BIRD BOX เปิดกล่องหนังดีก่อนคริสมาส

bird-box-wide.jpg

Netflix โปรโมทจังลองดูสักหน่อย เห็นหน้านักแสดงนำ แซนดรา บุลล็อก ก็รู้สึกได้ว่ามันจะหนัก หนังแนวนี้เขาตั้งใจฉายก่อนคริสมาสโดยเฉพาะ มีรายละเอียดที่น่าสนใจค่อนข้างมาก บอกเลยว่าหนังจิตวิทยา โพสท์นี้ยาว เป็นบทความสุดท้ายของปี 2018

Spoiler Alert! มีเนื้อหาของหนังเรื่อง Bird Box

มัลเลอรีเป็นหญิงท้องที่ไม่มีสามี (ไม่จำเป็นต้องเวอร์จิน) เธอเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่สนใจโลกภายนอก เธอกำลังวาดภาพที่คล้าย “The Last Supper” แต่เปลี่ยนเป็นผู้คนยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ภาพพระเยซูและสาวก ถึงจะมีธีมทางศาสนาอยู่ในเรื่อง แต่ Bird Box เล่าถึงความเป็นมนุษย์ยุคปัจจุบันเสียมากกว่า

เปิดเรื่องปูพื้น
1. ประเด็นภายใน: มัลเลอรี หญิงท้องที่ไม่มีสามี ในช่วงเวลาแห่งการล้างโลก สิ่งที่ทำให้รอดชีวิตคือ …
2.ประเด็นภายนอก: ตลอดทางที่เธอเดินเข้าไปในโรงพยาบาลกับพี่สาวเพื่อตรวจครรภ์ เธอเห็นผู้คนวุ่นอยู่แต่กับโทรศัพท์มือถือ

มัลเลอรีตรวจครรภ์เสร็จออกมา ผู้คนก็เปลี่ยนไป ผู้หญิงที่เคยยืนโทรศัพท์เอาหัวโขกกับกระจกจนเลือดสาด คนรอบข้างมีดวงตาบ้าคลั่ง เริ่มหลอน โกลาหลกันไปหมด

bird-box-1.jpg

มัล และพี่สาว

พี่สาวของมัลเลอรีขับรถพาเธอออกมา พอเห็นความปั่นป่วนบนถนน เธอมองแล้วหยุดรถ เธอทำความเข้าใจสถานการณ์จากโลกภายนอกและตอบสนองตามนั้น ในขณะที่มัลบอกว่าให้ขับรถต่อไป รีบกลับบ้าน มัลตอบสนองตามสัญชาตญาณภายใน สิ่งนี้ทำให้เธอรอด

และเพราะการทำสิ่งต่างๆ จากการมองโลกภายนอก และได้รับอิทธิพลจากมัน พี่สาวของมัลจึงหลอนเหมือนกับคนอื่นๆ รถคว่ำ แล้วออกไปยืนให้รถชนตาย

การรับอิทธิพลจากโลกภายนอกนี้ชวนให้นึกถึงประเด็น “Fake news” ข่าวลวงว่อนเน็ท ที่คนจำนวนมากหลงเชื่อ และมีคนใช้ข่าวลวงเป็นเครื่องมือในการทำลายคู่แข่งทางการเมืองจนได้ดิบได้ดี สิ่งเหล่านี้คือการเห็น แต่เห็นผิด หลงเชื่อไปตามข้อมูลลวง ลวงอย่างเนียน รับสารกันเพลิน ลืมแยกแยะ ไม่ฟังเสียงสัญชาตญาณและปัญญาภายใน บ่อนทำลายชีวิต ประเทศชาติ และนำไปสู่การล่มสลายของสังคม

หากจะพูดรวมๆ ถึงการรับสื่อที่มากเกินไป ไม่จำกัดเฉพาะประเด็นข่าวลวง การใช้มือถือ ทีวี โลกโซเชียล การเห็นข้อมูลจากโลกภายนอก ฯลฯ ที่ท่วมทะลักโอเวอร์โลดสาดเข้าจิต อาจทำให้คนเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว สูญเสียความสามารถที่จะเชื่อมต่อกับโลกภายใน แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะในหนังเรื่องนี้มีคนรอด

