วิเคราะห์ The Hobbit: The Desolation of Smaug

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

Hobbit2

Spoiler Alert!

ตั้งแต่ดู The Lord of the Rings ก็คิดว่า มันเป็นการผสานอย่างลงตัวของ ประวัติศาสตร์สงครามโลก + mythology + ประวัติส่วนตัว + จิตนาการของ Tolkien ออกมาเป็นงานชิ้นเยี่ยม ที่สนุกมากและลึกซึ้ง ในบทความนี้ จะเน้น สองเรื่อง คือ Arkenstone และ Smaug เราคิดว่า Film series, The Hobbit อาจมีเค้ามาจากปฐมบทของสงครามโลก (W.W. 1) และ The Lord of the Rings จากสงครามโลกครั้งที่สอง (W.W.2) [นกอินทรีย์ ที่ Gandalf เรียกมาช่วยตอนสุดท้ายของ The Lord of the Rings: The Return of the King ทำให้นึกถึง อเมริกาที่เข้ามาช่วยสงครามตอนท้ายๆ และทำให้ได้ชัยชนะ แต่ว่า ชาวยุโรปเขาอยู่ในเกมสงคราม เสียเลือดเนื้อกันมายาวนานแล้ว) ใน The Lord of the Rings เรื่องราวทุกอย่างหมุนวนอยู่รอบๆ ธีม “อำนาจ” ซึ่งแทนด้วย แหวน ซึ่งจะไม่อธิบายรายละเอียด เดี๋ยวยาว ถ้ามีโอกาส และมีแรง ก็อยากจะวิเคราะห์ Lord, Trilogy ในแบบของตัวเองดูซักครั้ง ส่วน The Hobbit ก็หมุนวนอยู่รอบๆ ธีม “ความโลภ” ที่จะครอบครองความมั่งคั่ง (ทอง) และที่สุดแห่งอัญมณี โคตรเพชรอาร์เคนสโตน (Arkenstone) สุดท้ายแล้ว จะอำนาจหรือความมั่งคั่ง มันก็คือสิ่งเดียวกัน กิเลส ด้านมืด (shadow) ของมนุษย์

Why Arkenstone? Arken อาร์เค่น เดาว่า มาจากคำว่า Arch (อาค หรือ อาร์ช) ซึ่งมีกลุ่มความหมายว่า origin, begin, root, the highest class, power. เป็นจุดเร่ิมต้น เป็นราก เป็นที่สุด และดังนั้น จึงมีพลังและอำนาจสูงสุด เราเชื่อว่าอาร์เคนสโตนนี้ คล้ายคลึงกับ … ศิลานักปราชญ์ (Philosopher Stone) ใน European Alchemy, The Self ตัวตนอันสมบูรณ์ ใน Analytical Psychology (Jungian Psychology), พรมหมัน ใน Hinduism และในศาสนาพุทธ การ attain ภาวะนั้นได้ คือ นิพพาน

สิ่งที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ เป็นการเปรียบเปรยเชิงสัญลักษณ์ เป็นประเด็นสากล (Universal motif) ที่พบได้ในหลากหลายวัฒนธรรม ถ้าเพชรเม็ดงาม ที่เป็นที่หมายปองของทุกคนนั้น แท้จริงแล้วเป็นแก่นในจิตใจของคนเรา และเราไม่สามารถได้มันมา หากแต่ต้องผ่านการต่อสู้และผจญภัย รบรากับด้านมืด, Shadow ที่แทนที่ด้วยสัตว์ร้ายในใจตัวเอง เช่น พวกยักษ์ Ogre และสัตว์ประหลาด นอกจากนั้นยังต้องสร้าง connection กับด้านที่ดี หรือค่อนข้างดี ด้วยการผูกมิตรกับตัวต่างๆ (ในใจ) เช่น skinshifter (ครึ่งหมีครึ่งคน, ด้านที่ถูกความเป็นสัตว์ป่าดุร้ายครอบงำบางครั้งมีสติ เป็นมนุษย์ บางครั้งไม่มี เป็นสัตว์) เพื่อหยิบยืมพลังมาช่วย (ได้ม้า อาหาร ทีพัก ฯลฯ), ต้องผ่านป่ามายา ซึ่งไม่ต่างจากการเดินเข้าไปในเขาวงกตแห่งจิตไร้สำนึกของตนเอง ที่ทำให้มึนงง หลอน และหลงทาง มีแมงมุม เจ้าแห่งการชักใยและมายา ล่อให้เข้าไปติดกับ อย่างที่ Gandalf ย้ำก่อนจะจากไปว่า เมื่อเข้าไปในป่าแล้ว ความมุ่งมั่น และแน่วแน่ไปสู่จุดหมายเท่านั้น ที่จะนำพาให้หลุดออกจากป่านั้นได้ นี่อาจเป็นปรัชญาการใช้ชีวิตและพัฒนาตนเองที่ แฝงอยู่ ใช่ว่าในป่าแห่งจิตนั้นจะมีแต่สิ่งชั่วร้าย สิ่งดีๆ ก็มีนะ ได้แก่ พวก Elf หากแต่ว่าการจะได้พลังจากด้านนี้ ก็ต้องผ่านการผูกมิตรอีกเช่นกัน เพราะ ตัวต่างๆ ในจิต (เป็น Archetypal symbols) มีพลังมหาศาล และมีความเป็นเอกเทศของตัวเอง (Autonomous) สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป ก็ถูกจับขัง (ถูกครอบงำได้) แต่เพราะการผูกมิตร Kili จีบ Elf, Tauriel connect กับด้านบวกที่เป็น feminine จึงทำให้ได้กำลังหนุนมาต่อสู้กับพวก Ogre (ได้ energy ทางจิตเพิ่ม) แล้วก็เดินทางต่อไป ไปผูกมิตรกับมนุษย์ผู้ชาย Bard (ด้านที่เป็น Animus หรือ masculine) ฯลฯ จนสามารถเดินทางเข้าสู่ไต้ขุนเขาแห่ง Erebor ส่วนลึกของจิตใจ ที่สิงสถิตย์แห่งขุมทรัพย์ และโคตรเพชรอาร์เคนสโตน

