วิเคราะห์นางสิบสอง ดวงตาและการมองเห็น

นางสิบสองเป็นนิทานที่มีเนื้อหาแรงมาก พ่อแม่ทิ้งลูก แม่เลี้ยงควักลูกตา และแม่กินเนื้อลูกตัวเอง ตัวละครโหดอย่าง ฮันนิบาล เล็กเตอร์ดูธรรมดาไปเลย แต่พอเป็นนิทานเจ้าหญิงเจ้าชายมีอิทธิปาฏิหาริย์ ดูไกลตัว เด็กดูได้ไม่เป็นไร นี่เป็นความมหัศจรรย์ของนิทาน ตำนาน เทพนิยาย ที่สอนเรื่องโหดร้ายในสังคมแต่คนรับได้ ประโยชน์ข้อหนึ่งของการเรียนรู้เรื่องเหล่านี้คือการเชื่อมโยงกลับมาที่ตัวเรา เพราะอันที่จริงมันเป็นเรื่องใกล้ตัว

แรงบันดาลใจ: ครั้งหนึ่งเคยพรีเซนต์สัญลักษณ์กลุ่มซึ่งแต่ละคนมาจากต่างวัฒนธรรม สมาชิกคนหนึ่งเสนอหัวข้อ “Eye” เนื่องจากเธอผ่าตัดเนื้องอกในสมองแล้วส่งผลต่อการขยับใบหน้าฝั่งหนึ่ง ตาโตสีฟ้าข้างเดียวกันค่อยๆ มองไม่เห็น หูฝั่งนั้นเริ่มไม่ได้ยิน ถึงร่างกายจะเปราะบาง แต่เธอเลือกที่จะมาเรียนรู้เรื่องที่เธอสนใจ ใช้ชีวิตอย่างมีความหมายในแบบของเธอ ฉันเห็นผู้หญิงที่กล้าและเข้มแข็ง เมื่อได้ฟังเรื่องของเธอ ก็นึกถึงเรื่องนางสิบสองขึ้นมาทันใด เราเล่าให้เธอ/กลุ่มฟัง ดังนั้นในส่วนของเราจึงนำเสนอนิทานไทยเรื่องนี้เทียบกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งไม่ได้นำมาเขียนในโพสต์นี้

ที่จริงแล้วนางสิบสองเป็นนิทานระดับภูมิภาค สันนิษฐานว่ามีที่มาจากอินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ ขยับขวามาทาง พม่า ไทย ลาว กัมพูชา (วิจัยโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เครดิตด้านล่าง) ต่อจากนี้จะเป็นเรื่องนางสิบสองพร้อมการวิเคราะห์ *เนื้อหาไม่ได้อิงเวอร์ชั่นใดเป็นพิเศษ แต่ภาพประกอบได้รับความอนุเคราะห์จาก บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเศรษฐีคู่หนึ่งอยากมีลูก หลังจากไปบนบานขอลูก ก็ได้มาถึง 12 คน เรียกพวกเธอว่านางสิบสอง คนสุดท้องชื่อ เภา ต่อมาเศรษฐีลำบาก คิดว่าที่จนลงเพราะมีลูกมาก จึงจับลูกๆ ไปปล่อยทิ้งในป่า 

*เนื้อหาคล้าย บ้านขนมปัง หรือเกรเทลและฮันเซล ที่โดนพ่อแม่ทิ้งในป่า แล้วไปเจอบ้านขนมปังที่มียายกินเนื้อเด็ก มองมุมจิตวิทยา จะเห็นปมเด็กที่ถูกทอดทิ้ง (abandoned child) เป็นได้ทั้งการถูกทิ้งจริงๆ รวมถึงการถูกละเลยไม่ใส่ใจ และปมพ่อแม่ไม่ดี (negative parents)*

น้องทั้งสิบสองระหกระเหินจนพบนางสันตรา/สันธมาร ราชินีเมืองยักษ์ ถึงเธอจะชอบกินเนื้อคนแต่กลับรับเด็กๆ ทั้ง 12 เข้าวัง เลี้ยงไว้เป็นลูกบุญธรรม ทั้งสันตราและยักษ์ในเมืองแปลงร่างเสมือนมนุษย์ ปิดบังความจริง และห้ามไม่ให้นางสิบสองไปท้ายวังและไม่ให้ออกนอกวังด้วย

ยักษ์สันตรารับนางสิบสองวัยเด็กเข้าวัง

*ยักษ์กินเนื้อ สะท้อนตำนานกรีกที่ไททัน “โครนอส/ดาวเสาร์” กินลูกตัวเอง มุมจิตวิทยาเรียก devouring father/mother แต่ไม่ได้กินเนื้อจริงๆ  

