Batman vs Superman เมื่อด้านมืดของฮีโร่มาชนกัน

Bat vs Sup

Spoiler Alert! มีเนื้อหาของเรื่อง แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน 

หนังเรื่องนี้ยังกำกับได้ไม่ถึงใจ จัดจังหวะให้อารมณ์หนักแน่นกว่านี้ได้อีก บวกกับส่วนตัวคิดว่า เบน แอฟเฟล็ก ไม่ใช่เล่นไม่ดี แต่เขาดูไม่ดาร์กพอกับบทแบทแมนในเวอร์ชันสลัวๆ นี้ กลับทำให้นึกถึงแบทแมน สไตล์ จอร์จ คลูนี มากกว่า และแบทแมนคนก่อน คริสเตียน เบล ก็เล่นไว้ดาร์กมาก มันเลยออกมาแบบที่มันเป็น สำหรับการวิเคราะห์นั้น มีประเด็นน่าสนใจมากมายทีเดียว ที่จะยกมากล่าวได้แก่ ประเด็นเรื่องด้านมืดของฮีโร่ ประเด็นเรื่องการรับรู้ที่ต่างกันไปตามมุมของตัวเอง และการเข้าฉายช่วงเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่อง “God is Dead”

การจับสองฮีโร่มาปะทะกัน คนหนึ่งเป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีเทคโนโลยีทันสมัย กับหัวใจที่ตายด้านเพราะ พ่อ แม่ และคนรัก ถูกพรากจากไปหมด ความโกรธแค้นคุกรุ่นอยู่เบื้องล่าง แบทแมนเลือกที่จะปกป้องคนภายใต้หน้ากาก เป็นอัศวินมืดหลบเร้นอยู่ในเงา และระบายอารมณ์กับเหล่าวายร้าย กับอีกหนึ่งเป็นเอเลียน มีพลังและร่างกายเหนือมนุษย์ทุกประการ แต่ดันมีจิตใจเยี่ยงมนุษย์ หัวใจคือความแข็งแกร่งและความอ่อนแอที่สุดของซูเปอร์แมน การที่รู้ตัวว่าสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ทำให้หยิ่ง และไม่เกรงกลัวหรือระวังใดๆ จึงกลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกจัดฉากได้โดยง่าย ซูเปอร์แมนจะตรงข้ามกับแบทแมน ในชีวิตประจำวันต้องอำพรางตัวภายใต้แว่นตา ทำเป็นเนิร์ด แต่เผยตัวตนที่แท้จริงตอนออกไปช่วยเหลือผู้คน ตัวจริงที่ชอบใส่กางเกงในสีแดง นอกกางเกงรัดรูป ความกล้าหาญของซูเปอร์แมน ระดับจักรวาลจริงๆ

ด้านมืดของสองรายนี้ คือแต่ละคนก็คิดว่าตัวเองทำสิ่งที่ถูกต้องดีงาม แต่ความถูกต้องของคนหนึ่ง อาจไม่ถูกต้องในสายตาของอีกคน การที่แบทแมนตามสืบเรื่อง เล็กซ์ ลูเธอร์ แล้วถูกซูเปอร์แมนที่เข้าใจว่าแบทแมนกำลังทำเรื่องไม่ดีเข้าขัดขวาง ค้างคาวถูกเด็ดปีก (ปีกรถ) สู้เขาไม่ได้ ทำให้แบทแมนโกรธมาก อีโก้กระเทือนอย่างแรง ถึงกับฝันร้าย ในมุมหนึ่งเป็นเพราะ จริงๆ แล้ว แบทแมนกลัวซูเปอร์แมน เพราะเมื่อเผชิญหน้ากันแล้วรู้ว่า เขาเทียบกับซูเปอร์แมนไม่ได้เลย ความรู้สึกไร้พลัง รู้สึกด้อย มันบาด แถมซูเปอร์แมนยังมาขัดขวางงานของเขา แบทแมนจึงมองฮีโร่ผ้าแดงในแง่ร้าย และหาทางเอาคืน แต่แบทแมนก็ชอบระบายอารมณ์ใส่เหล่าวายร้ายจริงๆ และมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น เป็นฮีโร่แบบดาร์กๆ การที่แบทแมนฝันเห็นผู้ชายมาเตือนว่าซูเปอร์แมนไม่ดี นอกจากจะหมายถึงความกลัวของแบทแมน และโยนด้านมืดใส่ซูเปอร์แมนแล้ว เดาว่าฉากนี้อาจเชื่อมโยงไปสู่เนื้อหาในภาคต่อไป

