ไม่วิเคราะห์ Into the Woods แต่จะวิเคราะห์คนพูดมากในโรงหนัง

แด่ทุกคนที่รักการชมภาพยนตร์และเซ็งมนุษย์ที่ชอบพูดในโรง

Screen Shot 2558-01-16 at 12.29.03

การดูหนังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน แต่ระยะหลังๆ ช่วง 2 ปีมานี้ ฉันพบเจอคนพูดกันในโรงหนังค่อนข้างบ่อย และทุกครั้งฉันจะหันไปบอกว่ากรุณาเงียบเสียงด้วยค่ะ ซึ่งได้ผลเสมอ ดีกรีความเข้มข้นของการเตือนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ จะสุภาพเสมอ เมื่อก่อนอาจจะเจอแค่ปีละ 2 หน แต่เดี๋ยวนี้มีอย่างน้อยเดือนละครั้ง ช่วงหลังๆ เจอบ่อยมากและเซ็งกับพฤติกรรมมนุษย์ที่ดูจะเสื่อมทรามลง คนที่พูดมากมักมาเป็นคู่ ส่วนใหญ่เป็นเด็กมหาวิทยาลัย ไปจนถึงวัยทำงาน อายุไม่เกิน 30 ปี ที่แปลกคือ เด็กที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆ กลับสุภาพกว่าในโรงภาพยนตร์ (หรือไม่ ก็ยังไม่เคยเจอแก๊งแว้น) เมื่อวานเจอหนัก มี 2 คู่ขนาบซ้าย-ขวา เข้ามาพูดมากในโรงหนัง  DeepFilm ดุใส่ ก็ยังดีที่ยอมเงียบเสียงลง รายละเอียดเรื่อง Into The Woods เลยไม่ได้มาเท่าไหร่ ได้แต่รายละเอียดของมนุษย์ที่ชอบพูดในโรง ดังนั้นโพสท์นี้จะขอวิเคราะห์พฤติกรรมการพูดในโรงหนังแก้เซ็ง

เราถามตัวเองว่า ทำไมคนถึงพูดในโรงหนัง เราลองวิเคราะห์ความเป็นไปได้และสรุปออกมาเป็น 4 กลุ่มคร่าวๆ ดังนี้

1.Home Theatre Type:  Naive ไม่รู้มารยาทเพราะไม่ค่อยได้ดูหนังโรง ปกติดูหนังที่บ้าน ซึ่งพูดได้พากษ์ได้ตลอด วิจารณ์กับคนข้างๆ ได้ทันที ไม่เข้าใจก็ถามกันหน้าจอทีวี กลุ่มนี้อาจติดนิสัยดูหนังที่บ้านแล้วนำมาใช้ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งเคสนี้ไม่เลวร้าย ถ้ามีคนบอกดีๆ หรือมีการรณรงค์ผ่านโฆษณาก่อนฉายหนัง ก็จะช่วยได้มาก

2. Bubble Couple: คือพวกคู่รักที่มีโลกส่วนตัว จะอยู่นอกโรงหรือในโรงก็จะพูดคุยกันตลอดเวลา ลืมบริบทและความเหมาะสมของสถานที่ ออกแนว รู้นะว่าไม่ดี แต่ทำเป็นไม่แคร์ ไม่ใส่ใจ แนวนี้ เจอเยอะ แต่ถ้าช่วยกันรณรงค์ให้เห็นว่าการพูดในโรง มันไม่เท่ ไม่ cool ก็อาจช่วยได้บ้าง เพราะเผินๆ ดูเหมือนไม่แคร์ แต่ลึกๆ แล้วพวกเขาแคร์ว่าคนอื่นคิดกับเขายังงัย

3. Expressionist: กลุ่มนี้คือพวกอยากแสดงตัวตน แสดงความคิดให้โลกรับรู้ นึกถึงพวกที่ชอบขีดเขียนตามฝาผนัง ไปจนถึงฉีดพ่นกำแพงต่างๆ การพูดในโรงทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าไม่ควร แต่อดไม่ได้ เข้ามาทีไรอยากพูดทุกที ความคิดเห็นมาเพียบ (ทีตอนเรียน ตอนทำงานน่ะเงียบ) มีความเป็นไปได้ว่ามีความเก็บกดจากที่บ้าน ไม่สามารถพูดได้อย่างใจคิด ไม่สามารถแสดงตัวตนได้เต็มที่ พอออกมานอกบ้าน โดยเฉพาะในที่ที่ไม่ควรพูดอย่างในโรงหนัง กลับเหมือนถูกอะไรมาสะกิดต่อม ให้อยากพูดอยากแสดงความคิดเห็น อยากให้โลกรับรู้ความคิดความรู้สึกของตัวเอง ภาวะนี้อยู่ในระดับกึ่งรู้ตัว แต่คุมตัวเองไม่ค่อยจะได้ เป็นพฤติกรรมก้าวร้าวอ่อนๆ และเรียกร้องความสนใจ

เราว่า ประเภท 2 กับ 3 เป็นเคสที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด

4. Aggressive Type: กลุ่มนี้คือจงใจเข้ามาแสดงความก้าวร้าว ตั้งใจพูด หรือทำเสียงดัง ออกแนวต่อต้านสังคมแบบอ่อนๆ คือไม่ถึงกับทำร้ายคน ทำลายข้าวของสาธารณะ แต่มีความโกรธ ความไม่พอใจ และต้องการระบายอย่างมาก หรืออาจต้องการสื่อสารความคิดรุนแรงบางอย่าง กลุ่มนี้อาการหนัก ถ้ายิ่งโดนดุจะยิ่งสะใจ ถ้าพูดแล้วยิ่งทำหนักกว่าเดิม ของขึ้น แนะนำให้หยุด อันตราย ควรเดินออกมาแจ้งพนักงานโรงภาพยนตร์ กรณีที่ 4 นี้ยังไม่เคยเจอกับตัว แต่ก็เคยได้ยินข่าวมาบ้าง

ฉันชอบคำพูดของ Edmund Burke ที่ว่า ชัยชนะของความชั่วร้ายได้มาจากการเพิกเฉยของคนดี กล่าวคือ ถ้าเราเห็นพฤติกรรมไม่ดี แต่ไม่ทำอะไร ไม่บอกเขา เท่ากับเราปล่อยให้เขาคิดว่า สิ่งที่คุณทำน่ะมันถูกต้อง และควรทำต่อไป แล้วคนอื่นก็จะเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ และเลียนแบบ สุดท้ายเราก็จะได้สังคมเน่าๆ ที่เป็นผลจากการเลือกที่จะไม่ react ของเรา  นึกถึงสไปเดอร์แมน ที่ปล่อยให้โจรหนีไป ทั้งๆ ที่มีโอกาสจะหยุด สุดท้ายโจรคนนั้นยิงคุณลุงของเขาตาย มันคือธีมนี้แหละที่สไปเดอร์แมนและ Edmund พยายามจะบอก ในขณะเดียวกัน เวลาเราเห็นคนทำเรื่องดีๆ เราก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณเขา เพื่อให้เขารับรู้ว่า เขาทำสิ่งที่ดี จะได้มีกำลังใจทำต่อ และคนรอบข้างก็จะจดจำและเลียนแบบพฤติกรรมดีๆ นั้นด้วย (พูดโดยทั่วๆ ไปอ่ะนะ เคสพิสดารก็มีมากอยู่)

มาช่วยกันทำให้โรงหนังบรรยากาศดีกันเถอะนะ!

ภาพจาก http://world.kapook.com/pin/547fd84838217a041f000003

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s