วิเคราะห์ BLADE RUNNER 2049 (edit Word Association, Cells..Cells, Interlinked..Interlinked)+Short films

Blade Runner

Spoiler Alert!
ช่วงนี้มีหนังน่าดูเยอะ Blade Runner เนื้อหาน่าสนใจกว่าที่เห็น แต่ดำเนินเรื่องแบบไม่เอาใจคนดู มีคนลุกเข้าลุกออกจากโรงเยอะสุดเท่าที่เคยเจอ (ประสบการณ์ส่วนตัวนะ) ภาวะ Boredom/Lifeless/Nothingness/Dreadful/Disconnect อาจจะเป็นสิ่งที่เขาอยากให้คนดูรู้สึก จะได้เข้าใจความรู้สึกของพระเอกมากขึ้นก็เป็นได้  ถ้าชอบดู Ghost in the Shell, What Happened to Monday?, Mother!, Arrival, the Matrix, I-Robot, A.I. คงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูเรื่องนี้ด้วย โพสท์นี้จะวิเคราะห์เชิงสัญลักษณ์, ขยายความเรื่อง Word Association, บทกวี และมี clips หนังสั้น 3 เรื่องของ Blade Runner ด้วยK

K

มนุษย์เทียมที่ถูกสร้างมาเพื่อ kill ชื่อ K เขาถูกผลิตและโปรแกรม Purpose ในความจำ “ฆ่ามนุษย์เทียมรุ่นเก่าที่ควบคุมไม่ได้ เพื่อปกป้องมนุษย์” เขามีความทรงจำเทียม ด้วยความเชื่อว่าเขาเป็นเด็กที่เกิด ไม่ใช่เด็กที่ถูกผลิต และด้วยความหวังที่จะได้พบกับพ่อ จึงออกเดินทางค้นหา ทั้งหาพ่อและหาตัวตน แต่มารู้ทีหลังว่านั่นเป็นความทรงจำของคนอื่น ปวดจิตแต่ก็แสดงสีหน้าได้ไม่มากนัก

หลังจากรู้ความจริงว่าความจำนั้นไม่ใช่ของเขา K ถูกกลุ่มมนุษย์เทียมกบฏพยายามจะให้ Purpose ใหม่ นั่นคือการปกป้องพวกเดียวกันด้วยการขอให้ไปฆ่า Deckard (Harison Ford) ที่อาจเปิดโปงฐานที่ซ่อนของกลุ่มกบฏและจะทำให้พบเด็กพิเศษที่เกิดจากพ่อแม่มนุษย์เทียม ซึ่งก็คือลูกของเดการ์ดเอง อีกครั้งที่ K ถูกสั่งให้ “ฆ่า เพื่อ ปกป้อง”

**ตอบข้อสงสัย ม้าตัวนั้นก็คือ K อัศวินม้าขาว (อัศวินม้าไม้) ที่มาช่วยเจ้าหญิงให้สมหวัง ช่วยลูกสาวของเดการ์ดให้ได้พบกับพ่อและออกไปจากกรอบ/กรง มีภาพสะท้อนของพีน็อกกีโอเด็กชายที่สร้างจากไม้ และอยากเป็นเด็กจริงๆ ในบทของ K  เขียนเพิ่ม 9/10/17 **

Dekard

Rick Deckard
นามสกุลมีเสียงพ้องกับ René Descartes นักคณิตศาสตร์และปรัชญา สรุปแนวคิดเด่น “ฉันคิด ดังนั้นฉันดำรงอยู่, สิ่งที่เห็นด้วยตา อาจบิดเบือน แต่ฉันตัดสินรับรู้ได้ด้วยใจ” [เขียนเพิ่มในวันเดียวกัน “ใจ”ในที่นี้ คือ จิต mind  ที่มีนัยไปทาง intellectual มากกว่าจะหมายถึง หัวใจ heart แนวคิดของเดการ์ตไม่ใช่แนวโรแมนติก]

“And so something which I thought I was seeing with my eyes is in fact grasped solely by the faculty of judgment which is in my mind.”


