จิบลิ’ ใหม่ที่ Deepfilm เขียนไม่ซ้ำกับในหนังสือ

Spoiler Alert พูดถึง Luke และ Darth Vader, และยอดมนุษย์โดยทั่วๆ ไป

Luke_Anakin.jpg

Luke vs Anakin (Darth Vader)

(เพิ่มเติม…)

การเดินทางของกบ A Journey of a Frog

กำลังนึกถึงเนื้อหาตอนหนึ่งที่เขียนในบทวิเคราะห์เรื่องเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Princess Kaguya (เขียนในเวอร์ชันหนังสือ) เลยลองทำภาพสนุกๆ ขึ้นมาดู ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากร้านหนังสือ ก็องดิด Candide Book

Happy_Frog (เพิ่มเติม…)

ลูซิดดรีม Lucid Dream รู้สึกตัวว่ากำลังฝัน ควบคุมฝันได้

Princess-of-the-North

หากคุณรู้ตัวว่ากำลังนอนหลับฝันอยู่ แต่ก็มีความนึกคิด สามารถพูดหรือแสดงท่าทางโต้ตอบกับสิ่งต่างๆ ในฝัน สามารถควบคุม เปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างในฝัน เลือกได้ว่าจะเดิน/บิน/ว่ายไปทางไหนอิสระได้อย่างใจ สร้างฉาก เปลี่ยนธีม เปลี่ยนเวลาได้ มีกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกสมจริงในฝัน แม้แต่มีเพศสัมพันธ์ก็ยังได้ อะไรประมาณนี้เป็นตัวอย่างของ ลูซิดดรีม (เพิ่มเติม…)

Workshop: DREAMS ฝัน สะพานสู่จิตวิญญาณ

Dream workshop.jpg

วัน: อาทิตย์ที่  5 พฤศจิกายน 2017 เวลา: 13.30 – 17.30

สถานที่: ห้องเรียนจิตวิทยา วัชรสิทธาชั้น 5 อาคารพงศ์วราภา 290/1 .พิชัย

บรรยายโดย: DEEPFILM อริสา (จี๊ด) (เพิ่มเติม…)

แมงมุม-เทคนิคโยงสัญลักษณ์

Spider1สัปดาห์ก่อนมีผู้หญิงเดินปรี่เข้ามาในวงที่เรากำลังยืนคุยกันอยู่ เธอถามพวกเราว่า “วันนี้มีแมงมุมในหมวกของฉัน ซึ่งมันแปลกมาก แมงมุมตามแนวจิตวิทยายุงเกียน แปลว่าอะไร?” เราตอบเป็นคนแรก “มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณรู้สึกกับแมงมุมอย่างไร เพราะแต่ละสัญลักษณ์ก็มีความหมายต่างกันไปในแต่ละคน” อาจารย์จิตวิเคราะห์ตอบ “หาความเชื่อมโยง (Association)” อาจารย์ Mythology ตอบ “Arachne (อารักนี่) ” เราตอบอีกครั้ง “Shelob แมงมุมในเรื่อง Lord of the Rings และอื่นๆ” นั่นสิ แล้วแมงมุมแปลว่าอะไร? เราจะอธิบายคร่าวๆ ถึงเทคนิคในการหาความเชื่อมโยง และชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของจิตวิทยาที่เน้นการปรับ/แก้ไขพฤติกรรม กับจิตวิเคราะห์ และต่อให้คุณไม่อินกับสัญลักษณ์แมงมุม ลองอ่านเนื้อหาในโพสท์นี้แล้วแทนค่าด้วยสัญลักษณ์อื่นที่คุณอินดู (เพิ่มเติม…)

อยู่อย่างไรในยุคที่ปมด้อยถูกกระตุ้นตลอดเวลา

envy

นี่จะเป็นโพสท์แรกที่เขียนบทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาโดยไม่ได้สื่อสารผ่านภาพยนตร์ และเนื้อหาที่กำลังจะเขียนนี้ มันกระทบด้านมืดในใจคนแบบเต็มๆ รู้..แต่ก็เลือกที่จะเขียน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีแต่ด้านมืด หลายปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความรู้สึกด้อยในสังคมร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต่างก็มีปมด้อยกันทั้งนั้น และไม่มีใครชอบความรู้สึกที่ว่า ตัวเองด้อยกว่า หรือมีน้อยกว่าคนอื่น แต่สิ่งรอบตัวที่แต่ละคนเห็น ทั้งตามห้างร้าน ที่ทำงาน ตามเฟซบุ๊ค มันกระตุ้นปมด้อยอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราเองอาจไม่ทันรู้ตัว

