ความโกรธ ความกลัว ฆ่าเซลล์สมองแต่ฟื้นฟูได้ด้วยสมาธิ

 

ความโกรธ ความกลัว ทำลายเซลล์ประสาทและลดศักยภาพคน อะไรคือปัจจัยที่กระตุ้นความโกรธ ความกลัว? ทำไมเซลล์สมองถึงตาย? สมาธิแบบไหนฟื้นฟู? มันเหมาะกับทุกคนหรือไม่? โพสต์นี้ทำความเข้าใจการทำงานของสมอง อารมณ์ และการเยียวยา Spoiler Alert! กล่าวถึงภาพยนตร์เรื่อง HULK สารคดีเรื่อง The Social Dilemma และ A Joyful Mind

PART I ปัญหา

ปัจจัยกระตุ้นความโกรธ ได้แก่ ความผิดหวัง ความคับข้องใจ การตัดสิน การปฏิเสธ และความกลัว (nicabm) รวมถึงการเผชิญเหตุการณ์ร้ายแรงต่างๆ การอยู่ในภาวะที่มีภัยคุกคาม เมื่อสมองส่วนอมิกดาลา ประมวลสิ่งเร้าหรือสถานการณ์ว่าเป็นภัย นำไปสู่อารมณ์กลัวและโกรธ นำไปสู่การตอบสนองกลับอย่างก้าวร้าว ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติ แต่ปกติแล้ว กลีบสมองส่วนหน้าผาก หรือพรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์ (Prefrontal cortex) ซึ่งเป็นสมองส่วนบริหาร มีบทบาทเรื่องการเรียนรู้ ใคร่ครวญ วางเป้าหมายระยะยาว ตัดสินใจ และควบคุมพฤติกรรมตัวเอง จะทำหน้าที่ “เบรค” ยับยั้งชั่งใจ แต่ถ้ามีปัจจัยกระตุ้นความกลัวและความโกรธบ่อยมากจนเกินไป การเผชิญเหตุร้ายต่างๆ จนเกิดภาวะเครียด Post-traumatic stress disorder (PTSD) รวมถึงทรอม่าวัยเด็กด้วย เหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้สมองส่วนหน้าไม่ทำงานตามปกติ และอมิกดาลาไวกว่าปกติ 

ทำไมพรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์ไม่ทำงานตามปกติ?

ฮอร์โมนเครียดคือคำตอบ เมื่ออมิกดาลาส่งสัญญาณไปยังสมองและต่อมต่างๆ ในร่างกาย จนมาถึงต่อมหมวกไตให้ปล่อยฮอร์โมนเครียด คอร์ติซอล, อะดรีนาลิน และนอร์-อะดรีนาลิน เจ้าฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เพิ่มสูงนี้ทำให้เมมเบรนของเซลล์ประสาท (neuron) รับแคลเซียมเข้ามามากทำให้ยิงรับส่งสัญญาณถี่ขึ้น พร้อมสู้พร้อมหนี เมื่อกระบวนการนี้เกิดขึ้นบ่อยเกินไป เซลล์ประสาทจะทำงานจนตัวตาย สมองส่วนที่อ่อนไหวกับกระบวนการณ์นี้ได้แก่ 

1. พรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์ (Prefrontal cortex) บทบาท: เรียนรู้ เป้าหมาย ตัดสินใจ ควบคุมตัวเอง 

2. ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) บทบาท: ความจำ และการเรียนรู้เรื่องใหม่

ความโกรธส่งผลอย่างไรต่อสมองและร่างกาย โดย The National Institute for the Clinical Application of Behavioural Medicine (nicabm)

ดังนั้นปัจจัยที่กระตุ้นความโกรธ ความกลัว รวมถึงการถูกคุกคาม และเหตุร้ายต่างๆ ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียดคอร์ติซอล ฆ่าเซลล์ประสาทในพรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์และฮิปโปแคมปัส ส่งผลให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ตัดสินใจพลาด มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ก้าวร้าว (อาจไม่ใช่ทางกายเสมอไป) ความจำและความสามารถในการเรียนรู้ลดลง คอร์ติซอลยังกดทับการหลั่งสารแห่งความสุข เซโรโทนิน (serotonin) นำไปสู่ความซึมเศร้า ฮอร์โมนเครียดท่วมสมองเรื้อรังส่งผลต่อร่างกายอีกมาก เช่น ท้องผูก กระดูกพรุน เนื้องอก มะเร็ง ไมเกรน เส้นเลือดในสมองแตก สมองเสื่อม โรคหัวใจ กระทบการทำงานของต่อมไธรอยด์ ภูมิตกติดเชื้อไวรัสได้ง่าย เป็นต้น 