ทางซูเปอร์แมน เด็กกำพร้าพลังเยอะ ที่รู้ตัวว่าเป็นคนนอก เป็นเอเลียน เขาอยากจะให้คนยอมรับเขา เขาจึงเลือกที่จะทำดี และช่วยเหลือผู้อื่น การโดนจัดฉากให้เหมือนว่าเป็นผู้ร้ายฆ่าชาวบ้าน ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำ การถูกชาวเมืองต่อต้าน คงทำให้เสียใจมาก เปลือกนอกแกร่งกว่าเพชร แต่ความรู้สึกเปราะบาง พอเห็นข่าวประโคมเรื่องแบทแมนทำร้ายร่างกายพวกผู้ร้ายตามอำเภอใจ เขาคงจะคิดว่า คนที่ทำไม่ดีไม่ใช่เขา แต่เป็นแบทแมนคนนั้นต่างหาก แล้วการโยนด้านมืดไปใส่แบทแมนก็เกิดขึ้น ด้านมืดของซูเปอร์แมนที่ว่า บางทีเขาก็ทำพลาด บางทีเขาก็สนใจแต่ผู้หญิงของเขาจริงๆ และเขาก็ทำสิ่งต่างๆ ตามความคิดของตัวเอง เชื่อว่าทำสิ่งที่ถูกต้องจากมุมของเขา อย่างที่เข้าไปขวางแบทแมน เหมือนที่พ่อเลี้ยงที่เสียชีวิตไปแล้ว เคยเล่าให้ฟังเรื่องทำฝายกั้นน้ำ บ้านเขารอดและเฉลิมฉลอง แต่น้ำไปท่วมบ้านเพื่อนแทน ชัยชนะของเรา อาจเป็นหายนะของคนอื่น ถ้าเรามองโลกจากมุมของเราเพียงมุมเดียว มันก็เป็นเช่นนี้ ดูอย่างพนักงานบริษัทเวย์น ไฟแนนเชียล ที่โดนซากตึกทับ แล้ว บรูซ เวย์น/แบทแมน ไปช่วยเขาออกจากซากตึก แต่กลับถูกพนักงานคนนั้นโกรธแค้น หาว่าเป็นเพราะ บรูซ เวย์น เป็นเพราะแบทแมน ซูเปอร์แมน ฯลฯ ที่ทำให้เขาต้องเสียขา เสียลูกและภรรยา เพราะการมียอดมนุษย์ดึงดูดภัยคุกคามเข้ามา แต่ต่อให้ไม่มี ภัยจะไม่เข้ามาเหรอ? เขาไม่ได้มองว่าวันนั้นถูกช่วยชีวิต แต่มองว่าถูกพรากทุกอย่างไป และร่วมมือกับเล็กซ์ ลูเธอร์ เพื่อจัดฉากทำลายสองฮีโร่ คนเราเวลาสูญเสีย ก็อยากจะกล่าวโทษใคร หรืออะไรสักอย่าง หาที่โยนความแค้น ความทุกข์ ไปใส่ หาแพะ หาที่ระบาย แต่ละคนมองโลกจากมุมของเขา แต่ไม่ค่อยมีใครมองเห็นความผิดพลาดของตัวเอง