ยักษ์สันตราขังเด็กๆ ไว้แต่ในวังเพราะกลัวเห็นความจริง หรือปกป้องมากไป นี่เป็นธีมสากลที่พบได้ในนิทาน/ตำนานจากนานาประเทศ เช่นตำนานของเจ้าชายสิทธัตถะที่ถูกปรนเปรอในวังไม่ให้รู้เห็นความจริงว่านอกวังนี้มีความทุกข์ แก่ เจ็บ ตาย ราพุนเซลผมยาวที่ถูกขังบนหอคอย โบจังในห้องบุนวม Spirited Away และเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ในคฤหาสน์ เป็นต้น หรือจะโยงไปเทียบกับประเด็นเรื่องเซ็นเซอร์ชิพก็ยังได้* 

นางสิบสองเติบโตสวยงาม แต่เภาแอบไปเห็นความจริงท้ายวัง คือยักษ์ที่กำลังตะกละตะกรามกัดกินเนื้อคน/สัตว์ เธอรีบมาบอกพี่ๆ แล้วพากันหนี นางสันตราออกไล่ล่า แต่เทวาอารักษ์ และสัตว์ในป่า ปกป้องบดบังไม่ให้นางยักษ์ที่โกรธแยกเขี้ยวเห็นนางสิบสอง 

*การบังไม่ให้เห็นเพื่อปกป้อง ก็มีความหมายเชิงบวกด้วย*

นางสิบสองเร่ร่อนมาถึงเมืองของพระรถสิทธิ์ ราชาหนุ่มพบสาวงามทั้ง 12 พอใจมากจึงรับพวกเธอเป็นชายาทั้งหมด เมื่อนางยักษ์สันตราตามมาถึงจึงแปลงกายเป็นสาวงามลวงรถสิทธิ์ และได้เป็นรานีของเมืองนี้ ต่อมาสันตราแสร้งป่วย บอกว่ายาเดียวที่จะรักษาได้คือดวงตาของนางสิบสอง ราชาหลงยักษ์สั่งควักลูกตานางทั้งสิบสอง

*ยักษ์สันตราเป็นตัวแทนของการ “ปิดบังและความลวง” ปิดบังตัวจริง,  แสร้งป่วยปิดบังเจตนาจริง, ควักลูกตานางสิบสองเพื่อตัดโอกาสในการรู้เห็นความจริง พระรถสิทธิ์มีชายาพร้อมกันถึง 12 คน มีความโลภและมักมากในกามารมณ์ ด้วยเหตุนี้มารแห่งการหลอกลวง จึงตามเข้ามาในเมืองนี้ได้ สันตราทำให้รถสิทธิ์หลงมัวเมา ไม่เห็นความจริง แล้วตัดสินใจผิดทำร้ายนางสิบสอง*

รถสิทธิ์พบนางสิบสอง
ยักษ์สันตรายั่วยวนรถสิทธิ์
ยักษ์สันตราและดวงตาของนางสิบสอง

ในเวอร์ชั่นหนึ่ง มีตัวละครยายชราหลังค่อมคอยรับใช้นางสิบสอง พวกเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งนางเภามีเมตตาต่อบริวาร ยายค่อมร้องวอนพระรถสิทธิ์ขอความเมตตา แต่ยายมาช้าจึงช่วยไว้ได้แค่นัยน์ตาข้างหนึ่งของนางเภา ตาข้างนี้ปลอดภัยเพราะความเมตตา แล้วทั้งสิบสองก็ถูกจับไปขังในถ้ำ แต่ละคนยังตั้งท้องและทยอยคลอดลูก พี่ทั้ง 11 ที่ตาบอดทั้งสองข้างกินทารกที่คลอดออกมาทั้ง 11 ชีวิต นางเภาเป็นคนเดียวที่ไม่ยอมกินเนื้อเด็ก เธอแอบคลอดทารกน้อยตั้งชื่อว่า รถเสน

