The Matrix Deep Review

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Spoiler Alert!

Note: เราวิเคราะห์โดยไม่เน้นการไปเสิร์ชข้อมูลเพิ่มเติม พยายามรู้ให้น้อยที่สุด เพื่อกันการไปหยิบยืมความคิดคนอื่นมาใช้โดยไม่รู้ตัว มีแค่ดูภาพยนตร์ แล้วใช้ใจ ณ เวลานั้น สะท้อนความคิดเห็นและความรู้สึกออกมา นี่เป็นแนวทางของเรา

The Matrix

Credit ภาพ http://www.imdb.com/
หลังจากเงียบหายไปพักใหญ่ ไม่พบภาพยนตร์ที่กระตุ้นต่อมอยากเขียนเลย จึงตัดสินใจหยิบหนังเก่ามาดู เลือกเรื่อง The Matrix ภาค 1 มาวิเคราะห์ มองหนังเก่าในมุมมองปัจจุบัน ก็ได้เห็นอะไรที่สมัยวัยรุ่นไม่เข้าใจ หนังดียิ่งดูยิ่งได้ (แต่จะวิเคราะห์ สรุปรวม 3 ภาคในบทความเดียวเลย ยาวหน่อยนะ)

The Matrix เป็นการต่อสู้เพื่อค้นหาความเป็นจริงของชีวิตของชายคนหนึ่ง Neo หรือ Mr. Anderson ความน่าตื่นใจนอกเหนือจากฉากบู๊เท่ๆ ที่เป็นไอคอนแห่งทศวรรษ หรือบางที ของศตวรรษเลยก็ว่าได้ ยังมีความเป็น ไซไฟ (โปรแกรมคอม AI ยาน) เป็นตัวชูโรงให้คนดูสนใจ ตื่นเต้น เข้ากับยุคสมัย แต่ส่วนที่เด็ดสุดกลับเป็นเนื้อหาที่ลึกล้ำแฝงแง่คิดทางจิตใจ และมีความเป็นเอเชียสูงมาก ราวกับเป็นการเดินทางของการแสดงของ Keanu Reeves จากที่เล่นบทเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ศาสดาของศาสนาพุทธ ในเรื่อง Little Buddha แล้วต่อมาในอนาคตเป็น Neo ศาสดาที่กลับมาเกิดใหม่ เพื่อปลดปล่อยมนุษย์ชาติจาก มายาแห่ง Matrix

เนื้อเรื่องเริ่มต้น ด้วย Trinity Chats กับ Neo สร้าง connection และพยายามจะ “ปลุก” ให้ Neo ตื่นมารับรู้ความเป็นจริง โดยหยิบยืมกระต่ายจากเรื่อง Alice in Wonderland มาใช้ เป็นตัวล่อให้ Neo สนใจ (follow the white rabbit) การพยายามจะค้นหา ทำให้ Neo และ Trinity ได้พบกัน

ฉาก ที่ Neo พบกับ Morpheus (เทพเจ้าแห่งความฝัน) นั้นชวนให้นึกถึงบรรยากาศในห้องของนักจิตบำบัด มีเก้าอี้สองตัว มีโต๊ะเล็กๆ ตรงกลาง มีแก้วน้ำ และมีความเป็นส่วนตัว Morpheus ยื่นยา 2 เม็ดให้ Neo เลือก ว่า 1.อยากรู้ความเป็นจริง ให้กินยาเม็ดสีแดง 2. หรืออยากจะ เห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่คุณอยากจะเชื่อ (ออกแนวหลอกตัวเองต่อไป) ให้กินยาเม็ดสีฟ้า ฉากนี้เหมือนนักจิตบำบัดกำลังเสนอว่า ถ้าอยากรู้เรื่องราวเบื้องลึกในจิตใจ ให้คุยกัน เผชิญหน้ากับความจริง (เช่น ผ่านการตีความความฝัน dream analysis) Morpheus พูดประมาณว่า เหมือนลงไปในโพรงกระต่าย Alice in Wonderland เปรียบได้กับการลงไปในโลกแห่งจิตไร้สำนึก แต่ถ้าไม่อยากรู้ ให้กินสีฟ้า แล้วกลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ ต่อไป แน่นอนพระเอกของเราต้องเลือกสีแดง เพราะเขาอยากรู้ความเป็นจริง ประเด็นคือ เมื่อรู้แล้วคุณจะมองสิ่งต่างๆ ไม่เหมือนเดิมอีกเลย ยาสีแดงคือยาที่ช่วยให้ตัวตนตื่นขึ้นและเห็นสิ่งต่างๆอย่างที่มันเป็น (ตื่นรู้ภายใน) มันเป็นสัญลักษณ์ของทางเลือก ให้คุณตัดสินใจว่าจะเลือกทางไหน การใช้มุมมองแบบจิตบำบัดอธิบายฉากนี้ อาจทำให้การตีความดูจำกัด แต่เป็นไอเดียแรกที่แว่บเข้ามาระหว่างที่ดู นอกจากนี้ยังสามารถมองว่าเป็นการสื่อสารระหว่างศิษย์-อาจารย์ หรือ การสื่อสารกับอีกด้านหนึ่งในใจของเราเองก็ได้ทั้งนั้น (อักษรตัวเอียง เป็นข้อความที่เขียนเพิ่มภายหลัง วดป 5/3/14)