Lex

เล็กซ์ ลูเธอร์ วายร้ายอัจฉริยะ เชื้อสายเยอรมัน พูดเน้นเรื่อง “God is Dead” พระเจ้าตาย เป็นประโยคเด็ดที่  นักปรัชญาชาวเยอรมัน นิเชอ (Nietzsche) เขียนใน The Gay Science (1882) และ Thus Spoke Zarathustra: A Book for All and None (1883-1885) ในงานชิ้นหลัง มีกล่าวถึง Superman ด้วย นิเชอไม่ใช่คนแรกที่เขียนประโยคแรงเปรี้ยงนี้ แต่งานของเขาโด่งดัง ทำไมดังคงต้องทำความเข้าใจกันเอง กลับมาที่หนัง เล็กซ์ วางแผนฆ่าพระเจ้า และพระเจ้าในที่นี้ก็คือ ซูเปอร์แมน เล็กซ์อยากเป็นพระเจ้า คงคิดว่า ถ้าฆ่าพระเจ้าได้ ตัวเขาเองก็คือพระเจ้า เป็นมนุษย์เหนือยอดมนุษย์ เล็กซ์อยากจะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาด้วยมือของเขาเอง ซึ่งเป็นบทบาทของพระเจ้า เขาจึงชุบซากศพของซอลด้วยเลือดของเขา เพื่อให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตใหม่ที่เขาเชื่อว่าเหนือกว่าซูเปอร์แมน ถ้ามองในมุมจิตวิทยา เล็กซ์เล่าว่าถูกพ่อทำร้ายตั้งแต่เด็ก เขาเกลียดพ่อของตัวเอง พ่อที่มีแรงมากกว่า มีอำนาจเหนือกว่า มีปมเรื่องพ่อและอยากเอาชนะ เมื่อพ่อแท้ๆ ตายไปแล้ว ดังนั้น เป้าหมายในการโยนความแค้นใส่ก็คือ ยอดมนุษย์ เล็กซ์ต้องการเอาชนะชายผู้ยิ่งใหญ่และมีพลัง อย่างซูเปอร์แมน อย่างแบทแมน และอยากจะเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสียเอง จะได้ควบคุมชีวิตตัวเอง คุมทุกอย่างได้ มีพลัง มีอำนาจ ยิ่งใหญ่ที่สุด และไม่มีใครทำร้ายเขาได้ สิ่งที่ซูเปอร์แมน แบทแมน และเล็กซ์ มีร่วมกัน คือ ความกำพร้า แต่ซูเปอร์แมนโชคดีที่สุด เพราะมีพ่อแม่บุญธรรมที่เลี้ยงดูเขาด้วยความรัก เขาจึงเลือกทำดี คนที่สองถูกทารุณทางจิต เห็นพ่อแม่ถูกฆ่า เลือกที่จะทำดีในแบบดาร์กๆ ส่วนอีกคนถูกทำร้ายทางกาย (และใจ) เลือกที่จะเลวบริสุทธิ์

การที่แบทแมนกับซูเปอร์แมนต่อยกันจนเข้าใจ ก็เทียบกับการรับแสงและเงาของกันและกัน เห็นด้านมืดของตัวเองที่โยนไปใส่อีกฝ่าย เห็นความเป็นไปได้ที่จะทำผิดพลาด หรือล้ำเส้นเกินไป ซูเปอร์แมนก็สามารถถูกมนุษย์คว่ำได้เช่นกัน ฮีโร่ “ลดความมั่นใจยิ่งใหญ่ลง” และ “ไว้ใจ” คนอื่นมากขึ้น ซูเปอร์แมนยอมให้แบทแมนไปช่วยแม่ของเขา เพื่อที่เขาจะไปหยุดเจ้าเล็กซ์ ไว้ แต่ละคนทำงานที่ตนถนัด การได้ช่วยแม่ของซูเปอร์แมน ที่ดันมีชื่อเดียวกับแม่ของแบทแมน คือ มาร์ธา (ซึ่งก็คือ Mother/แม่) เป็นเหมือนโอกาสครั้งที่สอง ที่เขาได้ปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกผิด และไร้ค่า ไร้พลัง ที่ไม่สามารถช่วยพ่อแม่ของตัวเองเมื่อตอนเด็กๆ ได้ แบทแมนรักษาแผลในใจของเขา

