Song of the Sea เพลงจากทะเล เสียงจากหัวใจ

Screen Shot 2558-05-22 at 11.21.33

เครดิตภาพ: wikipedia

Spoiler Alert!

เห็นแมวน้ำในโปสเตอร์ ก็ตัดสินใจว่าได้เจอกันแน่! แล้วก็ไม่ผิดหวัง แอนิเมชันน่ารักมาก เพลงก็เพราะ และเรื่องราวก็น่าสนใจ มีเนื้อหาใหม่ ธีมสากลมาให้วิเคราะห์สนุกสนานอีกแล้ว

เซียร์ชา (Saoirse) เด็กน้อยลูกครึ่งแมวน้ำที่เกิดมาพร้อมกับการจากไปของแม่ ทำให้พี่ชาย เบน ไม่ชอบน้องตัวเอง เพราะการมีเธอเกิดมาหมายถึงการที่แม่จากไป และพ่อก็กลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึก

เซียร์ชา 6 ขวบแล้วแต่ยังพูดไม่ได้ ในวันเกิดของเธอ เธอเป่าเปลือกหอยที่แม่ให้เบนไว้เป็นของขวัญ เมื่อเป่าจะมีเสียงและมีแสงเหมือนหิ่งห้อยหลายดวงลอยมา แสงนั่นนำเธอไปยังหีบเก็บเสื้อคลุมที่เธอสวมแล้วกลายร่างเป็นแมวน้ำในทะเลได้  พออยู่ในเสื้อคลุม เธอส่งเสียงได้แล้ว

ทะเลเป็นสัญลักษณ์ของจิตไร้สำนึก แมวน้ำ เป็นสัตว์ที่อยู่ในน้ำก็ได้ขึ้นบกก็ได้ มีคุณสมบัติพิเศษ เป็นสัญลักษณ์ของบางสิ่งที่อยู่ในจิตใจ ที่สามารถขึ้นมายังพื้นผิวของจิตสำนึกได้ การเป่าเปลือกหอยแล้วเกิดเสียงที่นำมาซึ่งแสงนำทางนั้น คือเสียงจากจิตใจ เสียงของความรู้สึก ที่สามารถนำทางเราไปยังทิศทางที่ใช่ จึงไม่ต่างจากแสงนำทางดวงน้อยๆ เหล่านั้น

การที่คุณย่า เห็นเซียร์ชานอนเกยตื้นอยู่ ตกใจกลัวจะเสียเธอไป จึงบอกพ่อเซียร์ชาให้ยอมให้พาลูกๆ ไปอยู่ในเมืองกับเธอ ห่างไกลจากทะเล ห่างไกลจากความรู้สึกและสัญชาติญาณ (เจ้าหมาคู) เบนพยายามเดินทางกลับบ้าน เซียร์ชาเป่าเปลือกหอยส่องแสงนำทางไปยังทิศที่ใช่ แต่เบน กลับจะเดินตามแผนที่ ถ้าเซียร์ชาไม่กระโดดลงจากรถบัส แล้วเดินเข้าไปในสวน/ป่า พวกเขาก็จะไม่ได้เจอกับเจ้าคู ที่วิ่งตามมาหาพวกเขา เบนนั้นทำตามความคิดและความสมเหตุสมผล เดินตามทิศทางของแผนที่ สิ่งที่จับต้องได้ ในขณะที่เซียร์ชาเดินตามสัญชาตญาณและความรู้สึก ไม่สมเหตุสมผล แต่เป็นทางที่ใช่