หากมองไปแล้วเห็นคนใช้ของแพงกว่า เช่น กระเป๋า มือถือ คอมพิวเตอร์ รถ บ้าน เห็นคนไปเที่ยวเมืองนอกบ่อยกว่า เห็นเขามีการศึกษาที่สูงกว่า เห็นเขามีลูกที่ดูเก่งกว่า เห็นเขามียอดไลค์เยอะกว่า เขาดูดีมีสไตล์กว่า เขาดูมีความคิดจิตใจเจริญกว่า เห็นเขามีคนรัก เห็นเขาทำในสิ่งที่เราก็อยากแต่ทำไม่ได้ ฯลฯ เราอาจมีเหตุผลมาปกป้องความรู้สึกตัวเองมากมาย แต่ความรู้สึกดิบแท้ข้างในมันไม่มีความสุขหรอก ถ้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น (เปรียบเทียบอัตโนมัติ) แล้วรู้สึกแพ้ แต่ที่ทำให้มันแย่หนักเพราะเกิดขึ้นถี่จนเกินไป เช้า-สาย-บ่าย-ค่ำ เราจ้องมันทั้งโลกในจอและโลกนอกจอ มันย่อมมีคนที่เขามีอะไรมากกว่า เหนือกว่าเราเสมอ ปัญหาคือ คนไม่ conscious about it ไม่รู้ตัวว่ามันเกิดอะไรขึ้นในจิตใจ แต่หงุดหงิด ไม่ Happy และคนที่เป็นหนักก็จะเริ่มพูดจาจิกกัดคนที่เขาอิจฉา เลยเถิดมาระรานแม้กระทั่งคนไม่รู้จักกันที่นั่งข้างๆ ตามร้านอาหาร ตามร้านกาแฟ ที่ดันมีบางสิ่ง (ที่คนระราน) ไม่มี หรือมีน้อยกว่า เท่าที่สังเกตอาการแบบนี้เริ่มระบาดหนักในประเทศไทยมาได้ 2-3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้าไม่เป็นแบบนี้นะ สงบสุข ในขณะเดียวกันช่วง 2-3 ปีนี้ เห็นคนไทยถือกระเป๋าแบรนด์เนมหนาตาที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ มีความเชื่อมโยงเรื่อง วัตถุ-กระตุ้น-ความรู้สึกด้อย

ใครอยากใช้อะไรก็ใช้ไป มันเป็นเรื่องของเขา แต่คนที่ทุนน้อย หรือมีความจำเป็นทางการเงินที่สำคัญกว่า เช่น ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่ เลี้ยงลูก ถ้าไม่อยากได้ก็จะเฉยๆ แต่ถ้าอยากได้ แต่ซื้อไม่ได้ มันเจ็บปวด  อยากมี แต่ไม่มี ทำใจไม่ได้ มันทุกข์ บรรทัดที่กำลังจะตามมา เป็นตัวอย่างหนึ่งของการเชื่อมโยงคุณค่าที่ผิดเพี้ยน (แต่ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ คนไม่เป็นก็มีเยอะ)……. (เพิ่มเติม…)

Dream Tending Taipei

For English please scroll down

วันนี้ Deepfilm ได้มาร่วมเวิร์คช็อป Dream Tending นำโดย Dr. Stephen Aizenstat จาก Pacifica Graduate Institute, USA กิจกรรมเดียวกันนี้มีจัดทั้งในเอเชียและอเมริกา ได้เรียนรู้เทคนิกใหม่ๆ ในการเชื่อมโยงกับเนื้อหาทั้งในฝันยามหลับ และในภาพยามตื่น เขาใช้คำว่า “Dream Tending” ซึ่งก็เป็นลักษณะเดียวกับ “Active Imagination” ให้ความสำคัญกับภาพ เสียง เนื้อหาจากความฝัน อย่างที่มันเป็น ประหนึ่งว่าตัวต่างๆ เหล่านั้นมีชีวิตของเขาเอง และไม่รีบสรุปว่าอะไรคืออะไร เราพบว่ามันมีหลากหลายเทคนิกที่สามารถนำมาใช้เชื่อมโยงกับจิตใจส่วนลึก ซึ่งอาจแตกต่างกับแนวที่คุ้นเคยโดยสิ้นเชิง แต่ก็เวิร์คนะ ได้ทดลองปฏิบัติจริง สนุกดี ถ้ามีโอกาสคงได้เผื่อแผ่ต่อไป

Dr Aizensrat_Arisa.png (เพิ่มเติม…)