วิเคราะห์หนัง MOTHER! มารดา

SPOILER ALERT! มีเนื้อหาของหนังเรื่องมารดา

Mother_Poster.jpg

โอ..มุมกล้องเต็มไปด้วยความรักและเชิดชูความงามของนางเอกขั้นสุด ถ้ายลความสวยของเธอแล้วอยากเข้าใจ MOTHER! มากขึ้น ลองมาดูจากมุมจิตวิทยา Jungian กัน หากเปรียบจิต Psyche ของคนเราเป็นเหมือนบ้าน แล้วนางเอก พระเอกในเรื่องนี้คืออะไร? เขาทั้งสองเป็นภาพของอาร์คีไทป์ และแสดงคุณสมบัติออกมาผ่านนิสัยของพวกเขา และผ่านตัวละครที่เป็น Shadow อีกมากมายในเรื่อง …

อาร์คีไทป์ที่กำลังพูดถึงคือ แอนิมา (Anima) ด้านเฟมินินในจิตใจผู้ชาย และแอนิมัส (Animus) ด้านแมสคิวลินในจิตใจผู้หญิง หรือมองตามปรัชญากรีก นางเอกในเรื่องแทน อีรอส (Eros) ความรัก อารมณ์ และพระเอกแทน โลกอส (Logos) เหตุผล ถ้อยคำ เมื่อถอยกลับมามองในระดับ principle หรือมองเชิงสัญลักษณ์จะเริ่มเห็นเค้า ทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

Anima/Eros
หากบ้านหลังนั้นคือจิตใจของกวีชายคนหนึ่ง ภายในเขามีนางเอก/ด้านเฟมินิน/แอนิมา/อีรอส แสดงโดย Jennifer Lawrence เธอปรากฏโฉมราวกับเทพีอะโฟรไดตี้/วีนัส ตัวแทนของความงดงาม ความรัก เซ็กซ์ ลักษณะเด่นของคุณสมบัติเฟมินินได้แก่ ความรัก ความรู้สึก ความอ่อนโยน ความสัมพันธ์และการเชื่อมต่อกับโลกในจิตใจ ในอดีต..ผู้หญิงเป็นแม่บ้าน ครัวคือสถานที่สร้างสรรค์ของเธอ บ้านคือเขตปกครองของเธอ ลูกและบ้านคือหน้าที่หลักของแม่ที่ต้องดูแล (มนุษย์เป็นแบบนี้มายาวนาน ปัจจุบันสังคมเปลี่ยน แต่ก็ยังเห็นอยู่) ด้านเฟมินินในเรื่องนี้ค่อนข้างจะขี้กลัว และยอมตามมาก (submissive) ซึ่งถ้ามากเกินไปจะกลายเป็นอ่อนแอ และเมื่อเธอมีลูก จากเมียจึงกลายเป็นแม่ “Mother archetype” อาร์คีไทป์แม่ ผู้ให้กำเนิดชีวิต ความรักอย่างไร้เงื่อนไข ดูแลฟูมฟักทารกน้อย และปกป้องเขาจากภัยอันตรายภายนอก แต่การปกป้องหวงลูกมากเกินไปก็ไม่ดี กลายเป็นด้านมืดของอาร์คีไทป์นี้

(ย่อหน้านี้เขียนเพิ่มในวันเดียวกัน) ทำไมนางเอกกินผงสีเหลืองๆ น้ำตาลๆ ?  เมื่อหนังเปรียบเปรยว่านางเอกคือบ้านหลังนั้น เธอคือภาชนะแห่งจิต (soul) ซึ่งก็เป็นอีกความหมายหนึ่งของคำว่า anima เธอผสมดินและเทผงสีน้ำตาลเพื่อซ่อมแซมตกแต่งบ้าน และเมื่อตัวเธอเองคือบ้านหลังนั้น ตอนที่รู้สึกไม่ดีเธอซ่อมตัวเองด้วยการเทผงๆ นั้นลงน้ำแล้วดื่ม หนังทำให้คนดูเขว เข้าใจว่าเธอเสพยา เราคิดว่า ผงสีน้ำตาลคือฝุ่นดิน dust/clay/soil/earth  ซึ่งมีสีสันเหมือนผิวคน สีสันยังแทนอารมณ์ ความรู้สึกอีกด้วย ทั้งดินและอารมณ์ต่างก็เป็นคุณสมบัติของเธอ anima/eros/mother earth/แม่ธรณี เมื่อนางเอกตั้งท้อง เธอสมบูรณ์แล้ว ไม่ต้องใช้มันอีก เขียนไว้ประมาณนี้ละกัน

