Dr. Strange: แอปเปิล วังวน ความตาย

Spoiler Alert! มีเนื้อหาของเรื่อง ดร. สเตรนจ์ จอมเวทย์มหากาฬ

d-strange-poster.jpg
ถ้าได้ดูเรื่อง Alice Through the Looking Glass แล้วดูเรื่อง Miss Peregrine’s Home for Peculiar Children ก็จะได้ศัพท์มาสองคำ คือ โลกหลังกระจก กับวังวน (Loop) ซึ่งนำมาต่อยอดกับเรื่อง Dr. Strange ได้ เหมือนว่าการจัดโปรแกรมหนังโลก มีการวางแผนไว้อย่างดี ตอนแรกกำลังจะเขียนเรื่อง Miss Peregrine* แต่หยุดไว้เพราะเป็นวันที่ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 นี่ก็ผ่านมา 2 สัปดาห์แล้ว คงต้องวางงานของ Tim Burton ลง แล้วข้ามมาเขียน Dr. Strange เลยละกัน คัดเฉพาะจุดที่เราสนใจ สำหรับเรื่องการหยิบยืม “พลัง” มาใช้นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ประเด็นนี้ขอผ่าน

ฉากที่ ดร. สเตรนจ์ กินแอปเปิล แล้วแอบเปิดคัมภีร์ต้องห้าม เดิมๆ เหมือนอดัม-อีฟลักลอบกินผลไม้ต้องห้ามจากต้นไม้แห่งความรู้เรื่องความดีและความชั่ว ดร. สเตรนจ์ หัวไวเรียนรู้พลังในการควบคุมเวลา ด้วยอำนาจของดวงตาแห่งอินฟินิตีและคาถา จึงย้อนอดีต-เร่งอนาคตได้ สามารถย้อนความเยาว์-เร่งให้แก่ ซึ่งช่วยชีวิตหรือฆ่าให้ตายได้ ด้วยคาถานี้เขาสามารถสร้างลูปของห้วงเวลาให้กับสิ่งต่างๆ (พลังเยอะกว่า มิส เพริกริน สงสัยต้องไปเนปาล) ดร. ยังฉลาดพอจะย้อนให้หน้าหนังสือที่หายไปกลับคืนมาอีกด้วย

งงเล็กน้อยว่าทำไมฉากที่ถอดจิตมาสู้กันในห้องฉุกเฉินเจ้าตัวร้ายถึงไหม้ตาย เครื่องกระตุกหัวใจอาจช่วยชีวิตคนได้ แต่สำหรับคนที่หัวใจเต้นปกติดีอยู่แล้วถูกช็อตใส่แรงๆ อย่างเจ้าตัวร้าย ก็อาจช็อคหรือตายได้ แต่ก็รู้ใช่ไหมว่าเนื้อหามันเป็นจินตนาการ ถ้าอยากเข้าใจเรื่องนี้อ่านเพิ่มได้ (1) (2) (3) (4)

Mordo คนที่พา Dr. Strange เข้าไปที่ คามาร์ทาช (มีอธิบายคำนี้ด้านล่าง) ชื่อเขามันบอกใบ้บางอย่างที่ไม่ค่อยจะสว่าง ให้อารมณ์ “ตายๆ มืดๆ” เลยรู้สึกแปลกๆ กับตัวละครตัวนี้ ตอนที่เขาเห็น Dr. Strange ได้ของวิเศษเป็นเสื้อคลุมแดงที่เหมือนคนรักคอยปกป้องห่วงใย บวกกับตอนที่ The Ancient One แต่งตั้งให้ Dr. คุมประตู New York สีหน้าของมอร์โดดูอิจฉา เราว่าด้านมืดครอบงำตั้งแต่ฉากนี้แล้ว พอรู้ว่าอาจารย์ยืมพลังมืดมาใช้ด้วยจึงรับไม่ได้ เพราะโลกของเขา สีขาว-สีดำ แยกขาดชัดเจน มอร์โดเชื่อในกฏแห่งธรรมชาติ ทำอะไรก็จะมีผลตามมา หากนำพลังมืดมาใช้ก็จะต้องจ่ายคืนทางใดทางหนึ่ง เป็นตรรกะที่สมเหตุสมผลดี เขารู้สึกเหมือนถูกอาจารย์ทรยศหลอกลวง เถรตรงมากๆ พอไร้ที่พึ่งพิงทางจิตก็กลับขาวเป็นดำ แต่ละคนทำในสิ่งที่เขาคิดว่า “ถูกต้อง” แต่ถ้าขจัดผู้วิเศษที่รู้วิธีใช้พลังไปจนหมด แล้วจะไม่มีภัยคุกคามโลกอย่างนั้นหรือ? The Ancient One ได้สอนว่า มันมีทั้งพลังสว่างและพลังมืด เราแค่ต้องอยู่เหนือมัน (ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้ แต่ต้องคุมอยู่ ไม่ยอมให้มันใช้เรา)