The Wax Argument, in Meditations on First Philosophy. 1641

จุดนี้แสดงให้เห็นถึงการดำรงอยู่ของจิตสำนึก และ Ego หรือใช้ภาษาอีกแบบหนึ่งเรียกว่า มีจิตวิญญาณ Soul เทียบกับตัวละคร Rick Deckard เขามีจิต คิดเองได้ และมีความรักต่อภรรยา (เรเชล) เขาจึงไม่ใช่มนุษย์เทียม และดังนั้นจึงมีความสามารถที่จะให้กำเนิด มีความเป็นคน มากกว่าคนในยุคนั้น

Joshi_Lov

Joshi vs LOVE

LOVE & JOI
LOVE สมุนเอกของ Wallace เจ้าของบริษัทผลิตมนุษย์เทียม ฆ่า JOI ความสุขเทียมและความรักเทียมของ K และยังฆ่ารักแท้ Lt. Joshi (Robin Wright) หัวหน้าของ K คนที่รักเขา ปล่อยให้เขาหนีไป และยอมตายเพื่อเขา เธอปล่อย K ไป เช่นเดียวกับที่ Deckard ต้องปล่อยให้ลูก-เมียไป เพื่อซื้อโอกาสรอดแก่พวกเขา นี่คือความรักการปกป้องในแบบมนุษย์..ความเสียสละ ยัยLOVE ในเรื่องเป็นตัวแทนของรักเทียม ด้านตรงข้ามของความรัก

Joi

JOI

Purpose
ต่อมา K ระลึกได้ถึงความรื่นเริงอันจอมปลอมของ JOI ผ่านโฆษณา ที่ถูกสร้างมาให้พูดและทำ เพื่อเอาใจลูกค้า ความเจ็บปวดกระตุ้นให้สำนึกและคิดเองได้ เขาจึงเลือกที่จะทำตามที่เขาเชื่อ Purpose เกิดขึ้นจากจิตใจของเขาเอง เขาเดินทางออกไปเพื่อปกป้องDeckard ยัยLOVE ความรักจอมปลอม ต้องตายไป (ซึ่งก็คือความรักจอมปลอมของ Wallace พ่อผู้สร้างมนุษย์เทียม) เพื่อรักษารักแท้ ความรักของพ่อผู้สร้างตัวจริง Deckard

Wallace

Wallace

Being a Human


ด้านตรงข้ามของการฆ่า คือการปกป้อง (Kill vs Protection) และด้านตรงข้ามของความเห็นแก่ตัว อย่างเช่นหญิงตาบอดผู้นำมนุษย์เทียมกบฏที่คิดแต่จะปกป้องตัวเอง ก็คือการเสียสละ (Selfish vs Sacrifice) สิ่งที่เรียกว่า ALTRUISM หรือการทำความดีเพื่อผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ส่วนใหญ่ น้ำใจและความดีงาม ช่วยให้สังคมยังคงดำรงอยู่ได้ ความสามารถที่จะเข้าอกเข้าใจ เห็นใจผู้อื่นอย่างที่ K มีต่อ Deckard และลูกสาว คือ Empathy     ความเจ็บปวดที่ JOI ถูกทำลาย ความผิดหวังที่เขาไม่ใช่เด็กคนนั้น คือ Feeling     การแยกแยะและเลือกเส้นทางของตัวเอง คือ Purpose     การปกป้องและการช่วยเหลือผู้อื่นแม้ตัวเองจะต้องตายก็ตาม คือ Altruism

หนังเรื่องนี้ได้นำเสนอองค์ประกอบของความเป็นคน ที่เหมือนว่าจะเลือนหายไปในยุคสมมุตินั้น สะท้อนสังคมปัจจุบัน? แม้ว่าจะเกิดเป็นมนุษย์เทียม แต่เมื่อ K มีความคิดของตัวเอง มีหัวใจและจิตวิญญาณ เขาจึงตายในฐานะมนุษย์แท้