Venus.jpg

ตัดมาจากภาพ The Birth of Venus by Botticelli 1486

Animus/Logos
หากมองกวีชายคนนั้นเป็นมนุษย์ เขาคืออีโก้ของจิตใจ แต่หากมองเป็นอาร์คีไทป์ เขาคือด้านแมสคิวลิน/แอนิมัส/โลกอส แทนตรรกะ ถ้อยคำ การแยกแยะ เด็ดขาด ความเข้มแข็ง ความริเริ่มสร้างสรรค์ ในอดีตผู้ชายออกไปทำงานนอกบ้าน การเชื่อมโยงกับโลกภายนอกจึงเป็นคุณสมบัติของแอนิมัส จึงมีแต่พระเอกที่เดินออกไปนอกบ้าน วุ่นวายกับผู้คน แต่ในมุมจิตวิทยา เมื่อกวีเขียนงานไม่ออก เขากลับมาเชื่อมโยงกับโลกภายใน อยู่แต่ในบ้าน (ในจิต) ใช้เวลาอยู่กับแอนิมาหาแรงบันดาลใจ แต่ด้านแมสคิวลินในเรื่องเย็นชามาก (cold & heartless) เป็นด้านมืดของอาร์คีไทป์นี้ เขาเขียนงานไม่ออกและไม่มีอารมณ์ทางเพศ (create ไม่ได้ไม่มี passion) เป็นภาวะดักดานทางจิต (stagnation) ที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อสามีกลายเป็นพ่อ “Father archetype” พ่อผู้สร้างชีวิต และพ่อในมุมของคุณสมบัติ คือผู้สร้างสรรค์ (creator) ให้กำเนิดสิ่งต่างๆ เช่นในเรื่องนี้คือบทกวี และแชร์ออกไปสู่โลกภายนอก

Javier.jpg

เราต่างก็มีคุณสมบัติทั้งเฟมินิน แมสคิวลิน ความเป็นพ่อ ความเป็นแม่ อยู่ในจิตใจ ไม่เนื่องด้วยรสนิยมทางเพศ เพียงแต่จะมีด้านที่เด่นและใช้มากกว่าในชีวิตประจำวัน และมีด้านที่ด้อยและใช้น้อยกว่าอยู่ข้างใน

SHADOW
คราวนี้มาดูด้านมืดกันบ้าง อยู่ๆ มีชายใกล้ตาย (Ed Harris) กับหญิงร่านราคะ (Michael Pfeifer) เข้ามาในบ้าน ตัวละครสองตัวนี้เปรียบได้กับ Shadow ถ้าเขียนงานไม่ออกพระเอกก็เปรียบเหมือนคนใกล้ตาย  ชายป่วยคนนี้ยังทำลายแก้วคริสตัลที่แทนความหวังของพระเอกแตกสลาย ส่วนนางเอกไม่ได้รับความสนใจ ไม่มีเซ็กซ์กับสามี ด้านตรงข้ามของเธอได้แสดงผ่านบทของภรรยาผู้มาเยือน  ผู้หญิงที่ยั่วยวน ไม่สนกฎ กล้าเปิดเผย ทำบ้านเละเทะ ความปรารถนาของนางเอกแสดงออกผ่านด้านตรงข้ามนี้ ดังนั้นนอกจากไฟปรารถนาที่ถูกปลุก มุมมืดของความรักก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาด้วย นั่นคือความอิจฉา และความหึงหวง

ลูกชายสองคนของคู่สามีภรรยาแปลกหน้าบุกเข้ามาในบ้าน เป็นตัวแทนของเนกาทีฟแอนิมัส หรือด้านแมสคิวลินที่ไม่ดีล่วงล้ำเข้ามาในจิต พวกเขาทะเลาะแล้วฆ่ากันตายเพราะความอิจฉาที่พ่อแม่รักลูกไม่เท่ากัน คนหนึ่งได้รับความสนใจมากกว่า อีกคนรู้สึกถูกทอดทิ้ง ทำให้นึกถึงตำนานศาสนาคริสต์เรื่อง Cain & Abel เคนฆ่าเอเบิลเพราะอิจฉาน้อง [ธีมเดียวกันนี้พบในตำนานที่เก่าแก่ยิ่งกว่า เช่นของอียิปต์ 30/9/17] กลับมาที่หนังเรื่องนี้ นางเอกกำลังรู้สึกว่าสามีไม่สนใจ ถูกทอดทิ้ง จึงเป็นเหตุให้ด้านมืดของแอนิมัสบุกเข้ามาในจิต ชายที่ฆ่าน้องเป็นตัวแทนของ ความโกรธ ความไม่พอใจที่ถูกทอดทิ้ง และความอิจฉา ซึ่งก็มีอยู่ในอารมณ์ของนางเอกเอง (ตัวละครอีกตัวที่แทนความอิจฉาได้แก่ บก.สาว คนที่ตีพิมพ์หนังสือของพระเอก)