เมื่อคืนหลังดูหนังจบ พักใหญ่ๆ มีชายแปลกหน้าวชาวต่างชาติพูดกับเราในลิฟท์ (ไม่ใช่ที่โรงหนัง) “Tomorrow is Easter Sunday, God bless you.” เรารู้สึกดีนะ แต่ก็ประหลาดใจ เลยกลับมาเสิร์ชอ่าน เกี่ยวกับวันอีสเตอร์ แล้วก็นำมาเชื่อมโยงกับหนังเรื่องนี้ แบทแมนเข้าฉายก่อนวันอีสเตอร์ ซันเดย์ ซึ่งปีนี้ตรงกับวันนี้ อาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2016 วันอีสเตอร์ คือวันที่พระเยซู หรือพระเจ้าฟื้นคืนชีพ…หลังจากถูกตรึงกางเขนแล้วถูก “หอก” แทงจนสิ้นพระชนม์ ผ่านไป 3 วัน จึงฟื้นคืนชีพ ในหนังตอนจบจะเห็นว่า ดินที่โปรยบนฝาโลงศพของซูเปอร์แมนนั้นลอยขึ้น เดาได้ว่า เขาฟื้นคืนชีพ เป็นการเปรียบเปรยแบบอ้อมๆ ระหว่าง ตัวละคร ซูเปอร์แมน กับ พระเยซู ซึ่งมีแพทเทิร์นหลายอย่างที่สะท้อนกัน การที่ซูเปอร์แมนยอมรับด้านมืดของตัวเอง และยอมเสียสละด้วยการ ใช้ “หอก” พุ่งแทงเจ้าอสุรกาย ปีศาจที่เกิดจาก “ความผยองเกินตัวของมนุษย์” แล้วตายตามไปด้วย เท่ากับเขาละตัวตนเก่าของเขาได้ แล้วเกิดใหม่ (rebirth/resurrection) สมบูรณ์กว่าเดิม

เราก็ยังรู้สึกว่าหนังภาคนี้กำกับไม่ได้ดั่งใจ ยังได้อีก แต่ก็มีอะไรดีๆ ให้เรียนรู้จากมันไม่น้อย

*** สำหรับคนที่คาใจเรื่อง ความฝันของแบทแมน***  updated 20/05/16

ภาวะสลืมสลือกึ่งหลับกึ่งตื่น แล้วมีข้อความจากมิติอื่นแทรกเข้ามาในจิต ไม่ว่ามิตินั้น จะเป็นจิตไร้สำนึกของเราเอง ความคิดความทรงจำ หรือจะเป็น “มิติอื่น” ที่โลกนอกภาพยนตร์อาจจะยังพิสูจน์ไม่ได้ ภาษาที่มนุษย์เข้าใจกันได้เรียกว่า “ความฝัน” หรือ “นิมิต” เป็นคำกลางๆ ไม่ได้เจาะว่า เป็นนิมิตประเภทไหนอย่างไร ซึ่งเราเลือกใช้คำว่า ฝัน!

Deepfilm เขียนจากมุมของ BATMAN สมมุติว่า เราเป็นแบทแมน แล้วอยู่ในภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่น หรือกำลังหลับงีบ แล้วมี ข้อความจากคนแปลกหน้ามาพูดกับเรา พอลืมตาตื่น ได้สติขึ้นมา เราจะเรียกมันว่า “ความฝัน” หรือ “นิมิต” ณ ขณะนั้น แบทแมนเอง ก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วใครที่มาพูดกับเขา  Deepfilm วิเคราะห์จากเนื้อหาเท่าที่ภาพยนตร์ภาคปัจจุบันนำเสนอมาให้ โดยไม่ไปเสิร์ชอ่านเรื่องราวในการ์ตูน หรือบทวิจารณ์ของผู้อื่น นี่เป็นสไตล์ของบล็อกนี้ สด! 

…ย่อหน้านี้กำลังจะ SPOIL เนื้อหาของภาคต่อ (ถ้ามี) หากยังไม่อยากรู้ อย่าอ่าน…

หากมองจากมุมของ The Flash ที่เดินทางข้ามเวลามาเตือนแบทแมน ก็จะเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “การเดินทางข้ามเวลา” แต่ผู้ที่จะรู้เรื่องนี้ คือผู้ที่อ่านการ์ตูน รู้เนื้อเรื่องอยู่ก่อนแล้ว หรือไปอ่านความคิดของคนอื่นมา ในหนังภาคปัจจุบันไม่ได้อธิบายรายละเอียดตรงนี้ คงเพราะอยากให้คนดูสนใจ แล้วรอติดตามต่อไป  

สรุป Deepfilm เลือกใช้คำว่า “ฝันของแบทแมน” ***

 

เครดิตภาพ: www.imdb.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

7 comments

  1. ขอบคุณมากนะคะ ที่เขียนอะไรดีๆแบบนี้
    เพราะปกติแล้วเวลาดูภาพยนต์ก็จะมีแนวคิดคล้ายๆกันแต่ก็มีบ้างที่ยังไม่สามารถคิดได้เป็นระบบ
    การได้มาอ่านบทความต่างๆของคุณทำให้รู้สึก และ เรียนรู้เพิ่มเติมในส่วนเวิเคราะห์
    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    Like