Word Association
ฉากที่ K กลับจากภารกิจแล้วต้องเข้าทดสอบ มีเสียงอ่านบทกวีของ Nabokov แล้ว K ต้องพูดทวนซ้ำคำ เช่น Cells ….​Cells Interlinked…Interlinked เรียก Word Association

เรื่องการพูดไปเรื่อยๆ เรื่องปม มีการศึกษาและนำเสนอมาก่อนนานแล้ว แต่ C.G. Jung เป็นคนต่อยอด ด้วยการคิดค้นเทคนิกนี้ขึ้นมา โดยทำการทดลอง เตรียมกลุ่มของคำคีย์เวิร์ด มีผู้อ่านคำ ผู้รับการทดสอบจะต้องพูดทวนคำนั้นซ้ำทันที* มีการจับเวลา ยุงพบว่าถ้าไม่มีอะไรก็จะพูดโต้ตอบคำนั้นได้อย่างคล่องแคล่ว* แต่ถ้ามันไปสะกิดใจจะมีการโต้ตอบต่างไป เช่น ตอบช้าลง ไม่ตอบ หรือตอบคำอื่นที่แปลกๆ เป็นต้น (มีรายละเอียดอีกมาก) เขาว่ามันไปสะกิดโดนปมเข้าให้ *[ที่จริงแล้วพูดคำว่าอะไรก็ได้ จะทวนคำเดิมก็ได้ พูดคำอื่นก็ได้ แต่ในหนังเรื่องนี้ให้พูดทวนซ้ำ เหมือนโปรแกรมหรือหุ่นที่ตอบตามสั่ง ไม่ต้องมีความคิดเห็นของตัวเอง แต่การที่พระเอกตอบเป็นอื่น มันก็บ่งชี้ว่าเขาเริ่มมีความเป็นเอกเทศ อธิบายเพิ่ม 28/10/17]

complexes เป็นคำกลางๆ แต่ส่วนที่น่าสนใจก็คือปมที่เป็นปัญหา การทดสอบนี้แรกเริ่มนำมาใช้ประเมินผู้ป่วยทางจิต ต่อมาตำรวจขอให้เขาช่วยประเมินผู้ต้องสงสัยเหตุฆาตรกรรม และนำไป
พัฒนาเป็นเครื่องจับเท็จ ยุคปัจจุบันถูกใช้แพร่หลาย เช่นการประเมินทางบุคลิกภาพโดยทั่วๆ ไป

เนื้อหาในบทกวี ถูกทำให้เข้าใจเผินๆ ว่าเป็นการประเมินจิตหลังการออกปฏิบัติหน้าที่โหดๆ กลับมา แต่เรามองว่าเป็นการแอบเช็คว่ามี “Soul, Identity, ความเป็นตัวของตัวเอง” เกิดขึ้นในร่างมนุษย์เทียมหรือยัง?

อ่ะ.. เช็คตัวเองดู ท่อนที่ใช้ในเรื่องอยู่ตอนท้ายๆ

I can’t tell you how
I knew-but I did know that I had crossed
The border. Everything I loved was lost
But no aorta could report regret.
A sun of rubber was convulsed and set;
And blood-black nothingess began to spin
A system of cells interlinked within
Cells interlinked within cells interlinked
Within one stem. And dreadfully distinct
Against the dark, a tall white fountain played.

จาก Pale Fire (1962) โดย Vladimir Nabokov

หนังสั้น 3 เรื่อง เป็นเนื้อหาก่อนปี 2049

 

 

 

หนังที่มีอะไรคล้ายๆ กับเรื่อง Blade Runner อ่าน Ghost in the Shell

Reference:
1. Meditations on First Philosophy With Selections from the Objections and Replies, Edited by John Cottingham
2. https://en.wikipedia.org/wiki/Meditations_on_First_Philosophy
3. Vladimir Nabokov: Poetry and the Lyric Voice, By Paul D. Morris
4. https://en.wikipedia.org/wiki/Pale_Fire

Photo credit: IMDB

 

 *****นำไอเดียไปใช้ได้แต่กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มานิดนึงนะคะขอบคุณหลายๆ *****

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s