การแต่งงานของเซอร์กาเวนกับเลดี้แร็กเนลล์

เนื้อเรื่องเวอร์ชันนี้ต่างจากภาพยนตร์ The Green Knight (2021) และไม่ใช่เรื่อง Merlin (2008 – 2012) ของ BBC ซึ่งตอนนี้ชมได้ทาง Netflix แต่เป็นเรื่อง The Wedding of Sir Gawain and Dame Ragnelle (1450) ซึ่งกลายเป็นนิทานและลำนำเพลงที่เด็กๆ ร้องได้ เรื่องราวเข้าใจง่าย แต่เนื้อหามีอะไรดีคนจึงเล่าขานต่อๆ กันมา โพสต์นี้มีบทวิเคราะห์สั้นๆ และมุมมองเชิงสังคม

STORY

ในวัยชราคิงอาร์เธอร์และเหล่าอัศวินออกไปล่าสัตว์ในป่า ราชาเห็นกวางที่งดงามจึงตามเข้าไปในป่าลึกเพียงลำพัง เขายิงกวางตัวนั้นได้ แต่ทันใดนั้นปรากฏเงาของอัศวินร่างใหญ่ เขาคือเซอร์โกรเมอร์ อัศวินจะฆ่าคิงอาร์เธอร์ ด้วยหมางใจที่ราชายกที่ดินเขาให้เซอร์กาเวน ราชาจึงบอกว่า มันไม่มีเกียรติที่จะฆ่าเขาในสภาพไร้อาวุธ อัศวินจึงบอกว่าจะให้เวลาหนึ่งปีกลับมาตอบคำถามนี้ “ผู้หญิงปรารถนาสิ่งใด?” ถ้าตอบไม่ได้ ตาย!

เซอร์โกรเมอร์ และ ราชาอาร์เธอร์

คิงอาร์เธอร์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เซอร์กาเวนผู้เป็นหลานชายฟัง กาเวนจึงเสนอว่า สองคนขี่ม้าออกไปถามไถ่ผู้คนทั้วราชอาณาจักรเพื่อหาคำตอบ “อะไรคือสิ่งที่ผู้หญิงต้องการที่สุด?” ใกล้ครบหนึ่งปีแต่ยังไม่พบคำตอบที่โดนใจ วันหนึ่งอาร์เธอร์ขี่ม้าเข้าไปในป่า พบกับหญิงชราที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว (the hag) หญิงชราคนนี้ชื่อเลดี้แร็กเนลล์ เธออ้างว่าเธอรู้คำตอบที่อาร์เธอร์กำลังเสาะหา แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องให้เซอร์กาเวนแต่งงานกับเธอ ราชาตอบว่าเขาไม่สามารถตอบตกลงแทนหลานชายได้ จึงกลับไปหาเซอร์กาเวน

เลดี้แร็กเนลล์

อาร์เธอร์ถามและกาเวนตอบตกลงจะแต่งงาน พวกเขาได้คำตอบจากทั่วราชอาณาจักรและจากเลดี้แร็กเนลล์ จึงขี่ม้ากลับไปที่ป่าลึกเพื่อพบกับเซอร์โกรเมอร์ คิงอาเธอร์อ่านคำตอบของสตรีทั่วแผ่นดินที่บันทึกไว้ในหนังสือ อัศวินมืดแสยะยิ้มพร้อมฆ่า อาเธอร์จึงบอกว่ามีอีกคำตอบหนึ่ง นั่นคือ สตรีต้องการ “sovereignty การมีอิสระที่จะปกครองชีวิตตัวเอง” เซอร์โกรเมอร์จึงรู้ว่า เลดี้แร็กเนลล์ น้องสาวเขา เป็นคนบอกคำตอบแก่อาร์เธอร์ อัศวินจำต้องไว้ชีวิตราชา และเซอร์กาเวนต้องแต่งงานกับเลดี้แร็กเนลล์ตามสัญญา

งานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างเอิกเกริก เลดี้ไม่เพียงน่าเกลียดน่ากลัวแต่ยังมีมารยาทสุดเอือม แต่เซอร์กาเวนวางตัวดีเสมอมา เมื่อเข้าห้องหอ แร็กเนลล์ถามว่าจะไม่จุมพิษเจ้าสาวเหรอ กาเวนก็จุมพิษเจ้าสาว แล้วต้องประหลาดใจที่พบว่า เลดี้กลายร่างเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดที่เขาเคยพบเจอ 

แร็กเนลล์บอกว่า เธอโดนคำสาป แต่คำสาปยังคลายไม่หมด เธอให้กาเวนเลือกระหว่าง ให้เธอเป็นสาวตอนกลางวันและเป็นหญิงชราตอนกลางคืน หรือจะให้เธอสวยตอนกลางคืนแต่เป็นยายแก่ตอนกลางวัน? เซอร์กาเวนบอกว่าให้เลดี้เป็นคนเลือกเอง เธอจึงเลือกที่จะเป็นตัวเอง สวยทั้งกลางวันและกลางคืน คำสาปถูกถอน พวกเขามีลูกด้วยกันหนึ่งคน ครองคู่อย่างมีความสุขได้ 5 ปีเลดี้ก็สิ้นใจ 