สิ่งที่น่าสนใจคือ มี 2 คุณสมบัติที่จำเป็นต้องมี ที่ทำให้ Neo ตื่นขึ้นได้ นั่นคือ 1. Trinity และ 2. Morpheus  เราคิดว่า Trinity เป็นตัวแทนของ ความรัก และ femininity ส่วน Morpheus นั้นเป็นตัวแทนของความเชื่อ ความศรัทธา และความฝัน ที่มีต่อนีโออย่างไร้เหตุผล จะเห็นว่า สองคุณสมบัตินี้ เป็นเรื่องที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของเหตุผล ดังนั้นจึงหลุดรอดออกมาจากระบบของ Matrix ที่เป็นกฎเป็นเกณฑ์ เป็นกรอบ เป็นเหตุเป็นผล ที่คิดมาดีแล้วโดย AI หรือ artificial intelligence ซึ่งก็คือ ตรรกะล้วนๆ  ตรรกะนั้น ไม่ว่าจะคิดโดยมนุษย์ หรือโดย AI มันก็ไม่ต่างกัน เพราะมันมีแต่เหตุและผล ไม่มีความรู้สึก ไม่มีความเชื่อ ไม่มีสัญชาติญาณ ไม่มีลางสังหรณ์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ กำลังแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง และสงคราม ระหว่าง โลกสองโลก โลกแห่งตรรกะล้วนๆ แทนด้วย Matrix กับโลกที่ไร้ตรรกะ แต่มีความรักและความเชื่อ แทนด้วย ไซออน และเบื้องหลังของเรื่องทั้งหมดทั้งปวง เป็นการสู้กันระหว่าง The Architect พ่อผู้สร้าง Matrix และ The Oracle แม่ผู้คอยช่วยเหลือพวก Neo หรือกล่าวในอีกแง่ คือ Logos สู้กับ Eros หรือ ตรรกะ vs ความรัก หรือ เหตุผล กับความไร้เหตุผล

The OracleThe Architech
credit ภาพ: http://matrix.wikia.com/wiki/The_Oracle
http://matrix.wikia.com/wiki/The_Architect