แต่ละคนที่เข้ามาหลบในบ้านหลังนั้น คล้ายๆ กับคนในภาพวาดตอนเปิดเรื่องของมัล พวกเขาเป็นตัวแทนของคนนิสัยต่างกันไป แต่มัลพูดเองว่า คนในภาพเหล่านี้มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์! คนที่น่าสนใจได้แก่

Bird-Box-Netflix-review-Sandra-Bullock-reviews-1641885.jpg

จากซ้าย ดาราที่รับบทเป็น โอลิมเปีย, ทอม, ดักกลาส, พี่สาวของมัล และชาร์ลี

1. เจ้าของบ้านเป็นชายเอเชีย มีแฟนเป็นสถาปนิก แต่เขาอยู่คนเดียวในบ้านนั้น (ประเด็นความสัมพันธ์) เขามีกล้อง CCTV ไว้สอดส่อง เห็นทุกอย่างนอกบ้าน เห็นแต่ข้างนอกไม่เห็นข้างใน เมื่อเขามองจอ เขาก็หลอนแล้วตาย

2. ดักกลาส (แสดงโดย จอห์น มัลโควิช) เขาปากร้าย คิดร้าย แต่สิ่งที่เขาคิดดันถูก เขาเห็นว่าใครผิดสังเกต เขามีความสามารถที่จะ “เห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็น” เขาจึงรอดแล้วเข้ามาในบ้านนี้ตั้งแต่ต้น ดักกลาสแต่งงาน 3 ครั้ง (ประเด็นความสัมพันธ์)

3. ภรรยาคนล่าสุดของดักกลาส เธอเดินตามสัญชาตญาณออกไปช่วยมัลที่ล้มอยู่หน้าบ้าน แต่แล้วก็ดันมองโลกภายนอกแล้วหลอนจนตาย
4. ชาร์ลี คนที่เป็นพนักงานซูเปอร์มาร์เก็ต เขาเชื่อเรื่องวันโลกาวินาศ นำทางคนไปที่ซูเปอร์มาร์เก็ต และสละชีวิตผลักเพื่อนร่วมงานหลอนกลับเข้าไปในห้อง (เดาว่าห้องเย็น) ซึ่งน่าจะเป็นชาร์ลีเองที่ล็อกเพื่อนคนนั้นเอาไว้แล้วหนีไปตั้งแต่ต้น (ประเด็นความสัมพันธ์)

การมาที่ห้าง ทำให้มัลเจอนกสีฟ้าๆ เขียวๆ 3 ตัวในกรง และเธอพาพวกมันกลับบ้าน เมื่อไหร่ก็ตามที่มีสิ่งผิดปกติ นกจะกระวนกระวายร้องเตือนภัย พวกมันแทนเสียงแห่งธรรมชาติ และสัญชาตญาณแห่งชีวิตที่รักเสรี แต่ตอนนี้อยู่ในกรง

5+6. ลูซี และ ผู้ชายอีกคน สองคนนี้มาชอบกันในบ้านนี้แล้วขโมยรถแล้วหนีไป น่าจะหนีไปซูเปอร์มาร์เก็ต สองคนนี้ไม่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์อย่างน้อยก็ช่วงนี้ พวกเขาทำตามสัญชาตญาณในการสืบพันธุ์และการเอาตัวรอดแบบเห็นแก่ตัว จะมองว่าสองคนนี้คือคนทรยศก็ใช่ แต่ยังไม่หมด

7. หญิงชรา ที่มาช่วยทำคลอดเด็กทั้งสอง เธอไม่ฟังดักกลาสที่เตือนว่าชายแปลกหน้าคนสุดท้าย (แกรี) ที่เข้ามาในบ้านไว้ใจไม่ได้ สุดท้ายก็ตายเพราะแกรี

8. ทอม พระเอกผิวเข้มที่ช่วยมัลเข้ามาในบ้าน ชายคนนี้มีหัวใจ ความเมตตา และความรัก เขาคอยช่วยคนอื่น เขาเองก็เสียครอบครัวไป (ประเด็นความสัมพันธ์)

9+10. มัลเลอรีและลูกในท้อง ไม่มีสามี (ประเด็นความสัมพันธ์) เธอค่อนข้างจะดุ และทำตามสัญชาตญาณ แต่ไม่สูญเสียสามัญสำนึกและความสามารถที่จะคิดตัดสินใจ