Smaug มีตำนานเกี่ยวกับมังกรทั่วโลก ในที่นี้เป็นมังกรเฝ้าทรัพย์ ตามตำนานยุโรป ที่ที่มีขุมทรัพย์ จะมีสัตว์ร้าย เช่นมังกร เฝ้าอยู่อย่างหวงแหน ต้องปราบมังกรจึงจะได้ขุมทรัพย์ หรือเจ้าหญิง ถ้าขุมทรัพย์ไม่ใช่เงินทอง แต่เป็นพลังมหาศาลและศักยภาพทางจิตใจล่ะ และไฟอันร้อนรุ่มที่มังกรแผดเผาคนที่ย่างกรายเข้ามา คือความร้อนรุ่มที่เกิดจากความโลภ กิเลส ตัณหาล่ะ เป็นความโลภและความบ้าอำนาจที่ก่อไฟสงคราม ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว การปราบมังกร หรือด้านมืดในจิตของมนุษย์ คือการดับกิเลส ตัณหา หรือเปล่า? เจ้า Smaug ที่ดูเหมือนร้ายกาจ ยังพูด(กับ Bilbo) อย่างมีปัญญาว่า ไม่ต้องการให้ Thorin ได้ครอบครอง Arkenstone เพราะในใจมีความละโมบ และสุดท้ายก็จะถูกความโลภครอบงำและเป็นบ้า (เหมือนพ่อของเขา Thrain) จะว่าไปแล้ว มังกรก็มีด้านที่เป็นปัญญาเช่นกัน การพูดคุยระหว่างมังกรกับ Bilbo เป็นการสร้าง connection กับด้านมืด (หรือด้านที่เคยมืด) มังกรสั่ง ให้ “Step into the Light” ราวกับว่า ให้ก้าวเข้ามาสู่แสงสว่าง หรือจงมีสติ (เรื่องความโลภ ฯลฯ) เรื่องราวมันมาหยุดอยู่เพียงเท่านี้ ในตำนานบางเรื่องต้องปราบมังกร (dragon slayer) แต่บางเรื่องก็ให้ผูกมิตรกับมังกร (dragon master/rider) เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอดูต่อภาค 3 ละกัน

(เขียนเพิ่มทีหลัง) เรารู้สึกว่าได้กลิ่นของ Tchaikovsky ในเพลงประกอบ หรืออาจจะหลอนไปเอง  ไม่แน่ใจว่าเป็นสไตล์ของผู้ประพันธ์เพลง หรือว่าจงใจ เพราะรัสเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ใครมีความเห็น ชี้แนะได้ ถ้าอยากเข้าใจเกี่ยวกับคำว่า Arch เพิ่ม ลองอ่านข้อมูลแบบ fast food ได้ที่นี่ และ ที่นี่

(หนังสือ เข้าใจหนัง เข้าใจจิต วิเคราะห์ the Lord of the Rings, The Matrix, Star Wars I-VI มาแล้ว)

เครดิตภาพ : imdb.com

Creative Commons LicenseThis work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivs 3.0 Unported License

2 comments

  1. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับมังกรนิดหน่อยครับ คืออยากรู้ว่าทำไมมังกรถึงต้องเฝ้าทรัพย์อะครับ มังกรก็ไม่ได้ต้องใช้เงินซื้ออะไรซะหน่อย จะหวงไปทำไม และอีกข้อก็คือ มังกรกินอะไรครับ ตัวตั้งใหญ่บะเร่อขนาดนั้น น่าจะกินจุนะครับ แถวๆภูเขานั้นก็ไม่น่าจะมีอะไรให้กินมากมายด้วย

    Like

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s