*ดวงตาในเรื่องนี้เชื่อมโยงกับการเห็นความจริง เห็นผิดชอบชั่วดี มีสติสัมปชัญญะ และความเป็นมนุษย์ เมื่อตาบอดทั้งสองข้าง นางทั้งสิบเอ็ดตกต่ำเหลือเพียงสัญชาตญาณสัตว์ กินได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง (devouring mother) นางเภามีตาดีหนึ่งข้างที่ยังคงความเป็นมนุษย์ มีเมตตา เห็นผิดชอบ เภาถูกพ่อแม่ทิ้งแต่ไม่ทิ้งลูก ถูกแม่เลี้ยงและสามีทำร้ายแต่ไม่ทำร้ายลูก เจ็บปวดยากลำบากแต่เภาปกป้องและเลี้ยงดูรถเสน เภาเป็นคนแรกและคนเดียวในครอบครัวที่หยุดการส่งต่อความชอกช้ำ (trauma) ที่เคยถูกกระทำไปยังเจนเนอเรชั่นถัดไป รวมทั้งไม่ส่งต่อไปยังผู้อื่น*

ชื่อ รถเสน น่าจะมาจาก ‘รถ’ (ratha) พาหนะ รถม้า และ ‘เสนา’ ในภาษาบาลี (sena) และสันสกฤต (śyena) หมายถึง เหยี่ยว หรืออินทรี ซึ่งเป็นนกนักล่าที่ขึ้นชื่อเรื่องสายตาคม รวมเป็น ‘รถเหยี่ยว’ เสนายังหมายถึง กองทัพ กำลังพล พลัง รวมเป็น ‘รถแห่งผู้มีกำลังพล’ คำว่าเสนานี้พบในคัมภีร์ปุราณะและอติหาสะของฮินดู และในพระสูตรของเถรวาทและมหายาน*

รถเสนโตไว แอบลอบออกไปนอกถ้ำแข่งไก่ชน (พนัน) ได้รางวัลเป็นอาหารก็นำมาเลี้ยงแม่และป้า ต่อมาได้พบกับราชารถสิทธิ์มารู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน นางสิบสองจึงได้กลับเข้าวัง สันตราส่งดวงตา 23 ดวง ไปเก็บไว้กับลูกเลี้ยงชื่อ เมรี อยู่ที่เมืองยักษ์อีกเมือง สันตราแกล้งป่วยให้รถเสนเดินทางไปรับยาวิเศษ พร้อมสารลับที่เขียนให้นางเมรีฆ่ารถเสน

รถเสนพร้อมม้าวิเศษชื่อ พาชี แวะพักอาศรมระหว่างทาง ฤาษีรู้ว่ารถเสนมีเคราะห์จึงช่วยแปลงสาร จากให้ฆ่าเป็นให้แต่งงานกัน รถเสนจึงแต่งงานกับเมรี อยู่อย่างสุขสบายในเมืองยักษ์ร่วม 7 เดือน ม้าพาชีจึงเตือนรถเสนไม่ให้ลืมภารกิจที่แท้จริงแล้วรีบกลับ รถเสนลวงนางเมรีให้กินเหล้าจนเมาขาดสติ นางเมรีจึงเผยที่ซ่อนลูกตา พร้อมยารักษาตา และของวิเศษอื่นๆ รถเสนจึงนำของเหล่านั้นหนีออกจากเมือง เขาโปรยผงวิเศษหลายอย่าง และสุดท้ายโปรยเป็นแม่น้ำ/ทะเลกั้นไม่ให้เมรีข้ามมาได้ นางเมรีตรอมใจตาย รถเสนช่วยคืนการเห็นให้กับแม่และป้า เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของนางสันตราให้รถสิทธิ์ตาสว่าง สำหรับมะม่วงไม่รู้หาวมะนาวไม่รู้โห่ นี้น่าจะเป็นมุก กินผลไม้รสเปรี้ยวให้ตื่น นางสันตราอกแตกตาย 

รถเสนมานำดวงตาของแม่และป้าออกจากเมืองยักษ์

*ฤาษี เปรียบได้กับอาร์คีไทป์ชายชราผู้มีปัญญา wise old man ที่มาคอยช่วยเหลือ หรือเป็น spiritual helper และไม่ลืมยายค่อม เสียงของความเมตตาที่ช่วยรักษาดวงตาของเภาไว้ 1 ดวง

ม้าพาชี เปรียบได้กับ animal/magical helper แทนสัญชาตญาณบวก ที่มีแรงม้าพลังสูง ช่วยขับเคลื่อนไปยังทิศทางที่ต้องการ และยังคอยเตือนให้มีสติ ช่วยเตือนรถเสนให้กลับบ้านอย่าหลงมัวเมา พาชีในบางเวอร์ชั่นเป็นม้าบินได้ คล้ายเปกาซัสในตำนานกรีก (เปกาซัสเป็นคนละตัวกับยูนิคอร์น และเซนทอร์ครึ่งคนครึ่งม้า) การที่รถเสนมาติดอยู่กับสาวงามน่าลุ่มหลงไม่กลับเมือง 7 เดือน คล้ายโอดิสเซียสติดเกาะอยู่กับนางพรายคาลิปโซ 7 ปี