11+12. โอลิมเปีย และลูกในท้อง สัญชาตญาณแม่ ทำให้เธอรอดชีวิตจากข้างนอก และเดินเข้ามาที่บ้านหลังนี้ (สามีคงตายไปแล้ว) เธออ่อนหวานและเฟมินิน เธอมาอยู่ข้างๆ มัลเลอรี

13. แกรี ชายแปลกหน้าที่เข้ามาทีหลัง เขาคือคนบ้าที่คลั่งการเห็นจากภายนอกและความตาย เขาไม่อยากให้คนฟังเสียงธรรมชาติของนก แกรีจับนกไปแช่ตู้เย็น เขาอยากให้ทุกคนตาย เขารอจนเด็กคลอดเพื่อที่จะจัดการกับทุกคน

โยงกลับไปที่ภาพ เดอะ ลาสท์ ซัปเปอร์ (ออริจินัล) เป็นฉากที่พระเยซูบอกกับสาวกทั้ง 12 ว่า จะมีคนทรยศ คนในภาพวาดทั้งหมดรวมพระคริสต์ด้วยจึงมี 13 คน และคนที่เกี่ยวข้องกับบ้านหลังนี้ก็มี 13 ชีวิต และแกรีคือ “คนทรยศ” แกรีมาเพื่อฆ่าและทำลาย แต่เขาตายเพราะทอมที่มาเพื่อช่วยและรัก

la-ultima-cena-leonardo-da-vinci.jpg

The Last Supper โดย ดาวินชี

สุดท้ายเหลือ มัลเลอรี, ลูกชาย (บอย), ทอม, และลูกสาวของโอลิมเปีย (เกิร์ล) ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มองโลกภายนอก มีกันและกันกับโลกภายในอยู่ถึง 5 ปี นี่เป็นช่วงของชีวิตที่ใกล้เคียงกับการฟูมฟักอยู่ในรัง หรืออยู่ใน ‘vessel’ บ่มเพาะความเจริญเติบโต รอให้แข็งแรง ก่อนเผชิญกับเฟสใหม่ของชีวิตและโลก เป็นช่วงหนึ่งของชีวิตที่คุณอาจต้องการมัน

ในขณะที่มีพวกอันตรายวนเวียนเข้ามาในละแวกบ้าน วิทยุสื่อสารก็รับสัญญาณเสียงจากที่ห่างไกลได้ข่าวว่า มีชุมชนที่ปลอดภัยอยู่ปลายแม่น้ำ เสียงของริก ที่บอกวิธีการเดินทางไปที่ชุมชน และเตือนภัยในจุดที่อันตราย ด้านนอกมองเห็นพวกที่คุกคาม ด้านในมีเสียงแนะนำทางรอด “ไม่มอง ไม่รับอิทธิพล และจงฟัง”

ทอมเล่าเรื่องให้เด็กๆ ฟัง พูดถึงโลกในแบบที่ปกติ และน่าอยู่ พูดถึงการออกไปวิ่งเล่นและมีเพื่อนๆ ให้เด็กๆ ได้รับรู้ กระตุ้นให้พวกเขาจินตนาการว่าบนยอดไม้มีอะไร  แต่มัลหยุดไม่ให้ทอมเล่าต่อ เธออยากปกป้องเด็กๆ และฝึกให้พวกเขาพร้อมรับกับอันตรายที่คร่าชีวิต เป็นความรักทั้งสองด้าน แต่ทอมอธิบายว่า เด็กๆ มีสิทธิ์ที่จะฝัน และได้เล่นสนุก

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ พักเดี๋ยว วางสถานภาพในชีวิตจริงไว้ก่อน อย่าพึ่งมองตัวเองเป็น แม่ หรือเป็นพ่อ แล้วโกรธเคืองหนัง หรือเนื้อหาที่เขียนถึงแม่ที่ปกป้องลูกมากไป กับพ่อที่อนุญาตให้ลูกฝันและเล่นได้ แต่อยากให้ลองมองเชิงสัญลักษณ์ว่า เรามีทั้งสองด้าน, ด้านที่มีนิสัยแบบมัลและแบบทอมอยู่ในใจเรา และลูก..อาจไม่ใช่ลูกจริงๆ ที่เราคลอดออกมา แต่เป็นสัญลักษณ์บางอย่างข้างในเราเช่นกัน เรามีทั้ง 3 ด้าน ในจิต ในความคิด ในพฤติกรรม หากดูแล้ว/อ่านแล้ว มีอารมณ์พุ่งขึ้นมา นั่นเป็นจุดสังเกตว่า เรากำลัง identify กับตัวละครนั้น ถอยออกมาก่อน แล้วมองใหม่ มองภายใน เรากำลังสื่อสารกันในเชิง “สัญลักษณ์”