การ ที่ Neo ได้ตื่นขึ้นและได้เรียนรู้ฝึกฝน Jujitsu กังฟู การต่อสู้ และอื่นๆ ก็มองได้ว่า การได้ค้นพบโลกใหม่ ก็ได้ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ ในตัวเองด้วย พร้อมกันกับความสามารถที่จะเรียนรู้ อันเกิดจากการ Free one’s mind หรือปลดปล่อยจิตใจตนจากพันธนาการทางความคิด ที่เป็นเสมือนกรงขัง ที่ตีกรอบความสามารถและความเป็นไปได้ต่างๆ
Morpheus เตือน Neo ว่า คนส่วนใหญ่นั้นยังไม่พร้อมที่จะตื่น พวกเขายังพึ่งพาระบบ และกรอบมายาของ Matrix และอาจจะเป็นศัตรูกับพวกเรา แน่นอนว่า การไปสะกิด หรือไปพยายามปลุกคนที่ไม่ต้องการจะรับรู้ หรือไม่พร้อม ย่อมไม่เป็นผลดีต่อใครเลย ดังนั้น การค้นหาความจริงในจิตใจมนุษย์ นั้น จำเป็นต้องมีความพร้อม ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ ตัวอย่างคนที่จิตใจอ่อนแอ และอยากจะกลับไปอยู่ในโลกแห่งความฝัน คือ Cypher ที่เป็นไส้ศึกอยู่ในยาน เขาเลือกที่จะ Ignorance และฝันต่อไป จึงยอมเป็นไส้ศึกให้กับ Agent Smith ดังนั้น Ignorance ความเพิกเฉยไม่ใส่ใจ นี้จึงเป็นศัตรูของการตื่นรู้ (ศาสนาพุทธมากๆ)
ถ้า Neo คือ Ego ของมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรัก มีความเชื่อ และพยายามจะเชื่อมโยงโลกแห่งความฝัน และความเป็นจริง Agent Smith ก็น่าจะเป็นขั้วตรงข้ามของ Neo คือ ตรรกะล้วนๆ ทำตามกฎของ Matrix และคุมกฏ และคอยเฝ้าประตู และทุกสิ่งอย่างให้เป๊ะตามระบบ ไร้ความเมตตาปราณี ไร้หัวใจ และโลกมีได้เพียงโลกเดียว คือ Matrix เขาจะแปลงกายเป็นใครก็ได้เพราะไม่แตกต่างกัน (indifferent) ไม่มี identity ของตัวเอง ยึดแต่กฎ และหน้าที่ สองคนนั้นจึงเป็น nemesis ที่ต้องสู้กันไปถึง 3 ภาค เพราะพวกเขาเป็นด้านมืดของกันและกัน Shadow ที่จำเป็นต้องต่อสู้ วิวัฒน์ และเรียนรู้ และ ท้ายที่สุด เลยต้องรวมร่างกัน (integration) เพื่อเติมเต็ม ในตอนจบ

ตอนจบของภาค 1 นั้น นีโอถูกยิงตายโดย Agent Smith (พ่ายแพ้ต่อตรรกะ) แต่ก็ฟื้นตื่นขึ้น ด้วยพลังแห่งความรักของ Trinity ที่ปลุกเขาด้วยจุมพิษ ราวกับเทพนิยาย ใช่แล้วพลังแห่งความรักทำให้ Neo ละ Ego เก่าๆ ที่ยังติดกรอบทางความคิด แล้วเกิดใหม่ โดย Free his mind จากกรงขังของ Matrix เขาจึงเห็นสิ่งต่างๆ อย่างที่มันเป็น เห็นตึก เห็น Agent Smith เป็นตัวเลข Matrix เมื่อเห็นชัดเจนแล้วว่ามันเป็นมายา จึงเอาชนะมันได้  การตื่นรู้นั้นจำเป็นต้องมีความรัก ความรู้สึก และความตั้งใจจริง (ที่ Neo อยากจะช่วย Morpheus เขาต้องการจะช่วยกู้ศรัทธาของตัวเอง ที่กำลังถูกจับขังโดยตรรกะ)

Smith
http://www.screened.com

หนัง ภาคสอง และสาม คือเรื่องต่อเนื่องของการพยายามจะปลดแอกตัวตนออกจากกรอบของตรรกะ (Matrix) ความพยายามจะ integrate ด้านที่เป็น feminine และความรัก (การรวมร่างของ Neo & Trinity ซึ่งอาจสัญลักษณ์ผ่าน Sexual Intercourse ถ้าจำไม่ผิด น่าจะภาค2) และการรวมร่างกับ Agent Smith ด้านมืดของ Neo (ภาค 3) และดังนั้น Neo จึงตายอีกครั้ง ออกแนว นิพพานแบบไซไฟ การรวมสองโลกเข้าด้วยกัน คือการยุติสงคราม สงครามในจิตใจมนุษย์    แล้วตอนจบ The Architect กับ The Oracle ก็มานั่งคุยกัน โลกไม่ว่าจะภายนอก หรือภายในจิตใจ จะต้องมีคุณสมบัติทั้งสองด้านนี้ดำรงอยู่ควบคู่กันไป หากด้านใดแข็งแกร่งเกินกว่าอีกด้านหนึ่ง สงครามก็อุบัติขึ้น ทั้งสงครามจริงๆ และสงครามในใจ ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาความไม่สงบในโลก และปัญหาในใจมนุษย์

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License.

2 comments

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s