ต่อมาเป็นการไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต มีคนเข้ามาในบ้านอีกหลายคน พระเอกพูดว่า แต่ละคนก็แสดงถึงสิ่งที่ “เก็บกด” ออกมา คู่ที่เด่นคือชายหญิงที่มาพลอดรักในห้องนอนของนางเอก นั่นไม่ใช่ความปรารถนาลึกๆ ของตัวเธอเองหรอกหรือ? และชายหญิงที่มาขย่มอ่างล้างจานคู่นั้น พวกเขา “เอาแต่ใจ ป่วน ไม่ฟังเธอ” ด้านตรงข้ามกับนางเอก มีอีกตัวที่น่าสนใจคือ ชายคนที่เหมือนเป็นสาวกของพระเอก มายืนเจิมหน้าผากทำตัวเป็นเจ้าลัทธิ นี่ก็เป็นด้านมืดอีกตัวของฝั่งพระเอกเอง ละไว้เท่านี้

The Unity of Opposites
หลังจากขับไล่แง่มุมมืดๆ พวกนั้นออกไปจากจิตใจหมดแล้ว นางเอกแสดงอารมณ์ความรู้สึกกับพระเอกอย่างตรงไปตรงมาเสียที เธอโกรธและเธอต้องการ นี่คือสิ่งที่ควรเป็น เพราะแอนิมาควรแสดงอารมณ์ และเมื่อฟังก์ชันทำงานตามปกติ พวกเขามีเซ็กซ์กัน เกิดการรวมกันของขั้วตรงข้าม (Anima+Animus, Eros+Logos) รวดเร็วปานสายฟ้านางเอก “ตั้งท้อง” ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่พระเอกบอกว่ามีอารมณ์ที่จะเขียนบทกลอน “ไอเดียใหม่ แรงบันดาลใจใหม่ๆ บังเกิด” เป็นความหมายเปรียบเปรยของการตั้งครรภ์ (conceive) นางเอก/แอนิมา/อีรอส คือแรงบันดาลใจในการเขียนกวีบทใหม่ของเขา เมื่อความคิดรวมกับความรู้สึก เมื่อถ้อยคำมารวมกับแพชชั่น แรงสร้างสรรค์เกิด

Death & Rebirth
วันต่อมาคนบุกเข้ามาในบ้านอีก โลกภายนอกรุกล้ำเข้ามาในจิตใจมากเกินเต็มบ้านไปหมด ผู้คนบูชาพ่อผู้สร้างสรรค์ จนกลายเป็นลัทธิ การปล่อยให้โลกภายนอกมาวุ่นวายกับโลกภายใน ไม่ค่อยจะดีแล้ว ช่วงแรกมีแต่พวกที่ชื่นชม จากนั้นพวกก้าวร้าวก็บุกเข้ามา ทำลายบ้าน ฆ่าลูกที่เพิ่งคลอดของพวกเขา สิ่งดีๆ ที่เพิ่งเกิดถูกฉีกเนื้อออกเป็นชิ้นๆ กัดกิน ลองเปรียบเด็กคนนี้กับงานสร้างสรรค์ดูสิ กว่าจะออกมาได้แต่ละชิ้นไม่ง่าย มีคนชื่นชอบ แต่สุดท้ายแร้งลงพยายามจะทำลาย ย่ำยีทั้งลูก (ผลงาน) ย่ำยีทั้งร่างกายและหัวใจของผู้เป็นแม่ โลกภายนอก (mass) ก็เป็นเช่นนี้ แต่ถึงจิตใจจะมอดไหม้ ความรู้สึกปวดร้าว แต่อาร์คีไทป์แห่งการสร้างสรรค์ จะไม่หยุดสร้าง ผลึกแก้วจากหัวใจของผู้เป็นแม่ ความรักอย่างไร้เงื่อนไขและความหวังไม่เคยตาย และเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ

อ่าน “Noah” งานวิเคราะห์ภาพยนตร์อีกเรื่องที่กำกับ โดย Darren Aronofsky

Footnote:
ตามตำนานกรีก Eros เป็นลูกของ Aphrodite (โรมันเรียก Cupid ลูก Venus) แต่ในที่นี้เรากำลังพูดถึง “Eros คุณสมบัติของความรักและด้านเฟมินิน”

Photo Credit:
http://www.perezhilton.com
en.wikipedia.org/wiki/The_Birth_of_Venus
http://www.comingsoon.net

 

*****นำเนื้อหาไปใช้ได้ แต่กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มานิดนึงนะคะ ขอบคุณหลายๆ *****

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s