ต่อมาทอมสละชีวิตปกป้องครอบครัว เขาให้จี้ที่มีจุดกลมๆ อยู่ตรงกลาง และมีวงกลมล้อมรอบหลายๆ ชั้น ภาษาแบบยุงเกียนนั่นก็คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่ง เดอะ เซลฟ์ ศูนย์กลางของแต่ละคนอยู่ภายใน อย่าสูญเสียความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกับ เดอะ เซลฟ์/ เซ็นเตอร์ของแต่ละคน

bird-box-2.jpg

มัลพาเด็กทั้งสองลงเรือล่องไปตามแม่น้ำเพื่อจะไปตามหาชุมชนที่ปลอดภัย เธอยังพานก 3 ตัวใส่กล่องไปด้วย มัลให้เกิร์ลสะพายติดตัวไว้ นก 3 ตัว เปรียบได้กับ สัญชาตญาณแห่งชีวิตของมัล เกิร์ล และบอย

ตอนนี้การฝึก “ไม่มอง ไม่รับอิทธิพลจากภายนอก” และจูนกับภายในทำได้ดีแล้ว แต่พอล่องเรือออกมา ก็เริ่มมี “เสียง” ของผู้ชายคลั่งที่พยายามล่อลวงและเข้ามาทำร้าย มัลปราบเสียงนั้นลง แต่ก็ต้องเสียอาหารและผ้าห่มลอยไปกับเป้ การต่อสู่กับเรื่องพวกนี้มันต้องใช้พลังชีวิต

ไคลแมกซ์ของเรื่องสำหรับเราคือ ฉากที่มัลบอกเด็กทั้งสองว่า “มันไม่มีทางอื่น ช่วงต่อไปน้ำจะเชี่ยวกรากมากอันตราย เธออยากจะให้เด็กคนหนึ่งมองทาง” แต่ในใจก็รู้ว่า คนที่มอง ก็จะหลอนและตายในที่สุด ลูกชายแท้ๆ ของเธออาสาจะมองทางให้ แต่เธอห้าม การที่เธอห้ามก็เท่ากับกดดันให้เด็กหญิงที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ เป็นคนอาสาที่จะมอง เด็กแสดงได้ดีมาก เธออาสาแต่เธอก็รู้สึกกลัว เพราะถูกสอนมาตลอดว่าไม่ให้มอง มองแล้วตาย

แล้วมัลก็เกิดภาพย้อนอดีต เป็นตอนที่เธอให้ตุ๊กตากับโอลิมเปีย แม่แท้ๆ ของเด็กหญิง ความห่วงใยและเอื้ออารีมันกระตุ้นกลับขึ้นมา และภาพของทอมที่บอกว่า เขารักเธอ แล้วให้จี้วงกลม ก่อนจะสละชีวิต ความรักและการปกป้องครอบครัวเตือนสติมัล จากที่คิดว่า “มันไม่มีทางอื่น” กลับรู้สึกว่า “มันเป็นไปได้” ไม่ต้องมอง ก็จะผ่านไปได้ ใจที่มีรัก มีหวัง จะเห็นความเป็นไปได้ เธอเชื่อในสัญชาตญาตแม่ของเธอ ไม่ใช่แค่แม่ของบอย แต่ในฐานะแม่ของเกิร์ลด้วย แล้วล่องเรือต่อไปโดยไม่มีใครมอง

1340b62700102d9ae09d139b61baf7ef08c56dd7.jpg

เด็กตกน้ำแต่มัลก็ตามหาพวกเขาเจอด้วยเสียง ต่อมามัลสะดุดกลิ้งตก เด็กๆ กระจัดกระจาย มัลตามหาลูกชายเจอเพราะเสียงกระดิ่ง แต่เด็กหญิงไม่อยากกลับมา เด็กชายบอกว่าเธอกลัวมัล มัลจึงต้องใช้เสียงสื่อสารกับเด็กหญิง ขอโทษที่ห้ามไม่ให้เธอฟังเรื่องราวจากทอม ห้ามไม่ให้เด็กๆ ฝันและเล่นสนุก และไม่คิดว่าเด็กๆ จะได้มีเพื่อน (เพราะโลกภายนอกมันโหดร้าย) แล้วเด็กหญิงก็เดินกลับมาหาแม่จนเจอ พวกเขาสื่อสารกันด้วยความรักและห่วงใย