  2. มั่วมากเลยครับ จับประเด็นผิดเกือบหมดเลยอะ โดยเฉพาะเรื่องฝันร้าย มันบ่งบอกเลยว่าคุณไม่รีวิวหาข้อมูลก่อนนั่งเทียนเขียนเอามากๆ

    Like

      1. นั้นไม่ใช่ฝันครับ เดอะแฟรช วิ่งย้อนเวลากลับมาเตือนแบทแมนจริงๆสังเกตุได้จากกระดาษที่ปลิว แต่ขอบคุนที่เขียนบทความดีๆให้อ่านครับ

        Like

      2. เขียนแบบมีวุฒิภาวะแบบนี้ ค่อยน่าอ่านหน่อย

        เข้ามาเติมคำอธิบาย..
        ตามปกติ สำหรับ บล็อก Deepfilm จะเน้นดูแล้วเขียนสด ไม่เน้นไปเสิร์ชอ่านเพิ่ม เพราะไม่อยากไปอ่านเจอเนื้อหาที่ Spoiled หรือไปอ่านการวิเคราะห์ของคนอื่นก่อนจะเขียน มันไม่สนุก แต่อาจมีอ้างอิงบ้างถ้าจะช่วยอธิบายการวิเคราะห์ได้ชัดขึ้น

        แต่ในเมื่อมีผู้มาแย้งสองคอมเมนท์ เพื่อให้ชัดเจนและยุติความสงสัย จึงลองไปอ่านที่อื่นดู เว็บที่ขึ้นมาลำดับต้นๆ อย่างเช่น

        1. Collider.com เขาเขียนว่า “Indeed, Batman’s other dream/hallucination sees a battle armor-clad Ezra Miller as The Flash stepping through a portal to deliver an urgent message to Bruce Wayne at his terminal in the Batcave. The dialogue in this sequence is a bit muddled, but he says Bruce was “right about him,” meaning Superman, and that Lois Lane is the key, and her survival is crucial to…something. Flash also acknowledges that he’s “too early,” seemingly referring to the fact that he’s come across at the wrong point in time to deliver this message.”

        2. อย่างในเว็บนี้ http://www.cinemablend.com ก็เขียนว่า “Dream” และเขียนอีกทีว่า “The ominous warning is Barry Allen.” ตามเข้าไปอ่านดู

        3. เข้าไปเช็คความสามารถของ The Flash หรือ Barry Allen ใน wikipedia ยืนยันความสามารถพิเศษเรื่องความ “เร็ว” และสามารถ “เดินทางย้อนเวลาได้”

        สรุป:
        อธิบายนะน้องๆ … ภาวะสลืมสลือกึ่งหลับกึ่งตื่น แล้วมีข้อความจากมิติอื่นแทรกเข้ามาในจิต ไม่ว่ามิตินั้น จะเป็นจิตไร้สำนึกของเราเอง ความคิดความทรงจำ หรือจะเป็น “มิติอื่น” ที่โลกนอกภาพยนตร์อาจจะยังพิสูจน์ไม่ได้ ภาษาที่มนุษย์เข้าใจกันได้เรียกว่า “ความฝัน” หรือ “นิมิต” เป็นคำกลางๆ ไม่ได้เจาะว่า เป็นนิมิตประเภทไหนอย่างไร ซึ่งพี่เลือกใช้คำว่า ฝัน!

        การที่พี่ ไม่ได้เขียนจากมุมเรื่องการเดินทางย้อนเวลาเพราะสำหรับคนที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อน และดูแค่ภาพยนตร์ที่กำลังฉายอยู่ แล้ววิเคราะห์เลย ก็ไม่แปลกที่จะไม่รู้เกี่ยวกับตัวละครตัวใหม่ Flash ตัวนี้ และยังไม่จำเป็นต้องรู้ รอดูภาคหน้าก็ได้ มันเป็นความสนุกแบบ สดใหม่ และตื่นเต้นทางความรู้สึก ที่คุณอาจไม่เข้าใจ ใครจะเขียนว่าเป็นการย้อนเวลาก็เรื่องของเขา แต่สำหรับ Deepfilm เราเขียนว่า “ฝัน”

        Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s