“อมิกดาลาไฮแจ็ค” (แดเนียล โกลแมน) คือช่วงเวลาที่อมิกดาลากดทับการทำงานของพรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์ สมองส่วนหน้าถูกสมองส่วนอมิกดาลา ยึดอำนาจอยู่พักหนึ่ง ความโกรธและความก้าวร้าวจะนำ ร่างกายจะมีพลังเยอะขึ้น การควบคุมตัวเองการใช้เหตุผลจะถูกไฮแจ็คไป กินเวลา 20 นาทีเป็นอย่างน้อย เป็นช่วงที่คุยกันด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่อง (นับหนึ่งถึงเท่าไหร่ดี?) เมื่อนำมาเทียบกับตัวละครในภาพยนตร์หรือการ์ตูน ภาวะอมิกดาลาไฮแจ็คใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ เดอะฮัลค์ ออกมา

The Hulk

บรูซ แบนเนอร์ เป็นตัวละครของค่าย MARVEL วัยเด็กถูกพ่อทำร้าย และพ่อฆ่าแม่ตาย เขาเก็บความรู้สึก โตขึ้นเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เกิดความผิดพลาด เขาช่วยเด็กวัยรุ่น/เพื่อนร่วมงานแล้วโดนรังสีแกมมาจึงกลายเป็นเดอะฮัลค์ ตัวแรกเป็นสีเทา แต่หลังๆ ใช้สีเขียว ในเวอร์ชั่น 2008 เขาพยายามหาทางควบคุมเดอะฮัลค์(ตัวเอง)

HULK (2003) แสดง อีริก บานา และเจนนิเฟอร์ คอนเนลลี กำกับ อั้งลี่/หลี่อัน Rottentomatoes .com

The Incredible Hulk (2008) แสดง เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน และลิฟ ไทเลอร์ กำกับ หลุยส์ เลอแตร์ริเยร์  Rottentomatoes .com

ซึมเศร้าก็ฮัลค์ได้ 

สารคดีเรื่อง The Social Dilemma (2020) ทาง Netflix นำเสนอว่าการใช้โซเชียลมีเดียทางโทรศัพท์มือถือที่มากขึ้นนับแต่ปี 2009 แปรผันตรงกับสถิติการทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตาย กระวนกระวาย และซึมเศร้าในกลุ่มเด็กสาวอเมริกัน ซึ่งมากขึ้นหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อนหน้า โซเชียลมีเดียเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้น “ความผิดหวัง ความคับข้องใจ การตัดสิน การปฏิเสธ และความกลัว” เมื่อสารที่รับเข้ามานั้นเป็นพิษต่อจิต ทริกเกอร์ฮอร์โมนเครียด นอกจากนี้ยังกระตุ้นความอิจฉาที่ทำให้คนโกรธ แล้วนำไปสู่ปฏิกิริยาตอบสนองหลากรูปแบบทั้งในจอและนอกจอ โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือ ด้านบวกของโซเชียลมีเดียก็มีมาก เช่น ติดต่อสื่อสาร ทำธุรกิจ ระดมความช่วยเหลือ ข้อมูลเฝ้าระวังภัย เป็นต้น คนอาจไม่เชื่อมโยงเรื่องความโกรธกับภาวะซึมเศร้า แต่ว่าในกลุ่มผู้เป็นโรคซึมเศร้า พรีฟรอนทอลคอร์เทกซ์จะทำงานบกพร่อง จึงทำให้สูญเสียความสามารถที่จะเบรก และระเบิดอารมณ์ ความโกรธเป็นหนึ่งในอาการของโรคซึมเศร้า แต่ยังมีโรคอื่นอีกมาก ละไว้เท่านี้

PART II เยียวยาด้วยการทำสมาธิ/ภาวนา

ภาพพระธิเบตมีสายต่อศีรษะระโยงระยาง เป็นการทดลองที่ริเริ่มโดย ดร. ริชาร์ด เจ. เดวิดสัน และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากองค์ทะไลลามะ ครั้งแรกที่ทดลองวัดคลื่นสมองของนักบวชที่นั่งสมาธิอย่างต่อเนื่อง คือปี 2001 นักบวชรูปนั้นคือ แมทเทอ ริคาดร์/แมทธิว ริคาร์ด ตามมาด้วยนักบวช ยองเจ มิงยูร์ ริมโปเช ในปี 2002