Screen Shot 2558-05-22 at 11.23.24

เครดิตภาพ: a113animation

มีตำนานเรื่อง ยักษ์ (เทพ) แมคเลีย Mac Lir ที่เสียใจแล้วร้องไห้จนน้ำท่วมเป็นมหาสมุทร แม่ของเขา นกฮูกมาคา Macha จึงดูดเอาความรู้สึกทั้งหมดของเขามา แล้วแมคเลียก็กลายเป็นก้อนหินกลางทะเล คนที่ไร้ความรู้สึก ก็กระด้างเย็นชา เหมือนก้อนหิน นกฮูกเป็นสัตว์ที่หากินตอนกลางคืน จึงมีดวงตาที่มองเห็นสิ่งต่างๆ อย่างชัดเจนในที่แสงน้อย อะไรที่มืดมนคลุมเครือ นกฮูกเห็น และยังมีทัศนวิสัยที่กว้างมากเพราะหมุนหัวได้เกือบรอบ นกฮูกจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา (Intellect) และความรอบรู้ (knowledge) รู้มากเห็นมาก แต่การที่ฉลาดรอบรู้มาก ใช้ความคิดมากเกินไป กลายเป็นเรื่องไม่ดี เพราะมันไกลห่างจากหัวใจและความรู้สึก ความคิดที่ว่า ถ้าไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีความรู้สึก ชีวิตก็จะมีความสุข และดำรงชีวิตต่อไปได้ จึงเอาความรู้สึกไปขังไว้ในขวดโหล ปิดกั้นความรู้สึกไว้ ไม่แสดงออกมา ความคิดแบบที่ว่า กลัวจะเสียน้องเซียร์ชาไปจึงพาไปขังไว้  ก็คือเรื่องเดียวกัน ธีมเดียวกับเรื่อง Frozen ในที่นี้พอไม่มีความรู้สึกจึงกลายเป็นก้อนหิน ส่วน Frozen กลายเป็นน้ำแข็งเย็นชา ที่จริงแล้วคุณพ่อของน้องเบนและเซียร์ชาก็คือยักษ์แมคเลีย และคุณย่านั้นก็คือนกฮูกมาคา และคือพวกเราทุกคนที่พยายามปิดกั้นความรู้สึกด้วยความคิด ความรู้สึกไม่ดีต่างๆ นั้นจำเป็นต้องปล่อยมันออกมา นั่นเป็นกลไกการรับมือกับความเจ็บปวดของมนุษย์ แต่ถ้าปิดกั้นเก็บกดไว้ มีแต่จะบูดเน่าสะสมรอวันระเบิดซึ่งจะรุนแรงมาก

Screen Shot 2558-05-22 at 11.57.30

เครดิตภาพ Toronto Film Scene

เทพที่กลายเป็นหิน เหมือนเกาะกลางทะเลนั้น ชวนให้นึกถึงแอนิเมชัน เรื่อง  When Marnie was there (การ์ตูน Ghibli ที่เราไม่รู้สึกอยากเขียน) เกาะรูปยักษ์กลางทะเลและบ้านประภาคารที่ต้องใช้เรือข้ามฟากเพื่อจะเข้าไป ในเรื่อง Song of the Sea กับบ้านของ Marnie ที่ Anna ต้องเดินหรือพายเรือผ่านที่ลุ่มน้ำเข้าไป เป็นสัญลักษณ์เดียวกัน คือ complex เหมือนเกาะของความคั่งค้างทางอารมณ์ ปมเก่าๆ ที่รอวันให้เราไปพบ สาดแสงแห่งจิตสำนึกไปที่นั่น ทำความเข้าใจ สลายอารมณ์และพลังงานที่ไปติดอยู่เพื่อเยียวยาและเติบโตขึ้น

พวกกายสิทธิ์ Fairies หรือภูติต่างๆ นั้น คือด้านดีๆ มากมายที่อยู่ในจิตใจ คือความรื่นเริง สนุกสนาน คือความคิดสร้างสรรค์  ฯลฯ ถ้าปิดกั้นความเจ็บปวด ความโกรธ ความไม่พอใจ ความเกลียดชัง ก็ปิดกั้น ความคิดสร้างสรรค์ ความสนุกสนานรื่นเริง และความรักไปด้วย ด้านดีๆ ก็ไม่สามารถออกมาได้เช่นกัน จึงกลายเป็นก้อนหินไป ดังนั้น การเป่าเปลือกหอย และการร้องเพลงของเซียร์ชานั้น คือการได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกออกมา เรามีความเสียใจ แต่ก็มีความสนุกสนาน เรามีความโกรธเกลียด แต่ก็มีความรัก เราต้องการทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก และเราต้องยอมปล่อยให้มันได้แสดงออกมา ยิ่งปิดกั้น ก็จะยิ่งทรมาน แล้วห่างไกลจากความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกที

***ชานาคีผู้ยิ่งใหญ่ (the Great Seanachai) ผู้เฒ่าผมยาวเหยียดที่แต่ละเส้นคือความทรงจำของมนุษย์ เป็นแนวคิดเรื่อง “Thread of Life” เส้นด้ายแห่งชีวิต หรือเส้นด้ายแห่งโชคชะตา คล้ายๆ Loom of destiny ด้ายในเรื่องเจ้าหญิงนิทรา ต้นไม้แห่งความทรงจำในเรื่อง Avatar หรือ ด้ายแดงเนื้อคู่ในการ์ตูนญี่ปุ่น เป็นความเชื่อเรื่องพรหมลิขิต ในเส้นด้ายมีความทรงจำต่างๆ ก็คือประสบการณ์ชีวิตของเราแต่ละคน เส้นด้ายที่น้องเบนเดินตาม เพื่อจะไปช่วยน้องเซียร์ชา ก็คือเส้นทางชีวิตของเขาเอง เขาเดินตามมันไป แล้วไปเผชิญกับที่มืดๆ ที่มีภาพความทรงจำอันเจ็บปวดเรื่องที่แม่จากไป เขาเผชิญหน้ากับมัน แล้วก้าวออกไปสู่แสงสว่างเพื่อตามไปช่วยน้อง (มีคนถามมา เลยเข้ามาเขียนเพิ่ม 24/5/15) *** 

แม่สอนให้ เบน ฟังเสียงจากเปลือกหอย เธอสอนให้เขาฟังเสียงของความรู้สึก ในขณะที่น้องเซียร์ชา สามารถเป่าเปลือกหอยออกมาเป็นเพลงได้ เธอคือเสียงของความรู้สึก พ่อและเบนต้องฟังเสียงของความรู้สึก ไม่เช่นนั้นเซียร์ชาจะแก่และตายจากไป เบนเริ่มฟังตั้งแต่ยอมเดินตามแสงจากเปลือกหอยแล้ว และยอมเชื่อว่าเซียร์ชาคือเสียงจากจิตใจ แต่พ่อไม่ยอมฟัง เบนจึงเสี่ยงตายลงไปงมหาเสื้อคลุมของเซียร์ชา เพราะ “เชื่อ และ ยอมรับฟัง” จึงทำให้เธอมีตัวตน หรือมีชีวิตอยู่ได้

เสื้อคลุมแมวน้ำ อาภรณ์จากจิตใจส่วนลึก (the unconscious) ชวนให้นึกถึงฉากสุดท้ายในเรื่อง เจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ Kaguya ที่เทวดาจากดวงจันทร์มารับตัวเธอกลับ เมื่อเธอใส่เสื้อคลุมจากดวงจันทร์ เธอจะลืมเลือนความเป็นมนุษย์ แล้วกลับไปเป็นเทพธิดา เห็นธีมสากลในตำนานโบราณมั้ย? จะไอริช หรือญี่ปุ่น ไม่ต่างกันเลย เพราะมันเป็นสากล (Universal) หรือคือสัจธรรมของความเป็นมนุษย์ ในที่นี้เสื้อคลุมแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยง (connection) กับตัวตนเบื้องลึกในจิตใจ และคือการยอมรับถึงการดำรงอยู่ของด้านต่างๆ ในนั้น สุดท้ายเซียร์ชาเลือกที่จะอยู่บนโลกมนุษย์ เพราะพ่อและพี่ชาย ฟังเสียงของเธอ ยอมรับเธอแล้ว ความรู้สึกจึงอยู่ได้ และไม่กลับคืนสู่จิตไร้สำนึก ต่างกับตำนานเจ้าหญิงกระบอกไม้ไผ่ ที่ไม่สำเร็จ ไม่สมหวัง เจ้าหญิงจึงกลับคืนสู่ดวงจันทร์ดินแดนอันเป็นนิรันดร์

Screen Shot 2558-05-22 at 11.25.24

เครดิตภาพ: theamphoracollection

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

6 comments

  1. วิเคราะห์ได้เจ๋งจริงๆ คาราวะ1จอกครับ 5555 ผมกำลังสงสัยอยู๋เลยว่าทำไมยักษ์กับนกฮูกคล้ายๆ พ่อของ2พี่น้อง และคุณย่า

    Like

  2. วิเคราะห์ดีมากค่ะ ทำให้เข้าใจขึ้นอีกเยอะเลย ขอบคุณนะคะ 🙂
    แต่สงสัยนิดหน่อยค่ะ ทำไมแม่ของเด็กๆไม่สามารถอยู่บนบกได้คะ? ไม่งั้นน่าจะได้อยู่กันพร้อมหน้า
    แล้วตัวคุณแม่นี่ไม่ถุกเรียกว่าเป็นเซลกี้หรอคะ? ไม่สามารถช่วยเหล่าภูติได้เหมือนเซียร์ชาหรอคะ? #THX.