ต่อมาเสียงที่ผิด ที่คอยลวงหลอกให้มัลมองโลกภายนอก ก็ถาโถมเข้ามา คราวนี้มาด้วยเสียงของทอม (ที่ตายไปแล้ว) แต่เธอรู้ สัญชาตญาณเธอเข้มแข็งไม่ใจอ่อน มัลเดินตามเสียงของนกในป่านั้นไปจนพบชุมชนคนตาบอด ที่นั่นเป็นสัญลักษณ์ของผู้คนที่เชื่อมโยงกับโลกภายใน และมีเสียงธรรมชาติที่รักอิสระ หรือนกน้อยเหล่านั้น คอยช่วยระวังภัยเตือนสติให้รู้ตัวเวลาที่มีเสียงไม่ดีเข้ามา

มัลพบกับคุณหมอที่ตรวจครรภ์ให้เธอตั้งแต่ต้นเรื่อง มัลเรียกตัวเองว่า “แม่” เป็นครั้งแรก และตั้งชื่อให้เด็กทั้งสองว่า โอลิมเปีย และ ทอม เด็กๆ มีเพื่อน แล้วนกสีฟ้าในกล่องก็เป็นอิสระ

สรุปจากหนัง
การมองภายนอก รับอิทธิพลจากโลกภายนอกมากไป อาจเป็นพิษและนำไปสู่การทำลายตัวเอง

เสียงวิจารณ์ อคติ ไม่น่าฟัง แต่มักจะถูก (คงไม่เสมอไป) ช่วยเตือนสติ แต่เราต้องแยกแยะ และไม่ลืมที่จะฟังเสียงของความรัก

บางครั้งเพราะรักและกลัวจึงปกป้องมาก (มัลช่วงต้นปกป้องและกันครอบครัวออกห่างจากชีวิต) และบางครั้งเพราะรักและอยากปกป้องมากจึงเสียสละ (ทอมปกป้อง สละชีวิตเพื่อให้พวกเขาได้ใช้ชีวิต) การปกป้องมีหลายแง่มุมแต่มันต่างกัน บางครั้งก็จำเป็นต้องกันออกมาก่อน แข็งแรงก็ค่อยออกไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเฟสของชีวิต เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณภายใน หาความพอเหมาะขอตัวเอง สิ่งที่สำคัญคือใจที่มีรัก มีหวัง จะเห็นความเป็นไปได้ และมีพลังสู้ต่อ

แต่ถึงจะหยุดมอง (มองภายนอกน้อยลง) แล้วเชื่อมต่อกับสัญชาตญาณภายใน ก็จะพบว่ามีทั้งเสียงที่ดีและเสียงที่เป็นพิษอีกเช่นกัน การมีสติ แยกแยะ และเดินไปตามทางที่เชื่อ อย่างในเรื่องนี้คือเดินไปตามสัญชาตญาณชีวิต สัญชาตญาณแม่ เสียงของนก เสียงของลูก เสียงเตือนของทอม เสียงของริกที่บอกทางมาชุมชน สิ่งนี้ทำให้พวกเขารอด

 

หา Center ให้เจอ อย่าให้อิทธิพลจากภายนอกมาทำลายจิตวิญญาณและตัวตนที่แท้จริงของเรา

……

เครดิตภาพ

Netflix.com

ภาพรวมดารา https://www.express.co.uk/entertainment/films/1058045/Bird-Box-Netflix-review-Sandra-Bullock-reviews

ภาพ The Last Supper introducingmilan.com

……

creativecommonslicense.jpg งานนี้เผยแพร่ภายใต้ลิขสิทธิ์ Creative Commons แบบ Attribution Non-commercial Share Alike (by-nc-sa) โดยผู้สร้างอนุญาตให้ทำซ้ำ แจกจ่าย แสดง และสร้างงานดัดแปลงจากส่วนใดส่วนหนึ่ง ของงานนี้ได้โดยเสรี แต่เฉพาะในกรณีที่ให้เครดิตผู้สร้าง ไม่นำไปใช้ในทางการค้า และเผยแพร่งานดัดแปลงภายใต้ลิขสิทธิ์เดียวกันนี้เท่านั้น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s