นักบวช แมทเทอ ริคาดร์/แมทธิว ริคาร์ด centerhealthyminds.org

ดร. เดวิดสัน กล่าวในเวิร์คช็อปหนึ่งว่า การฝึกสมาธิเหมือนกับการแปรงฟัน เราไม่ได้เกิดมาก็แปรงฟันเป็น มันเป็นเรื่องที่เราเรียนรู้และทำจนเป็นความเคยชิน งานวิจัยเรื่องสมองของนักบวชและฆราวาสที่นั่งสมาธินี้ ทำให้นานาชาติหันมาฝึกสมาธิกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงโควิด แต่มักจะเป็นการปฏิบัติแบบไม่เป็นศาสนา (secular) เพราะคนไม่น้อยที่ศรัทธาการทำสมาธิแต่ไม่อยากเปลี่ยนศาสนา อย่างไรก็ดี วิจัยระดับโลกขนาดนี้แต่ ดร. เดวิดสันและทีม ถูกโจมตีว่างานวิจัยไม่เป็นกลาง เหตุผล ฝักใฝ่ธรรมมะ ^_^! ทำดีแค่ไหนก็จะมีคนด่าเป็นธรรมดา

ดร. ริชาร์ด เจ. เดวิดสัน และทะไลลามะ องค์ที่ 14 centerhealthyminds.org

การปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อสมองดังนี้

1. Neuroplasticity นิวโรพลาสติกซิตี สมองนั้นมีความยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงได้ การฝึกสมาธิระยะยาว สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างและการทำงานของสมอง 

2. Altered traits อัลเทอร์ด เทรทส์ ในนักบวชที่ทำสมาธิมายาวนาน เวลาที่พวกเขาทำสมาธิ/ภาวนา จะพบคลื่นสมองแกมมา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสมองส่วนต่างๆ ทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว แต่ยังพบคลื่นแกมมานี้ ในเวลาที่พระไม่ได้ทำสมาธิ/ภาวนาด้วย ดังนั้นทางทีมวิจัยสรุปว่ามันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเฉพาะเวลาที่ทำสมาธิ (altered state) แต่การทำสมาธิต่อเนื่องยาวนานทำให้เกิด “altered traits” เป็นคุณลักษณะของสมองที่เปลี่ยนไป รวมถึงกิจกรรมในสมองก็แปลงไปด้วย แต่จะคงอยู่แม้ไม่ได้กำลังทำสมาธิ

***ทว่าคลื่นแกมมานี้จะแอคทีฟเป็นพิเศษ เมื่อนักบวชทำสมาธิแบบแผ่เมตตา (non-referential compassion) เป็นความเมตตากรุณาแบบไร้เงื่อนไข พร้อมที่จะช่วยเหลือโดยไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจหรือผลประโยชน์ส่วนตน*** แต่ใช่ว่าการทำสมาธิ/ภาวนาในรูปแบบอื่นจะไม่ดี ดีคนละแบบ 

3. Unfettered mind อันเฟทเทอร์ด มายด์ จิตที่สงบ เป็นอิสระจากการรบกวนโดยสิ่งเร้าภายนอก ผู้ที่ฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง จะลดปฏิกิริยาตอบสนองของอมิกดาลา จึงไหวติงต่อสิ่งเร้าภายนอกน้อยลง ส่งเสริมการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมได้มากขึ้น 

4. JOY จอย ทั้งหมดที่กล่าวมานำมาสู่ความเบิกบาน ดีต่อสมอง ดีต่อใจ ท่ามกลางกระแสโลก

สารคดี A Joyful Mind – Finding true happiness through the practice of meditation (2016) ท่าน ยองเจ มิงยูร์ ริมโปเช เผยว่า วัยเด็กเป็นคนขี้กลัว ตื่นตระหนก และกระวนกระวายมาก การฝึกสมาธิตั้งแต่เด็กช่วยให้ดีขึ้นจริง
เพิ่มเติมเกี่ยวกับนักบวชริมโปเช หนังสือ “ชีวิตที่เบิกบาน: ไขรหัสสู่ศาสตร์แห่งความสุข” สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา

แต่การนั่งสมาธิไม่เหมาะกับทุกคน

เว็บข่าวเดลีเมลอังกฤษ รายงานว่ามีคนนั่งสมาธิแล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์อย่างเช่น หดหู่ อยากตาย กลัว กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ไวต่อแสง เห็นภาพหลอนหูแว่ว (psychotic episode) รวมทั้งอาการอื่นๆ ทางร่างกายด้วย คล้ายหนังจีนกำลังภายใน เดินลมปราณแล้วธาตุไฟเข้าแทรกกระอักเลือดหรือฟั่นเฟือนไป ถ้าปฏิบัติแล้วมีปัญหาโปรดปรึกษาแพทย์แต่เนิ่น การฝึกสมาธิแบบมีครูจะปลอดภัยกว่า ประเทศเรานั้นโชคดีที่มีสถานที่ฝึกสมาธิ/ภาวนาหลายรูปแบบ หลายสาย และมีมานานแล้ว หรือจะฝึกด้วยตัวเองผ่านแอปก็ยังได้ 

Imagine Clarity แอปพระแมทธิวสอนทำสมาธิ 

Healthy Minds Program แอปของทีม ดร. เดวิดสัน ไม่เป็นศาสนา เน้นผสมผสาน

ยูทูปท่านริมโปเช เรียบง่ายเบิกบาน

สิ่งเร้าที่ทำให้โกรธ กลัว การผ่านเหตุร้ายจนมีอาการ PTSD ทำลายสมอง ทำให้ขาดการควบคุมตนเอง ความจำและศักยภาพในการเรียนรู้หดหายไปตามเซลล์ประสาทที่ตายไป และส่งผลร้ายต่อร่างกายอีกมาก การใช้โซเชียลมีเดียที่มากเกินไปเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนซึมเศร้าและมีปัญหาทางอารมณ์ แต่การทำสมาธิแบบแผ่เมตตาอย่างต่อเนื่องฟื้นฟูสมอง และลดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า จึงดีต่อสุขภาพแบบองค์รวม

———-

เครดิตภาพ

The Incredible Hulk (2008) Universal Studios/Marvel Entertainment

The National Institute for the Clinical Application of Behavioural Medicine (nicabm)

HULK (2003) Rottentomatoes

The Incredible Hulk (2008) Rottentomatoes

พระแมทธิว ริคาร์ด จาก Center for Healthy Minds

ดร. ริชาร์ด เจ เดวิดสัน และองค์ทะไลลามะที่ 14 Center for Healthy Minds 

A Joyful Mind

เครดิตหนังสือ

Daniel Goleman and Richard J. Davidson, Altered Traits: Science Reveals How Meditation Changes Your Mind, Brain, and Body (New York: Avery, 2017). มีหนังสือเสียงด้วย

Daniel Goleman, Emotional Intelligence : Why It Can Matter More Than IQ, (New York: Bantam, 1995). มีหนังสือเสียงด้วย

เครดิตงานวิจัย ใส่เฉพาะชิ้นหลักๆ

Blair RJR. Considering anger from a cognitive neuroscience perspective. Wiley Interdiscip Rev Cogn Sci. 2012 Jan;3(1):65-74. doi: 10.1002/wcs.154. Epub 2011 Oct 19. PMID: 22267973; PMCID: PMC3260787.

Dougherty DD, Rauch SL, Deckersbach T, Marci C, Loh R, Shin LM, Alpert NM, Fischman AJ, Fava M. Ventromedial prefrontal cortex and amygdala dysfunction during an anger induction positron emission tomography study in patients with major depressive disorder with anger attacks. Arch Gen Psychiatry. 2004 Aug;61(8):795-804. doi: 10.1001/archpsyc.61.8.795. PMID: 15289278.

Kral TRA, Schuyler BS, Mumford JA, Rosenkranz MA, Lutz A, Davidson RJ. Impact of short- and long-term mindfulness meditation training on amygdala reactivity to emotional stimuli. Neuroimage. 2018 Nov 1;181:301-313. doi: 10.1016/j.neuroimage.2018.07.013. Epub 2018 Jul 7. PMID: 29990584; PMCID: PMC6671286.

เครดิตเว็บไซต์

The National Institute for the Clinical Application of Behavioural Medicine (nicabm)

The Social Dilemma (2020) ทาง Netflix

อาการไม่พึงประสงค์จากการนั่งสมาธิ 1

อาการไม่พึงประสงค์จากการนั่งสมาธิ 2

เพิ่มเติมสำหรับผู้สนใจ

Neurogenesis จาก The Atlantic (นิวโรเจเนซิส กับการถกเถียงความเห็นสองด้าน)

เรื่องการตัดกลีบสมองฮิปโปแคมปัส แล้วทำให้ความจำเหลือแค่ 1 นาที คนไข้ H. M.

อ่าน Patient H. M. จาก Nature

Youtube Patient H. M. โดย SLATE

Youtube Patient H. M. โดย PBS


creativecommonslicense.jpg

 งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s