    Like

    1. คำตอบคือใช่ แม่ของเซียร์ชาคือเซลคี เซลคีมีจำนวนไม่จำกัด เพราะมันอยู่ใจจิตใจมนุษย์ แต่ไม่ใช่เซลคีทุกตัวที่จะได้รับการยอมรับและรับฟัง เมื่อไม่ฟังจึงจากไป

      ทำไมแม่ของเซียร์ชาต้องจากไป? เรื่องราวปูไว้คลุมเครือ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องใส่รายละเอียด ทิ้งช่องว่างให้มี possibilities อันหลากหลาย เพื่อที่คนเราจะได้เอาเรื่องของตัวเองใส่เข้าไป แล้วโยงเข้าหาตัว เช่น คนที่ต้องเสียพ่อ/แม่ไปตั้งแต่เล็ก เจ็บปวดแบบเบน ตัดขาดความรู้สึก แล้วก็ต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับเอา “ความรู้สึก” กลับมาอีกครั้ง ก็จะอินกับเรื่องนี้ และ identify ตัวเองกับน้องเบน ส่วนคนที่ต้องสูญเสียคนรัก ก็จะเชื่อมโยงตัวเองกับตัวพ่อ คนที่เสียลูกหรือต้องดูแลคนที่สูญเสียคนรักอาจเชื่อมโยงกับตัวย่า และคนที่ไม่ได้เสียใครเลย แต่ใช้ชีวิตตามตรรกะ ไม่ทำตามหัวใจ สมเหตุสมผลทุกอย่างจนรู้สึกว่าชีวิตมันเป๋ๆ ก็อาจจะสนใจที่ประเด็น เหตุผลกับหัวใจแทน สิ่งที่แต่ละคนรู้สึกติด มันก็สะท้อนกับบางอย่างที่ติดอยู่ลึกๆ ในจิตใจของเรา เหมือนแล่นเรือในทะเลแล้วไปเกยตื้นที่เกาะ เหอะๆ

      ดังนั้น คำถามที่ว่าทำไม แม่ต้องจากไป ไม่สามารถอยู่กันพร้อมหน้าได้? มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวค่ะ โดยส่วนตัวคิดว่า เพราะพ่อ ไม่รับฟังเสียงของจิตใจ แม่จึงต้องจากไป “เมื่อพลาดแล้วก็จบ” กลายเป็นรุ่นลูกที่ต้องทำภารกิจที่พ่อแม่ทำพลาดไว้ให้จงได้ ถ้าพลาดอีก อุปนิสัยแบบเดิมๆ นี้ ก็จะถ่ายทอดลงไปยังรุ่นหลาน จนกว่าจะมีคนที่ไม่ทำพลาดซ้ำๆ เหมือนพ่อแม่ บรรพบุรุษ เส้นทางชีวิตจึงฉีกออกไป และจะมีบุคลิกภาพที่สมบูรณ์ขึ้น

      ทำไมแพดเม่ กับ ดาร์ธเวเดอร์ ถึงครองคู่อยู่กันอย่างเป็นสุขไม่ได้ แล้วต้องให้ ลุค กับเจ้าหญิงเลอา มาสานต่ออีก 3 ภาค ธีมคล้ายกันมั้ย? ทิ้งไว้แค่นี้ ..ให้จินตนาการทำงาน

      (เพิ่ม)
      จำไม่ได้แล้ว…คิดว่าภูติตาย หลังจากที่แม่จากไปนะคะ

      Like

      1. ขอบคุณมากจริงๆค่ะ สร้างผลงานวิเคราะห์ออกมาอีกนะคะ ติดตามอยู่ค่ะ :)) //ยกนิ้ว

        Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s