วิเคราะห์

ในวิกิพีเดียมีคนเดาว่า Ragnelle น่าจะหมายถึงพระเจ้าที่ทรงพลัง แต่เราว่าชื่อเลดี้ท่านนี้เสียงคล้ายกับคำว่า Regnal (rēgnālis) หมายถึง ที่มีอธิปไตย/ที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตย ตรงตามคำตอบที่ว่าสตรีต้องการอำนาจปกครองตนเอง ‘Sovereignty’ และยังใกล้เคียงกับคำว่า Raganella ภาษาอิตาเลียนหมายถึงกบต้นไม้ จะว่าไปเรื่องนี้คล้ายเรื่องเจ้าชายกบ แต่เปลี่ยนเป็นเลดี้กบ ทุกสิ่งที่สังคมไม่ต้องการถูกนำมารวมอยู่ในตัวละครตัวนี้ ความชราที่น่าเกลียดน่ากลัว และไม่มีมารยาท เธอเป็นตัวแทนของด้านตรงข้ามของสังคมชนชั้นสูงและผู้ดีอังกฤษ (ตั้งแต่ยุคกลางแล้วนะ) ที่รอให้เซอร์กาเวน (รวมทั้งคิงอาร์เธอร์ และอื่นๆ) รับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เนื้อหายังชวนให้นึกถึงอนิเมชันของสตูดิโอจิบลิเรื่อง Howl’s Moving Castle.

เลดี้แร็กเนลล์กับบริบททางสังคม

เรื่องราวของอัศวินโต๊ะกลมมีมาแต่ศตวรรษที่ 12 แต่เรื่องของเซอร์กาเวนนี้แต่งเติมภายหลัง อย่างเวอร์ชันนี้ปรากฏช่วง ค.ศ. 1450 เนื้อหาที่ส่งเสริมสิทธิสตรีสะท้อนสภาพสังคมที่ผู้หญิงอังกฤษและอีกหลายแห่งในโลกไม่มีสิทธิ์ในชีวิตของตัวเอง

ตัวอย่าง

ประเทศที่มีราชินีหลายพระองค์ แต่ผู้หญิงกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเก็บรายได้ของตัวเอง ไม่มีสิทธิ์ในบ้านและที่ดิน มันช่างขัดแย้ง เพราะเมื่อผู้หญิงอังกฤษแต่งงาน ทรัพย์สมบัติ รายได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตจะตกเป็นของสามี ยกเว้นแต่สินสอดจะเป็นสิทธิ์ขาดของฝ่ายหญิง ดังนั้นสินสอดในสมัยนั้นเป็นเสมือนกองทุนประกันชีวิต เพราะถ้ามีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น ทุนก้อนนี้คือสิ่งเดียวที่ฝ่ายหญิงใช้ดำรงชีวิตต่อ

จากการเรียกร้องอย่างยาวนานผู้หญิงเริ่มมีสิทธิ์ในค่าจ้างและผลจากการลงทุนของตัวเองในปี ค.ศ. 1870 (Married Women’s Property Act 1870) และจากการประท้วงอย่างต่อเนื่อง ผู้หญิงเริ่มมีสิทธิ์ถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ในปี ค.ศ. 1882 (Married Women’s Property Act 1882: Part VIII Married Women and Lunatics) แต่เขาใส่เนื้อหาส่วนของสิทธิสตรีไว้ในหัวข้อเดียวกับคนบ้า!

หญิงชาวบ้านพอจะมีสิทธิ์ขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เลดี้กลับยังไม่ได้รับสิทธิ์นี้ ซีรีส์เรื่อง Downton Abbey (สปอยล์ล่ะนะ) เป็นเรื่องแต่ง ที่นำเสนอปัญหาของระบบ ‘entail’ อสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดจะตกทอดสู่ทายาทชายสายเลือดตรงเท่านั้น ไม่ให้ขาย บุตรตรีไม่มีสิทธิ์ในมรดก ถ้าไม่มีทายาทชายเลย อสังหาทั้งหมดจะถูกเวรคืนแก่ผู้พระราชทาน ไม่มีบ้านอยู่กันล่ะทีนี้ เลดี้จึงต้องแต่งงานกับญาติคนที่ได้เป็นทายาท เป็นถึงเลดี้ก็ไม่มีสิทธิ์เลือก และไม่มีสิทธิ์ในบ้านและทรัพย์สินของตน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1926 (Law of Property Act 1925) สาวไฮโซอังกฤษเพิ่งจะเริ่มมีโอกาสได้รับสืบทอดอสังหาริมทรัพย์กับเขาบ้าง 

โดย ITV & PBS

กลับมาที่เซอร์กาเวนและเลดี้แร็กเนลล์ การที่เลดี้ปรารถนาจะมีอธิปไตย เลือกใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง เลือกคู่ครองเอง … รวมถึงการมีสิทธิในรายได้ที่หามาเอง มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ความต้องการแบบนี้เป็นเรื่องสากล ไร้กาลเวลา หรือไม่? ผ่านมาห้า-หกร้อยปี ความปรารถนานั้นเริ่มเป็นจริงขึ้นมาบ้างทีละน้อยๆ และไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดีๆ ก็ได้มา พวกเธอต่อสู้มายาวนานมาก ปัจจุบันยังคงมีสตรีที่ไม่มีสิทธิ์พื้นฐานนี้อยู่บนโลก อย่างเช่นที่อัฟกานิสฐาน

สำหรับเรื่อง The Green Knight (2021) จะตามมาเร็วๆ นี้ 

———-

เครดิต

ภาพเซอร์กาเวนจาก fanpop.com

https://middleenglishromance.org.uk/mer/80

https://d.lib.rochester.edu/teams/text/hahn-sir-gawain-wedding-of-sir-gawain-and-dame-ragnelle

Sir Gawain and the Loathly Lady Hardcover, 1987 by Selina Hastings (Adapter), Juan Wijngaard (Illustrator), HarperCollins.

Married Women’s Property Act 1882: Part VIII Married Women and Lunatics

Law of Property Act 1925

https://en.wikipedia.org/wiki/Downton_Abbey

———-

creativecommonslicense.jpg

 งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น