นิทานทางยุโรป จะมีของวิเศษในเมืองยักษ์ หรือบนยอดต้นถั่ว ที่ฮีโร่จะต้องไปเก็บมาให้ได้เพื่อนำมาแก้ไขบางอย่าง ในสถานที่แห่งปมปัญหานั้นมียาแก้ ในเรื่องนางสิบสองที่เมืองยักษ์ของเมรี มีลูกตา มียารักษาตา และของวิเศษอื่นๆ ฉากยักษ์ไล่ตามแล้วฮีโร่/ฮีโรอีนโยนของวิเศษกั้น เคยเห็นในนิทานไอริชและที่อื่น มีเนื้อหาจากทางตะวันตกผสมอยู่มากในนางสิบสอง การโยนของวิเศษกั้น เหมือนการสร้างเขตแดนทางจิต (boundary)

คำว่า สันตรา Śantra/Shantra หมายถึง delusion ความหลงผิด การเห็นผิด พบในบทสวดในคัมภีร์ปุราณะ นอกจากนี้ยังใกล้เคียงกับศัพท์พุทธ ‘สันตาปทุกข์’ หรือทุกข์อันเกิดจากกิเลสที่ทำให้ใจร้อนรุ่ม

คำว่า เมรียา Maireya หมายถึง ไวน์ที่หมักจากน้ำผึ้ง มีรสหวาน พบในคัมภีร์ปุราณะ, อิติหาสะ (รามายณะ, มหาภารตะ) และอายุรเวท ในตำนานนอร์ส เรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า มี้ด mead 

ยักษ์เมรีและรถเสน

ในเชิงสัญลักษณ์ สันตราและนางเมรี คือ กิเลส – ความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งก็คือ อวิชชา หรือสิ่งที่มาบดบังดวงตาของจิต ทำให้มองไม่เห็นความจริงถึงเหตุแห่งทุกข์ ทั้งสองเป็นภาพลวงตา เพราะมันไม่มีตัวตนมาตั้งแต่ต้น 

ราชารถสิทธิ์รับชายาทีเดียว 12 คน เป็นความโลภ ด้วยความหลงจึงอนุมัติให้ทำลายการเห็นของชายา 12 คน นางทั้งสิบเอ็บโกรธแค้นและหิวโหยฆ่าลูกตัวเอง แต่นางเภากับตาหนึ่งข้างยังครองสติไว้ได้ ยุติการส่งต่อความชอกช้ำ รถสิทธิ์พลาดแต่รถเสนแก้ไข ละจากความหลงมัวเมา (detachment) เขาจึงกลับมาคืนการมองเห็นให้แก่เครือญาติ ยักษ์ทั้งสองสลายไป รถเสนขึ้นครองเมือง เปรียบได้กับจิตที่มีความตระหนักรู้ตัวตน (self-awareness) มองเห็นปัญหาของตัวเอง*

นิทานเก่าแก่ระดับภูมิภาคเรื่องนางสิบสอง สะท้อนปัญหาทั้งเชิงสังคม เรื่องการทอดทิ้งและทำร้ายเด็ก เรื่องสามีทำร้ายและทอดทิ้งภรรยา และปัญหาเชิงจิตใจ เรื่องอวิชชามองไม่เห็นความโลภ-โกรธ-หลงในตัวเอง และถึงแม้ว่าจะมีเค้าของนิทาน/ตำนานจากฟากตะวันตกไม่น้อย แต่เรื่องนางสิบสองนี้มีความเป็นเอเชียที่มีทั้งพุทธและฮินดูผสานอยู่เป็นฐาน และบางทีอาจจะเป็นต้นแบบที่ส่งอิทธิพลไปทางโลกตะวันตกเสียด้วยซ้ำ

เครดิต

ประเทศที่มีนิทานเรื่องนางสิบสอง อ้างอิงจาก รัตนพล ชื่นค้า, ธันวพร เสรีชัยกุล, และจริยา สุพรรณ, นิทานเรื่องนางสิบสอง-พระรถเมรี: การถ่ายทอดเรื่องเล่าพื้นบ้านในอุษาคเนย์

เครดิตภาพ

การ์ตูนเรื่อง นางสิบสอง พ.ศ. 2552 จาก Youtube: Broadcast Thai Television Channel

การ์ตูนเรื่อง พระรถ-เมรี พ.ศ. 2552 จาก Youtube: Broadcast Thai Television Channel

———-

creativecommonslicense.jpg

 งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s