ในขณะที่มอร์โดเน้นตรรกะ เหตุผล กฏระเบียบ The Ancient One สอน ดร.สเตรนจ์ว่า บางอย่างมันไม่มีเหตุผล ให้ละเหตุผล ละสิ่งที่รู้ทั้งหมด และละตัวตน จึงจะเข้าถึงพลังซึ่งเรื่องนี้ใช้คำเรียบๆ ว่า Energy ดร.เสตนจ์เป็นคนที่อีโก้พองมาก (ego inflation) ดูจากนิสัยที่เขาปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงาน และผู้หญิงที่เขารัก เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง ดูถูกคนอื่น arrogant กร่างมาก วันที่เขาต้องเสียมือที่นิ่งทรงพลังผ่าตัดไม่เคยพลาด เขารู้สึกไร้ค่า ต่ำต้อย เหมือนคนพิการ อีโก้ป่นแหลกเหมือนกระดูกมือแตกๆ ของเขา จนได้มาฝึกฝนกับอาจารย์และเรียนรู้ที่จะละอัตตาลงบ้าง หากจะเอาชนะเจ้า ดอร์มามู ปีศาจสีดำที่กลืนกินทุกสิ่งเหมือนหลุมดำ ซึ่งจัดได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “ความตาย” ดร. สเตรนจ์ ต้องเป็นฝ่าย “เสียสละ ยอมตาย” ตายซ้ำแล้วซ้ำอีกโรคจิตดี จนจอมตะกละมันเข้าใจแล้วว่า ติดอยู่ในวังวน loop ของห้วงเวลาที่ ดร.สเตรนจ์พันธนาการมันเอาไว้ จะไปเขมือบอะไรอีกไม่ได้ตลอดกาล น่าเบื่อจนมันต้องยอมแพ้  ไปก็ได้ เชอะ! แนวคิดที่ว่า ถึงจะรู้ว่าแพ้แต่ก็จะสู้ไปเรื่อยๆ อย่างที่ สเตรจ์สู้กับดอร์มามู ทำให้นึกถึง Captain America และโนบิตะ การพัฒนาจิตส่งผลต่อการฟื้นฟูเยียวยาร่างกายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ กายกับจิตเชื่อมโยงกัน แต่ต่อให้มีจิตที่แกร่งแค่ไหน หากร่างดับจิตก็ดับด้วยอย่างท่านอาจารย์ สุดท้ายท่านก็ต้องยอมรับ “ความตาย” และ ดร. สเตรนจ์ เองก็เช่นกัน จะสู้กับความตายไม่มีทางชนะ ทำได้แค่ต้อง “ยอมรับความตาย…. ยอมตาย” ในแง่เปรียบเปรย ดร.สเตรนจ์ ยอมละอีโก้ของตัวเอง ยอมที่จะแพ้ ในแง่ของทัศนคติ คือการยอมรับสัจธรรม ความตายเป็นส่วนสำคัญของการมีชีวิต ความงามต่างเฉดสีของการเป็นมนุษย์ ดร. สเตรนจ์ยังคงใส่นาฬิกาตายเรือนนั้นที่ข้อมือ แต่ความรักยังอยู่

Kamar-Taj  ไม่ใช่ Karma ที่หมายถึงกรรมในภาษาสันสกฤต แต่ KamarTaj ในภาษาฮินดี แปลแบบสรุปความได้ว่า วงมงกุฎ วงแหวนตรงกลาง หรือวงที่ใช้สร้างห้อง ซึ่งก็คือประตูมิติที่ใช้พลังจิตสร้างขึ้นเป็นทางเชื่อมไปยังที่ต่างๆ ใช้สร้างspace มิติกระจก ใช้เสกอาวุธ ฯลฯ เป็นวงกลมแห่งการสร้างสรรค์ (กำลังนึกถึง The Matrix) ถ้าวงกลมนี้แทน “CREATION” เจ้าดอร์มามู ก็แทน “DESTRUCTION” อันหนึ่งสร้าง ให้กำเนิด เชื่อมต่อ อีกอัน ทำลาย ทำให้ตาย และเมื่อตัวร้ายตัวใหญ่จากไป ตัวร้ายตัวใหม่ก็กำเนิด มอร์โดที่กำลังไล่ทำลายพลังของผู้วิเศษให้หมดไป มาเป็นตัวตายตัวแทนของ “การทำลาย” เพราะเกิด-ตาย สร้าง-ทำลาย สว่าง-มืด มันอยู่คู่กัน (Update ย่อหน้า Kamar-Taj 1/11/16, 11.08 am.)

doctor_strange_poster_3_header-500x500_c.jpg

* ชื่อเดียวกับ Peregrin Took หรือ Pippin เจ้าเหยี่ยวตาคม มือไว

 

Connect with Deepfilm: https://www.facebook.com/blackwhitebooks/

photo credit: http://marvel.com/doctorstrangepremiere

88x31.png

Creative Commons License This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s